กลับด้านบน เพิ่มเพื่อนคลิก! @wonderfulpackage คลิกโทร 02-792-9292
Trip Highlight
  • เที่ยวชม เมืองชัยปุระ นครสีชมพู
  • สัมผัสความงดงามของป้อมอาเมร์
  • ชมพระราชวังแห่งสายลม ฮาวา มาฮาล
  • ขอพร องค์พระพิฆเนศ เพื่อความเป็นศิริมงคล
  • ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ทัชมาฮาล
  • เที่ยวเมืองประวัติศาสตร์ กรุงเดลี
Details
ประเทศ: อินเดีย
ระยะเวลา: 5 วัน 2 คืน
รวมมื้ออาหาร: 9 มื้อ
สายการบิน: NOKSCOOT
ระดับโรงแรม: หรือเทียบเท่า
ขึ้นเครื่อง: สนามบินดอนเมือง
ช่วงเวลาเดินทาง: ก.ค.-ต.ค. 62
รหัสสินค้า: INDMKDELXWGQ001

BOOKING

Booking Seat Available Month Period Depart Return Airline Price
เต็ม 0 October 22-26Oct 2019 XW306
22:25-01:15
XW305
02:55-08:20
14,900 THB
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้านี้กรุณาติดต่อเราได้ที่ Call Center. 02-792-9292

สรุปการเดินทาง

Day Highlight Meal Hotel
*หรือเทียบเท่า
B L D
1 กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) (XW306 : 22.25-01.15) -
2 เดลลี (ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี) – ชัยปุระ – ป้อมแอมเบอร์ – ซิติพาเลส - ฮาวา มาฮาล
Park Ocean Hotel หรือเทียบเท่า
3 ชัยปุระ – วัดพระพิฆเนศ - อักรา – อัครา ฟอร์ด - ทัชมาฮาล
The Taj Vilas Hotel หรือเทียบเท่า
4 อักรา – เดลลี – กุตุบมีนาร์ - ประตูชัย (India Gate) – เดลลี (ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี) -
5 กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) (XW305 : 02.55-08.20) -

วันแรก : กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) (XW306 : 22.25-01.15)

  • 19.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 2 เคาน์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางและสัมภาระให้กับท่าน
  • 22.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบินนกสกู๊ต เที่ยวบินที่ XW306 (ใช้เวลาบินประมาณ 4.10 ชั่วโมง) (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง)

วันที่สอง : เดลลี (ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี) – ชัยปุระ – ป้อมแอมเบอร์ – ซิติพาเลส - ฮาวา มาฮาล

  • 01.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี ประเทศอินเดีย
  • นำท่านผ่านพิธีการศุลการกรและรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง)
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม.)
  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก
  • นำท่านชม เมืองชัยปุระ นครแห่งชัยชนะ คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า จัยปูร์ หรือ จัยเปอร์ รัฐราชสถานได้ชื่อว่า นครสีชมพู (Pink city) โดยที่มาของเมืองสีชมพูก็เนื่องจากในปี ค.ศ. 1876 มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ได้มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเก่าของบ้านเรือนตนเอง เพื่อแสดงถึงไมตรีจิตครั้งต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Waies) เจ้าชายมกุฎราชกุมารของอังกฤษ ซึ่งภายหลังคือกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward Vll) แห่งสหราชอาณาจักรและต่อมารัฐบาลอินเดียก็ยังออกกฎหมายควบคุมให้สิ่งก่อสร้างภายในเขตกำแพงเมืองเก่าต้องทาสีชมพูเช่นเดิม ปัจจุบันเมืองชัยปุระเป็นศูนย์กลางทางการค้าซึ่งทันสมัยสุดของรัฐราชสถาน สิ่งที่น่าสนใจในเมืองชัยปุระคือ ผังเมืองเก่า และสิ่งก่อสร้างดั้งเดิม รวมทั้งประตูเมืองซึ่งยังคงอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ นอกจากนี้สีชมพูของเมืองก็กลายเป็นเอกลักษณ์ จนทำให้เมืองนี้เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
  • นำท่านเดินทางสู่ ป้อมอาเมร์ หรือ ป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) ตั้งอยู่ที่เมืองอาเมร์ ชานเมืองชัยปุระ ห่างจากเมืองชัยปุระ 11 กิโลเมตร ตั้งโดดเด่นอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบ สร้างโดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1 ป้อมปราการแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งผสมผสานกันระหว่างศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุตอันเป็นเอกลักษณ์ สามารถมองเห็นได้จากระยะทางไกล เนื่องจากมีขนาดกำแพงปราการที่ใหญ่และแน่นหนา พร้อมประตูทางเข้าหลายแห่ง ถนนที่ปูด้วยหินหลายสาย ซึ่งเมื่ออยู่บนป้อมแล้วสามารถมองเห็นทะเลสาบเมาตาได้อย่างชัดเจน ความสวยงามของป้อมแอมเบอร์ ซ่อนอยู่ภายในกำแพงเมืองที่แบ่งเป็นทั้งหมด 4 ชั้น (แต่ละชั้นคั่นด้วยทางเดินกว้าง) โดยภายในเป็นหมู่พระที่นั่งซึ่งสร้างจากหินทรายสีแดงและหินอ่อน หมู่พระที่นั่งภายในป้อม ประกอบด้วย "ดิวัน-อิ-อัม" หรือท้องพระโรง, "ดิวัน-อิ-กัส" หรือท้องพระโรงส่วนพระองค์, "ชีชมาฮาล" (พระตำหนักซึ่งเป็นห้องทรงประดับกระจกสำหรับมหาราชา) และ "จัย มานดีร์" ซึ่งเป็นตำหนักอยู่บนชั้นสอง, "อารัม บักห์" ซึ่งเป็นสวนสวยจัดเป็นรูปดาวแฉกแบบโมกุลคั่นกลางระหว่างอาคาร และ "สุกห์นิวาส" ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ใช้การปรับอากาศภายในพระตำหนักให้เย็นลงด้วยการทำให้ลมเป่าผ่านรางน้ำตกที่มีอยู่โดยรอบภายในพระตำหนัก ทำให้ภายในตำหนักนี้มีอากาศเย็นอยู่เสมอ ป้อมนี้เคยเป็นที่ประทับของราชปุต มหาราชา และพระราชวงศ์ของอาเมร์ในอดีต (พิเศษ!! รวมค่าพาหนะขึ้นไปชมพระราชวัง โดยรถจี๊ป)
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านชม ซิตี้ พาเลส (CITY PALACE) ซึ่งเดิมเป็นพระราชวังของมหาราชใจสิงห์ (Jai Singh) พระราชวัง ถูกสร้างขยายออกในสมัยหลัง ปัจจุบัน ได้รวบเป็นพิพิธภัณฑ์ Sawai Man Singh Museum ประกอบด้วย 4 ส่วนที่น่าสนใจคือ ส่วนแรกคือส่วนของพระราชวังส่วนที่สองเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงฉลองพระองค์ของกษัตริย์ และมเหสี ซึ่งมีการตัดเย็บอย่างวิจิตร ส่วนที่สามเป็นส่วนของอาวุธ และชุดศึกสงคราม ที่จัดแสดงไว้อย่างน่าทึ่งมากมายหลายหลาก บางชิ้น ก็เป็นอาวุธได้อย่างน่าพิศวง และส่วนที่สี่ คือส่วนของศิลปะภาพวาด รูปถ่าย และราชรถ พรมโบราณ ซึ่งได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตรงกลางอาคารมีหม้อน้ำขนาดมหึมา 2 ใบ ทำจากโลหะเงิน สูง 1.50 เมตร มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เชื่อกันว่าเป็นหม้อน้ำที่กษัตริย์ Madho Singh ได้รับมาจากงานราชาภิเษกของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ซึ่งบรรจุน้ำจากแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์
  • หลังจากนั้นนำท่านชมภายนอก ฮาวา มาฮาล (HAWA MAHAL) แปลว่า พระราชวังแห่งสายลม เป็นพระราชวัง ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างในปีค.ศ. 1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดยลาล ชันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้งสร้างจากหินทรายสีแดงสดฉลุหินให้เป็นช่องหน้าต่างลวดลายเล็กๆ ละเอียดยิบมีช่องหน้าต่างถึง 953 บางแต่ปิดไว้ด้วยหินทรายฉลุทำให้นางในฮาเร็มพระสนมที่อยู่ด้านในสามารถมองออกมาข้างนอกได้โดยที่คนภายนอกมองเข้าไปข้างในไม่เห็นและประโยชน์อีกอย่างคือเป็นช่องแสงและช่องลมจนเป็นที่มาของชื่อ “Palace Of Wind”
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Park Ocean Hotel ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองชัยปุระ


วันที่สาม : ชัยปุระ – วัดพระพิฆเนศ - อักรา – อัครา ฟอร์ด - ทัชมาฮาล

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก
  • นำท่านเดินทางเข้าสู่ วัดพระพิฆเนศ Ganesh Temple (Moti Dungri) วัดพระพิฆเนศที่ชื่อเสียงโด่งดังเป็นอันดับ 1 ของเมืองชัยปุระ วัดนี้สร้างขึ้นโดย Seth Jai Ram Paliwal ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณเนินเขาเล็กๆ พระวิหารแห่งนี้เปรียบเสมือนชีวิตแห่งการค้นหาความสุขนิรันดร์ ซึ่งพระพิฆเนศวรช้างหัวเทพในศาสนาฮินดูถือว่าเป็นพระเจ้าแห่งความเป็นมงคลปัญญา ความรู้ และความมั่งคั่ง วัดพระพิฆเนศแห่งนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดของนักท่องเที่ยวทั้งชาวอินเดียและชาวต่างชาติ เชิญท่านขอพรจากองค์พระพิฆเนศตามอัธยาศัย
  • หลังจากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอัครา เมืองที่เป็นสถานที่ตั้งอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ทัชมาฮาล และเคยเป็นศูนย์กลางปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล อัคระ อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า "ฮินดูสถาน" เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในรัฐอุตตรประเทศ เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ เมืองอัคระมีประชากรทั้งหมด 1,686,976 คน (ปีค.ศ. 2010) ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในรัฐอุตตรประเทศ และอันดับที่ 19 ในประเทศอินเดีย
    ออกเดินทางสู่ เมืองอักรา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม.)
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • จากนั้นนำท่านเข้าชม อักราฟอร์ด (Agra Fort) แหล่งมรดกโลก ทิ่ติดริมแม่น้ำยมุนาสร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์ และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) , พระเจ้าชาห์จาฮานได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต
  • นำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง ผ่านลานสวนประดับ อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์
  • นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่างๆที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ ต่อมานำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ ,พระโอรส, พระธิดาและองค์ต่างๆ
  • แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง ที่สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ ในพระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่า ชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปี ในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์
  • นำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ ที่ได้นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้กับนางในฮาเร็ม
  • นำท่านเข้าชม ทัชมาฮาล (Taj Mahal) แหล่งมรดกโลกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 ต่อมานำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป
  • และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ ที่ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน ที่เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย โดยอาคารตรงกลางจะเป็นรูปโดมซึ่งมีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์ ทัชมาฮาลแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี โดยสิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี มีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร หนัก 500 กิโลกรัม และใช้คนงานกว่า 20,000 คน
  • ต่อมานำท่านเดินอ้อมไปด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำยมุนาโดยฝั่งตรงกันข้ามจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกปรับดินแล้ว โดยเล่ากันว่าพระเจ้าชาห์จาฮันเตรียมที่จะสร้างสุสานของตัวเองเป็นหินอ่อนสีดำโดยตัวรูปอาคารจะเป็นแบบเดียวกันกับทัชมาฮาล เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกัน แต่ถูกออรังเซบ ยึดอำนาจและนำตัวไปคุมขังไว้ในป้อมอักราเสียก่อน
  • รับประทานอาหารค่ำ
  • นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ The Taj Vilas Hotel ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองอักรา


วันที่สี่ : อักรา – เดลลี – กุตุบมีนาร์ - ประตูชัย (India Gate) – เดลลี (ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี)

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก
  • ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.)
  • นำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงนิวเดลลี ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 5,000 ปี และเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรอินเดียโบราณ 7 อาณาจักร ต่อมาในปี 1857 อังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในการปกครองประเทศอินเดียและได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่โกลกัตตา และได้ย้ายกลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งหนึ่งในปี 1911 หลังจากอินเดียได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษในปี 1947 ก็ได้มีการสร้างสถานที่ทำการราชการโดยสร้างเมืองใหม่ชื่อว่า “นิวเดลลี”
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • นำท่านเข้าชม กุตุบมีนาร์ (Qutb Minar) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงนิวเดลี ได้รับสถานะมรดกโลกเมื่อ พ.ศ. 2536 เป็นหอสูงที่สร้างด้วยหินทรายแดง (เช่นเดียวกับสุสานหุมายูน) และหินอ่อนเป็นทรงเสาสูงปลายฐานกว้าง 14 เมตรเศษ ส่วนชั้นบนสุดยอดกว้าง 2.7 เมตร มีความสูง 72.5 เมตร (ประมาณตึกสูง 20 ชั้น)
  • จากนั้นนำท่านชม ประตูชัย (India Gate) เป็นอนุสรณ์สถานของเหล่าทหารหาญที่เสียชีวิตจากการร่วมรบกับอังกฤษในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 1 และสงครามอัฟกานิสถาน ประตูชัยแห่งนี้จึงถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งหนึ่งของกรุงนิวเดลลี โดยซุ้มประตูแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมคล้ายประตูชัยของกรุงปารีสและนครเวียงจันทน์ ซึ่งมีความสูง 42 เมตร สร้างขึ้นจากหินทรายเมื่อปีคริสต์ศักราชที่ 1931 บนพื้นผิวของประตูชัยแห่งนี้จะปรากฏรายนามของทหารที่เสียชีวิตถูกแกะสลักไว้ และบริเวณใต้โค้งประตูจะปรากฏคบเพลิงที่ไฟไม่เคยมอดดับเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามอินเดีย-ปากีสถาน เมื่อปีคริสต์ศักราชที่ 1971 มีทหารยามเฝ้าบริเวณประตูชัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรม
  • นำท่านสู่ ตลาดจันปาท (JanpathMarket) อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและงานหัตถกรรมต่างๆ เช่น ผ้าไหมอินเดีย, เครื่องประดับอัญมณี, ไม้จันทน์หมแกะสลัก, ของตกแต่งประดับบ้าน ฯลฯ  **ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงไม่ไปตลาดจันปาทหากมีเวลาไม่เพียงพอ**
  • รับประทานอาหารค่ำ
  • ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี


วันที่ห้า : กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) (XW305 : 02.55-08.20)

  • 02.55 น. นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานดอนเมือง) ประเทศไทย โดยสายการบินนกสกู๊ต เที่ยวบินที่ XW305 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.50 ชั่วโมง) (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง)
  • 08.20 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิ์ภาพ

เงื่อนไขสินค้า

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด
  • ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุ (สองท่านต่อหนึ่งห้อง)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มตามรายการที่ระบุ
  • ค่ารถรับส่งและระหว่างนำเที่ยวตามรายการที่ระบุ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
  • รวมภาษีสนามบินทุกแห่ง + ภาษีน้ำมัน

อัตรานี้ไม่รวม

  • กระเป๋าเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าอินเดียแบบออนไลน์ 5 วันทำการ ท่านละ 3,000 บาท
  • กระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบเท่านั้น ในกรณีที่น้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม/ท่าน 1 ส่วนเกินน้ำหนักตามสายการบินกำหนด
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม, ค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีดฯลฯ
  • ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและคนขับรถ รวม 1,500 บาท /ท่าน/ทริป
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

RELATED ARTICLES

12 เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดในโลก (The World’s Most Colorful Cities)

ออกไปพบมุมมองใหม่ๆ เติมความสดใสให้กับขีวิตกันเถอะ เพราะเมืองที่จะพาไปเที่ยวต่อไปนี้ มีสีสันคัลเลอร์ฟูลมากๆ บางแห่งอาจจะเป็นประเทศที่เราไม่คุ้นเคยนัก แต่กลับมีความงามซ่อนอยู่ แบบนี้ต้องตามไปค้นหา...

ไอเดียถ่ายรูปคู่เมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ ที่น่ารักได้อีก

น่ารักไปอีก! คู่รักที่ชวนกันไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ไม่ได้ถ่ายรูปคู่ร่วมกัน แต่กลับวาดภาพเป็นตัวการ์ตูนสุดน่ารัก ถือเป็นโมเม้นที่น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ

เที่ยวต่างประเทศชม 15 สถานที่จริง แรงบันดาลใจสู่ภาพยนตร์ดิสนีย์

รู้หรือไม่ ก่อนจะมาเป็นภาพที่สวยงามบนภาพยนตร์ดิสนีย์ที่เราได้เห็นกัน มีแรงบันดาลใจมาจากสถานที่สวยๆ ทั่วโลก และยังก่อเกิดจินตนาการไปจนถึงสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในหลายๆ ประเทศ จะเป็นที่ไหนไปดูพร้อมๆ กันเลย

นักกินห้ามพลาด กับสุดยอด 15 เมืองที่เดินไปทางไหนก็มี Street Food

เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เข้าเมืองไหนต้องลองชิมของอร่อยเมืองนั้น จะไปเที่ยวเมืองไหนดีที่มีแต่ของอร่อย สายกินต้องห้ามพลาด สุดยอดเมือง street food ไปที่ไหนก็มีแต่ของกิน

บทความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

แชร์ สินค้านี้

ลงทะเบียนรับข่าวสาร WonderfulPackage วันนี้!

รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย เหนือกว่าใคร!