Trip Highlight
  • เที่ยวครบทุกไฮไลท์ เช็คอินแลนด์มาร์ก เมืองดังแห่งอิตาลีที่ต้องไป! 
  • ชมความยิ่งใหญ่ของโคลอสเซี่ยม และหอเอนปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก 
  • ชมเมืองฟลอเรนซ์ ดินแดนอันน่าหลงใหล ต้นกำเนิดของศิลปะเรเนสซองส์ 
  • เยือนหมู่บ้านมรดกโลก ชิงเคว เทเร หมู่บ้านหลากสีสันโดดเด่นบนผาสูง และทะเลกว้างใหญ่ 
  • ล่องเรือชมเมืองเวนิส เมืองแห่งสายน้ำ ดื่มด่ำบรรยากาศอันงดงามสุดแสนโรแมนติก
  • ชมวิวทิวทัศน์กว้างไกลสุดตา ทะเลสาบการ์ดา เมืองเซอร์มิโอเน่ 
  • อลังการมหาวิหารดูโอโม่แห่งลาน ที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก 
  • หลงเสน่ห์แห่งประเทศเล็กๆ นครรัฐวาติกัน และความงดงามของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 
  • ช้อปปิ้งแบรนด์ดัง แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล และ Serravalle Designer Outlet 
  • เดินทางสะดวกสบาย โดยสายการบิน Emirates Airlines กับบริการแบบฟูลเซอร์วิส
Details
ประเทศ: อิตาลี
ระยะเวลา: 8 วัน 5 คืน
รวมมื้ออาหาร: 14 มื้อ
สายการบิน: Emirates
ระดับโรงแรม: หรือเทียบเท่า
ขึ้นเครื่อง: สนามบินสุวรรณภูมิ
ช่วงเวลาเดินทาง: กันยายน - ตุลาคม 2567
รหัสสินค้า: EUFCOMXPEK011

BOOKING

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้านี้กรุณาติดต่อเราได้ที่ Call Center. 02-792-9292

สรุปการเดินทาง

Day Highlight Meal Hotel
*หรือเทียบเท่า
B L D
1 กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) -
2 ดูไบ - กรุงโรม - สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม - น้ำพุเทรวี่ - บันไดสเปน
Marriott Rome Park Hotel
3 นครรัฐวาติกัน - มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ - เมืองฟลอเรนซ์
Hotel Charme
4 เมืองปิซ่า - หอเอนปิซ่า - เมืองลาสเปเซีย - ชิงเคว เทเร
Hotel Charme
5 เวนิส เมสเตร้ - เกาะเวนิส - จัตุรัสเซนต์มาร์ค - พระราชวังดอดจ์
Delfino Venice Mestre
6 เมืองเซอร์มิโอเน่ - ทะเลสาบการ์ดา - เมืองมิลาน
Belstay Milano Assago
7 เมืองมิลาน - มิลานดูโอโม่ - MCARTHURGLEN DESIGNER OUTLET - สนามบินเมืองมิลาน -
8 สนามบินดูไบ - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) -

อัตราค่าบริการ

Booking

Seat
Available

ช่วงเวลาเดินทาง ราคา
 (บาท/ท่าน)

6

27 ก.ย.-4 ต.ค. 67

79,900

6

10-17 ต.ค. 67

77,900

6

16-23 ต.ค. 67

77,900

*หมายเหตุ : กรุณาเช็คที่นั่งว่างกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง


แพลนการเดินทาง

วันแรก :: กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สนามบินสุวรรณภูมิ

23.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบิน Emirates Airlines


วันที่สอง :: ดูไบ - กรุงโรม - สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม - น้ำพุเทรวี่ - บันไดสเปน

ออกเดินทาง

  • 03.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK371 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
  • 07.15 น. เดินทางถึง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 08.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK097 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
  • 12.40 น. เดินทางถึง เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

= เดินทางสู่ กรุงโรม =

สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม
(Colosseum)

เมืองหลวงของประเทศอิตาลี ที่มีศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี กรุงโรม เคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตกและในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

ถ่ายรูปด้านหน้าของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ในอดีตนั้นเป็นสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน 

น้ำพุเทรวี่
(Trevi Fountain)

ชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณ น้ำพุเทรวี่ สัญลักษณ์ของกรุงโรมอันโด่งดัง 

บันไดสเปน
(The Spanish Step)

เพลิดเพลินเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกในบริเวณย่าน บันไดสเปน ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำสุดหรูและยังเป็นแหล่งนัดพบของชาวอิตาเลี่ยน

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Marriott Rome Park Hotel
หรือในระดับเทียบเท่า


วันที่สาม :: นครรัฐวาติกัน - มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ - เมืองฟลอเรนซ์

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

= เดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน =

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
(St.Peter’s Basilica)

นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก โดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

= เดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (Florence)=

เนินเขา Piazzale Michelangelo

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ไปยัง เมืองฟลอเรนซ์ เมืองสวยอันดับ 1 ของอิตาลี ที่ได้ขึ้นชื่อว่าหากมาอิตาลีแล้วไม่ได้มาเยือนฟลอเรนซ์ก็เหมือนว่ายังมาไม่ถึงอิตาลีอย่างแท้จริง เป็นเมืองที่ยังคงความสวยงามและมีการอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดี เต็มไปด้วยศิลปะ โดยเฉพาะศิลปะยุคเรเนสซองส์เป็นยุคที่ศิลปะเฟื่องฟูที่สุด 

เดินขึ้นไปยัง เนินเขา Piazzale Michelangelo ชมวิวของเมือง Florence ในมุมสูง มองเห็นอาคารหลังคาสีแดงสุดคลาสสิคที่เรียงรายกันเป็นแนวสวยงาม

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Hotel Charme
หรือในระดับเทียบเท่า


วันที่สี่ :: เมืองปิซ่า - หอเอนปิซ่า - เมืองลาสเปเซีย - ชิงเคว เทเร

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

= เดินทางสู่ เมืองปิซ่า(Pisa)=
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า
(Compo Dei Miracoli)

เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เดินทางเข้าสู่ บริเวณ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า หรือ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจาก หอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ชม มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่องชื่อ ถ่ายภาพคู่กับ หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

รับประทานกลางวัน ณ ภัตตาคาร

= เดินทางสู่ เมืองลา สเปเซีย =
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง

เดินทางต่อด้วยรถไฟ

หมู่บ้านมรดกโลกและอุทยานแห่งชาติ ชิงเคว เทเร
(Cinque Terre)

หมู่บ้านมรดกโลกและอุทยานแห่งชาติ ชิงเคว เทเร (Cinque Terre)

Cinque Terre อ่านว่า ชิงเคว เทเร หรือแปลในความหมายตามภาษาอังกฤษก็คือ The Five Land แดนมหัศจรรย์ทั้ง 5 ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นดินแดนแห่งความงดงาม หมู่บ้านเล็กๆ 5 หมู่บ้านที่ซ่อนตัวเองอยู่ห่างไกลจากสายตาของคนภายนอก แผ่นดินที่ยากจะเข้าถึงได้โดยง่าย เป็นพื้นที่ที่ UNESCO ประกาศให้เป็นมรดกโลก ด้วยทำเลที่ตั้งของทั้งหมดอยู่บนภูเขาสูง มีหน้าผาสูงชัน และทะเลกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า ทำให้มีความสวยงามประดุจดังภาพวาด หมู่บ้านทั้งห้า ยังคงสภาพดั้งเดิมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ประกอบไปด้วย Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร), Vernazza (เวร์นาซซา), Corniglia (คอร์นีเลีย) , Manarola (มานาโรลา) และ Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร) 

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Hotel Charme
หรือในระดับเทียบเท่า


วันที่ห้า :: เวนิส เมสเตร้ - เกาะเวนิส - จัตุรัสเซนต์มาร์ค - พระราชวังดอดจ์

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

= เดินทางสู่ เมืองเวนิส เมสเตร้ (Mestre) =
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

รับประทานกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ล่องเรือเกาะเวนิส

เมืองเวนิส เมสเตร้(Mestre) แคว้นเวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะและมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ออกเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ เพื่อเตรียมตัวนั่งเรือข้ามสู่เกาะเวนิส แล้วนั่งเรือต่อเพื่อไปยัง ท่าเรือซานมาร์โค (San Marco Pier) บนเกาะเวนิส 

พระราชวังดอดจ์
(Doge’s Palace)

พระราชวังดอดจ์ (Doge’s Palace)

แวะให้ถ่ายรูปสวยๆ เก็บเป็นที่ระลึกกันที่ พระราชวังดอดจ์ (Doge’s Palace) พระราชวังริมน้ำแสนอลังการที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ในสไตล์เวเนเชียนโกธิค ที่เคยเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแต่เก่าก่อนของเวนิส 

จัตุรัสเซนต์มาร์ค
(St. Mark’s Square)

จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square)

เดินเที่ยวชมแลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ ในเมือง และเก็บภาพสถานที่ต่างของเมืองแห่งคลองไม่ว่าจะเป็น จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square) จัตุรัสหลักของเมืองเวนิสและยังเป็นศูนย์กลางเมืองตั้งแต่โบราณ รายล้อมไปด้วยอาคารสวยๆ สไตล์โกธิค 

และจุดเด่นของจัตุรัสเซนต์มาร์คแห่งนี้ก็คือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Basilica) ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจัตุรัสเซนต์มาร์ค มหาวิหารใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อลังการด้วยการตกแต่งด้วยโดมใหญ่ รูปปั้นมากมายที่ทั้งละเอียดและประณีต

และที่อยู่ติดกันและโดดเด่นด้วยความสูงถึง 50 เมตรก็คือ หอระฆัง ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองที่เห็นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมืองก็ตาม และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ สะพานถอนหายใจ สะพานอันโด่งดังแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำที่คั่นกลางระหว่างคุกเก่ากับพระราชวังดอดจ์ ทำจากหินปูนที่แกะสลักและออกแบบอย่างงดงามเช่นเดียวกับพระราชวังดอดจ์และอาคารโดยรอบ ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางโดยเรือกลับสู่ เวนิส เมสเตร้

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Delfino Venice Mestre
หรือในระดับเทียบเท่า

Delfino Venice Mestre


วันที่หก :: เมืองเซอร์มิโอเน่ - ทะเลสาบการ์ดา - เมืองมิลาน

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

= เดินทางสู่ เมืองเซอร์มิโอเน่ (Sirmione) =
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง

ทะเลสาบการ์ดา
(Lake Garda)

ทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda)

เดินทางสู่ เมืองเซอร์มิโอเน่ (Sirmione) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เมืองนี้ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรเป็นดั่งเมืองลอยน้ำที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะยังมีซากปรักหักพังของโบราณสถานหลายร้อยปีก่อนตั้งอยู่ที่นี่ โดยมีฉายาว่าเป็น “ไข่มุกแห่งคาบสมุทรเซอร์มิโอ” และยังเป็นดั่งเมืองเวนิสสอง เพราะบ้านเมืองในเซอร์มิโอเนยังอยู่ท่ามกลางแหล่งน้ำและด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปใน ทะเลสาบการ์ดา (Garda) ที่มีความสวยงาม สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามกว้างไกลและถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบทั้งสองด้าน เป็นเมืองพักผ่อนริมทะเลสาบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้เมืองเซอร์มิโอเนยังเป็นที่รู้จักในด้าน “เมืองสปาที่มีชื่อเสียง” เพราะที่นี่มีน้ำพุร้อนที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่บำรุงผิวพรรณและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

= เดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) =
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

เมืองมิลาน (Milan)

เมืองมิลาน (Milan) เมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ในแคว้นที่ราบลอมบาร์ดีเป็น เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Belstay Milano Assago
หรือในระดับเทียบเท่า

Belstay Milano Assago


วันที่เจ็ด :: เมืองมิลาน - มิลานดูโอโม่ - MCARTHURGLEN DESIGNER OUTLET - สนามบินเมืองมิลาน

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

มหาวิหารมิลาน (Milan Duomo)

ถ่ายรูปกับ มหาวิหารมิลาน (Milan Duomo) โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี โดดเด่นด้วยศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 579 ปี ตั้งอยู่ในระดับความสูง 108.5 เมตรจากพื้นดินราย ล้อมด้วยยอดแหลมอีก135 ยอด พร้อมด้วยรูปแกะสลักจากหินอ่อนที่ประดับอยู่โดยรอบอย่างวิจิตรบรรจงด้วย

Galleria Vittorio Emanuele II

ช้อปปิ้งที่ Galleria Vittorio Emanuele II ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของมหาวิหารมิลาน เป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในอิตาลี โดยสร้างขึ้นในปี 1877 เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากมายในอาคารขนาด 4 ชั้น สองข้างทางเดินกว้างที่โดดเด่นมากก็คือหลังคาทรงโดมเป็นกระจกใส ทำให้สามารถช้อปปิ้งได้ในทุกสภาพอากาศ

Serravalle Designer Outlet
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง

Serravalle Designer Outlet

เป็นสถานที่ที่รวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากหลากหลายเมืองและจากดีไซเนอร์ชั้นนำระดับแถวหน้าของอิตาลี มีร้านค้าแฟชั่นและสินค้าต่างๆกว่า 180 ร้าน ทั้ง Versace, Dolce & Gabbana, Prada, Roberto Cavalli, Bulgari, Trussardi, Calvin Klein ,Diesel,Camper,Furla, Moschino, Bulgari, Bose, และอื่นๆ โดยสินค้าแฟชั่นจะลดราคาตั้งแต่ 30% - 70% ตลอดทั้งปี

อิสระรับประทานอาหารกลางวัน และอาหารเย็น

ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่สนามบิน

ออกเดินทาง

  • 21.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK092 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่แปด :: สนามบินดูไบ - กรุงเทพฯ

เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

 

สนามบินสุวรรณภูมิ

  • 06.50 น. เดินทางถึง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 09.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Emirates Airlines เที่ยวบินที่ EK372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
  • 18.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

เงื่อนไขสินค้า

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด (ECONOMY CLASS) โดยสายการบินเอมิเรตส์ (เดินทางไป-กลับพร้อมคณะ)
  • ค่าโรงแรมที่พัก 4 ดาว (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ (ขอสงวนสิทธิ์ในการย้ายเมืองเข้าพัก ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าพักที่เมืองนั้นๆได้ เช่น ติดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า งานประชุม เหตุสุดวิสัยต่างๆ ฯลฯ)
  • ค่าธรรมเนียมเนียมในการยื่นวีซ่าเชงเก้น (สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย)
  • ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางตามกฎหมายกำหนด (ตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันภัย)
  • หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยว คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง (ไม่รวมค่าทิป)

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าดำเนินการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าธรรมเนียมในการยื่นใบอนุญาตเข้า-ออกเมืองสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง อาทิเช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทางที่นอกเหนือจากรายการทัวร์ ค่ามินิบาร์ ค่าบริการซักรีด หรือ ค่าเกิดความเสียหายต่างๆภายในห้องพัก เป็นต้น
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (สายการบินอนุญาตให้โหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่อง 30 กก./ท่าน)
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม
  • ค่าทิปคนขับรถท้องถิ่น (2 ยูโร x 6 วัน = 12 ยูโร)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย (วันละ 100 x 8 วัน = 800 บาท)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 

เงื่อนไขในการจองทัวร์

  1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 30,000 บาท(หลังจองภายใน 2 วัน) พร้อมส่งสำเนาหน้าหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับในโปรแกรมการเดินทาง
  2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 25 วัน หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  3. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) เพื่อมายื่นวีซ่าหรือวันเดินทาง หรือเดินทางไป-กลับจากสนามบิน ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

เงื่อนไขการยกเลิกและการคืนเงิน

  1. ยกเลิกการเดินทาง 30 วันก่อนการเดินทางขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด (ทางบริษัทฯ ขอเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่า ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม หรืออื่นๆ)
  2. ยกเลิกการเดินทาง 15-29 วันก่อนการเดินทาง คืนมัดจำ 50% (ทางบริษัทฯ ขอเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่า ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม หรืออื่นๆ)
  3. ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 15 วันก่อนการเดินทาง เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามราคาทัวร์ที่ตามระบุในโปรแกรม
  4. กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้จะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง
  5. กรณีผู้เดินทางถูกปฏิเสธการเข้า-ออกประเทศ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
  6. กรณีวีซ่าถูกปฏิเสธจากสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) ทางบริษัทจะทำการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าโรงแรม  เป็นต้น
  7. ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 หมวด 2 ธุรกิจนำเที่ยว การยกเลิกการเดินทางของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงเพื่อเตรียมการจัดนำเที่ยว ให้นำมาหักจากเงินค่าบริการที่ต้องจ่าย ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแสดงหลักฐานให้นักท่องเที่ยวทราบ เช่น ค่าวีซ่า ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม หรืออื่นๆ

หมายเหตุ

  1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งยกเลิกการเดินทางล่วงหน้า 30 วันก่อนการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน และยินดีคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด (ในกรณีที่มีการยื่นวีซ่า และท่านได้รับการอนุมัติวีซ่าแล้ว ทางบริษัทขอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการที่เกิดขึ้นจริง และท่านสามารถนำวีซ่านี้ไปใช้ได้ หากวีซ่านั้นยังไม่หมดอายุ)
  2. หากท่านสละสิทธิ์ในการไม่ใช้บริการใดๆ ที่ระบุไว้ในโปรแกรมทัวร์ หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกประเทศ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
  3. ตั๋วเครื่องบินที่จัดไว้ตามโปรแกรมทัวร์ เป็นตั๋วแบบหมู่คณะ ซึ่งจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมคณะ ในกรณีที่ท่านต้องการแยกวันเดินทางกลับหรือไปก่อน โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามราคาอีกครั้ง และการจัดที่นั่งของผู้เดินทาง เป็นการจัดการภายในของสายการบิน ทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปเพื่อแทรกแซงได้

    สำหรับที่นั่ง LONG LEG หรือที่นั่งบริเวณทางออกฉุกเฉิน จะต้องเป็นผู้โดยสารที่มีคุณสมบัติตามที่สายการบินกำหนด เช่น ต้องสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพ สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและอำนาจในการให้ที่นั่ง LONG LEG ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่สายการบินตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น หากท่านต้องการที่นั่งบริเวณดังกล่าว สามารถติดต่อกับทางบริษัททัวร์เพื่อทำการจอง โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  1. การพิจารณาผลวีซ่า เป็นอำนาจการตัดสินใจของสถานทูตเท่านั้น ทางบริษัทเป็นเพียงผู้ให้บริการและอำนวยความสะดวกในยื่นวีซ่าเท่านั้น และหากท่านถูกปฏิเสรธวีซ่า ทางสถานทูตมีสิทธิ์ที่จะไม่แจ้งเหตุผลให้ทราบ
  2. โรงแรมที่พักส่วนใหญ่ในยุโรปไม่มีเครื่องปรับอากาศที่สามารถปรับควบคุมความเย็นได้ภายในห้องพัก เนื่องจากสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปี และสำหรับห้องหักแบบ TRIPPLE ROOM บางโรงแรมอาจจะจัดเป็น 2 เตียง และเตียงเสริมหรือ SOFA BED ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงแรม
  3. เมื่อท่านได้มีการชำระเงินแล้ว ไม่ว่าจะโดยตรงกับบริษัทฯหรือตัวแทนของบริษัท จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขต่างๆที่ทางบริษัทฯได้กำหนดไว้แล้ว

RELATED ARTICLES

ITALY ที่ไม่ใช่ Landmark เปลี่ยนความจำเจเดิมๆ เที่ยวอิตาลีมุมมองใหม่

เบื่อไหม? กับอิตาลีในมุมเดิมๆ แลนด์มาร์กดังๆ ที่เป็นกันจนชินตา โคลอสเซียม หอเอนปิซ่า หลายคนคงไปเที่ยวกันมาแล้ว อยากไปเที่ยวอิตาลิในมุมมองใหม่บ้างมีที่ไหนบ้างนะ เราจัดให้ เมืองอื่นๆ ในอิตาลีที่ทั้งสวยงามและมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเมืองไหนก็น่าเที่ยวเป็นที่สุด

เสน่ห์แห่งเมืองมรดกโลก เชสกี้ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) แห่งสาธารณรัฐเช็ก

ทุกประเทศล้วนมีเรื่องราวน่าค้นหา โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป มักจะมีเมืองมรดกโลกที่สวยงามอยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ เมืองมรดกโลก เชสกี้ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เมืองเล็กๆ ของประเทศสาธารณรัฐเช็ก ที่ใครๆ ไปแล้วต้องตกหลุมรัก

THE BEST THINGS TO SEE IN SALZBURG เยือนบ้านเกิดโมสาร์ท และที่สุดแห่ง ซาลซ์บูร์ก

อีกหนึ่งมุมโรแมนติกที่ซ่อนตัวอยู่ในออสเตรีย ต้องยกให้ ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) ออสเตรีย เมืองที่รู้จักกันในนามบ้านเกิดของโมสาร์ท ศิลปินชื่อดังระดับโลก นอกจากเสียงเพลงและบทกวี ที่นี่ยังอบอวลไปด้วยความน่ารักและความสวยงามรอบๆ ตัว เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่คุณต้องจดไว้ในลิสต์

เที่ยวปราก (Praque) แห่งสาธารณรัฐเช็ก เมืองที่ไม่หมุนตามเวลา

ชวนไปเที่ยวปราก เมืองหลวงแห่งสาธารณรัฐเช็ก มหานครที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กรุงปราก เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่เต็มไปด้วยปราสาทเก่าแก่ มีเสน่ห์ชวนหลงใหลเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังเป็นหัวใจแห่งยุโรปอีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

แชร์ สินค้านี้

ลงทะเบียนรับข่าวสาร WonderfulPackage วันนี้!

รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย เหนือกว่าใคร!