สรุปการเดินทาง
|
Day
|
Highlight
|
Meal
|
Hotel
*หรือเทียบเท่า
|
| B |
L |
D |
| 1 |
กรุงเทพฯ - สนามบินนานาชาติ อินทิราคานธี(นิวเดลี) - ประตูอินเดีย ถนนราชปถ - วัดแม่ลักษมี - ตลาดข่าน - วัดอักษราดารามห์ |
|
|
|
REDISSON BLU HOTEL
|
| 2 |
กรุงนิวเดลี - สถานีรถไฟ นั่งรถไฟความเร็วสูง 07.50-22.05 น.- เมืองคยา (นั่งรถไฟความเร็วสูง ประมาณ 10-11 ชั่วโมง) - เมืองคยา - ที่พัก |
|
|
|
DHAMMA GRAND HOTEL BODHGAYA
|
| 3 |
(พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 1) วัดพุทธคยา พระมหาเจีย์พุทธคยา พระพุทธเมตตา พระศรีมหาโพธิ์ - บ้านนางสุชาดา - ชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา - วัดนานาชาติ พระใหญ่แห่งไดโจเคียว - พระมหาเจีย์พุทธคยา |
|
|
|
DHAMMA GRAND HOTEL BODHGAYA
|
| 4 |
เมืองพุทธคยา - ราชคฤห์ ขึ้นชมเขาคิชกุฏ - วัดเวฬุวัน - เมืองราชคฤห์ - นาลันทา - หลวงพ่อองค์ดำแห่งนาลันทา(ที่ชาวไทยนับถือ) - มหาวิทยาลัยนาลันทา - เมืองปัตตานะ (**เขาคิชกุฏ มีบริการเสลี่ยงขึ้น-ลง ราคา 1,200 บาท/เที่ยว กรุณาทำจองก่อนเดินทาง**) |
|
|
|
Patlitputra Continental Patna Hotel
|
| 5 |
เมืองปัตตานะ - เมืองเวสาลี - วัดป่ามหาวัด กุฏาคารศาลาป่ามหาวัน สถูปปา วาล (ที่พระพุทธเจ้าปลงพระชนมายุสังขาร) - ผ่านชม มหาเจดีย์เกสริยา - วัดไทยกุสินารา (วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์) - เมืองกุสินารา |
|
|
|
OM RESIDENCY KUSHINAGAR HOTEL
|
| 6 |
(พุทธสังเวชนียที่ 2) นมัสการสถานที่ปรินิพพานสถูป ณ สาลวโนทยานสถาน ที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพาน และมกุฏพันธนเจดีย์ที่ถวายพระเพลิงสรีระสังขาร ของพระพุทธเจ้า - วัดไทย 960 - เมืองกุสินารา - เมืองลุมพินี(เนปาล) (*ข้ามแดนจากประเทศอินเดีย เข้าประเทศเนปาล*) |
|
|
|
SIDDHARTHA VILASA, LUMBINI
|
| 7 |
(พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3) สวนลุมพินี สถานที่ประสูติพระพุทธเจ้า - เสาพระเจ้าอโศกมหาราช - มหาวิหารมายาเทวี (ชมศิลาสลักภาพพระพุทธ ประวัติประสูติพระพุทธเจ้าน้อย) - สระโบกขรณี - เมืองสารวัตถี(อินเดีย) (*ข้ามแดนจากประเทศเนปาล กลับเข้าประเทศอินเดีย*) |
|
|
|
PLATINUM HOTEL SRAVASTI
|
| 8 |
เมืองสารวัตถี (ชมเมืองโบราณสมัยพุทธกาล) - วัดเชตวันมหาวิหาร - บ้านนาถบิณฑิกเศรษฐี บ้างองค์คุลี มาล - เมืองพาราณสี |
|
|
|
THE MUDRA HOTEL
|
| 9 |
ล่องเรือแม่น้ำคงคาพาราณสี ชมพระอาทิตย์ขึ้น - เมืองสารนาท - (พุทธสังเวชนียสถานที่ 4) ธรรมเมกขสถูป สถานที่ปฐมเทศนาครั้งแรก ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พิพิธภัณฑ์สารนาถ - กลับเมืองวาราณสี - ชมจุดฆาต - นั่งรถสามล้อชมเมืองเก่า - ช้อปปิ้งสินค้า พื้นเมือง - ชมพิธีคงคาอารตี |
|
|
|
THE MUDRA HOTEL
|
| 10 |
เมืองวาราณสี - กรุงเดลี (New Delhi) - สถานีรถไฟ นั่งรถไฟความเร็วสูง 06.00-15.00 (นั่งรถไฟความเร็วสูง ประมาณ 8-9 ชั่วโมง) - เมืองพุทธคยา - สนามบินนานาชาติอินทิราคานธี(เดลี) - กรุงเทพฯ |
|
|
|
-
|
อัตราค่าบริการ สำหรับเดินทาง 4-10 ท่าน
(ราคารวม พระวิทยากร นำชม และสวดมนต์ / ไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ)
กำหนดการเดินทาง วันนี้ - กันยายน 2569
| จำนวนผู้เดินทาง |
ราคา (บาท/ท่าน) |
4 ท่าน
|
46,900
|
6 ท่าน
|
41,900
|
8 ท่าน
|
38,900
|
10 ท่าน
|
36,900
|
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
|
12,900
|
หมายเหตุ :
- ราคานี้ใช้ไม่ได้กับช่วงวันหยุด เทศกาล,นักขัตกฤษ์,วันปีใหม่,ตรุษจีน,สงกรานต์
- ราคานี้สำหรับลูกค้าที่ถือพาสปอร์ตไทยเท่านั้น และไม่มีราคาเด็ก
- โปรแกรมขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสภาพอากาศ และฤดูกาล การจัดที่นั่งบนเครื่อง จะเป็นไปตามที่สายการบินเป็นผู้กำหนด โดยจะเป็นการรันตามระบบ ไม่สามารถ เลือกที่นั่ง และที่นั่งอาจจะไม่ได้ติดกัน ซึ่งทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปจัดการได้แต่อย่างได ทั้งนี้สายการบินมีนโยบายขายบัตร(ตั๋ว) โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติ่มนอกเหนือรายการทัวร์
รถนำเที่ยวพร้อมคนขับแบบส่วนตัว เที่ยวแบบส่วนตัวเฉพาะคุณเท่านั้น
รถที่ใช้เดินทาง
|
จำนวนผู้เดินทาง
|

|
เดินทางโดยรถ Toyota Innova (สำหรับเดินทาง 4 ท่าน)
|

|
เดินทางโดยรถ Tempo Traveler (สำหรับเดินทาง 6-9 ท่าน)
|
 |
เดินทางโดยรถ Tempo Traveler (สำหรับเดินทาง 10-15 ท่าน)
|
แพลนการเดินทาง
วันแรก :: กรุงเทพฯ – สนามบินนานาชาติ อินทิราคานธี (New Delhi) – ประตูอินเดีย ถนนราชปถ – วัดพระแม่ลักษมี - ตลาดข่าน – วัดอักษราดารามห์ (แนะนำสายการบิน TG323 07.35-10.35, AI233 08.50-12.05) (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
เดินทางสู่ เมืองเดลี
|
- .......... น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ/ดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน ตามที่ท่านจองมา โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินให้กับท่าน
- .......... น. ออกเดินทางสู่ กรุงเดลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน ............. เที่ยวบินที่ .......... (ตามสายการบินที่ท่านเลือก)
- .......... น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติ อินทิราคานธี (Indira Gandi International Airport)
รับกระเป๋าสัมภาระ (เวลาท้องถิ่นของประเทศอินเดียช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 1.30 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อสะดวกในการนัดหมาย)ไกด์ท้องถิ่นถือป้ายคอยต้อนรับ ชูป้ายรับ

|
ประตูอินเดีย (Gateway of India)
|
|

|
- ประตูสู่อินเดีย Gateway of India เป็นสถานของเหล่าทหาทหารหาญที่เสียชีวิตจากการร่วมรบกับอังกฤษในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 1 และสงครามอัฟกานิสถาน ประตูชัยแห่งนี้จึงถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งหนึ่งของกรุงนิวเดลี บนพื้นผิวของประตูชัยแห่งนี้จะปรากฎรายนามของทหารที่เสียชีวิตถูกแกะสลักไว้ และบริเวณใต้โค้งประตูจะปรากฏคบเพลิงที่ให้ไม่เคยมอดดับเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามอินเดีย-ปากีสถาน

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(เซ็ตเมนู)
|

|
วัดลักษมีนารายัน หรือ วัดพระแม่ลักษมี (Laxmi Narayan Temple)
|
|

|
- วัดลักษมีนารายัน หรือวัดพระแม่ลักษมี (Laxmi Narayan Temple) สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2481 โดยนาย Raja Baldev Birla นักธุรกิจชาวอินเดียสถาปัตยกรรมของวัดนี้สร้างด้วยหินทรายสีแดงและยังมีลานน้ำพุด้านหน้าที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว มีความสวยงามเป็นอย่างมาก วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระนารายณ์ผู้พิทักษ์โลกและพระลักษมีเทพีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย ภายในยังมี พระกฤษณะ และพระพิฆเณศ ขอแห่งความสำเร็จ ให้ท่านสักการะกราบขอพร

|
ตลาดข่าน (Khan Market)
|
|

|
- ตลาดข่าน” (Khan Market) หรือที่รู้จักกันในหมู่ชาวของชาวอินเดีย ตลาดจะเป็นรูปตัวยู หรือเกือกม้าตลาดชิคๆ ย่านคน Cool ใจกลางเดลี ที่นี่มีสินค้าหลากหลาย และที่นี่มีร้านคาเฟ่ ร้านค้าตกแต่งน่ารัก และสวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป และช้อปปิ้งเพลิดเพลินใจ

|
วัดอักษราดารามห์ (Akshardham)
|
|

|
- นำท่านชม อักชาร์ดราม หรือ วัดอักษราดารามห์ (Akshardham) เป็นโบสถ์พราหมณ์ ศาสนาฮินดู ถือเป็นศูนย์รวมด้านจิตวิญญาณและวัฒนธรรม เมื่อเข้าไปภายในยิ่งสวยงามมาก ฝีมือจิตกรรม ประณีตสวยงามมากเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน และตกกลางคืนเมื่อเปิดไฟ รอบๆ บริเวณยิ่งสวยงามมาก
(หมายเหตุ : การเข้าชมวัดไม่อนุญาตนำสิ่งของจำพวกปากกา เครื่องหนังสัตว์ มือถือ กล้องถ่ายรูป รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดรวมถึงกระเป้าใบใหญ่ห้ามนำเข้าไปในบริเวณวัด) แนะนำ พกเพียงกระเป๋าใบเล็กเงินสดเข้าไป

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (เซทเมนู)
|

|
ที่พัก RADISSAN BLU,Deli Hotel หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่สอง :: กรุงเทพฯ – กรุงนิวเดลี (New Dehil) - สถานีรถไฟความเร็วสูง - สู่เมืองพุทธคยา (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
รับประทานอาหารเช้า (Set-Box)
|

|
=สถานีรถไฟความเร็วสูง เดินทางสู่เมืองพุทธคยา=
07.50-22.05 น. (ใช้เวลาเดินทาง 10.30 – 11 ชม.)
|
- 07.50 น. นำท่านนั่งรถไฟความเร็วสูง ออกเดินทางสู่เมืองคยา (Bodh Gaya) ตั้งอยู่ในอำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นพุทธสังเวชนียสถานสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่งของชาวพุทธทั่วโลก เพราะเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปัจจุบันมี พระมหาโพธิเจดีย์ และ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นศูนย์กลางการแสวงบุญ ระหว่างเดินทางให้ท่านพักผ่อนอิสระตามอัธยาศัย พร้อมชมวิวและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอินเดีย (***กระเป๋าเดินทาง และสัมภาระต่างๆ ท่านต้องดูแลด้วยตัวเอง***)

|
รับประทานอาหารกลางวัน และอาหารค่ำบนรถไฟ (Set-Box)
(บนรถไฟความเร็วสูง-ทางบริษัทฯ มีขาย อาหาร ขนม น้ำชงต่างๆ)
|

|
=เดินทางถึง เมืองพุทธคยา=
|
- 22.05 น. เดินทางถึงเมืองคยา พร้อมนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก (กรุณาตรวจเช็คสัมภาระก่อนลงจากรถไฟ) จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก

|
ที่พัก DHAMMA GRAND HOTEL BODHGAYA
หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่สาม :: (พุทธสังเวชนียสถสานที่ 1) วัดพุทธคยา พระมหาเจดีย์พุทธคยา พระพุทธเมตตา พระศรีมหาโพธิ์ – บ้านนางสุชาดา – ชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา - วัดนานาชาติ พระใหญ่แห่งไดโตเจียว – วัดพุทธคยา พระมหาเจดีย์พุทธคยา(ครั้งที่ 2) (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม และเชคเอ้าท์กระเป๋าสัมภาระ
|

|
พระมหาเจดีย์พุทธคยา (พุทธสังเวชนียสถานที่ 1)
|
|

|
- นมัสการ พระมหาเจดีย์พุทธคยา หรือ พระมหาโพธิ์เจดีย์ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าพุทธสังเวชนียสถานที่สําคัญที่สุดใน 1 ใน 4 สังเวชนียสถานและถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก เป็นสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบอินเดีย มีลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงสูง สูงประมาณ 170 ฟุต แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกประดิษฐานพระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะปาละ เป็นพระพุทธรูปใหญ่หนึ่งเดียวในเจดีย์ที่ไม่ถูกทำลายจากกษัตริย์ชาวฮินดูในสมัยที่มีการกวาดล้างพระพุทธศาสนาในอินเดีย ส่วนชั้นที่ 2 ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาปางประทานพร

|
พระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา
|
|


|
- นมัสการ พระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา เป็นพระพุทธปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดําอายุกว่า 1,400 ปี
**ค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายรูปบริเวณองค์เจดีย์พุทธคยา (ชำระที่ไกด์อินเดีย) กล้องถ่ายรูปธรรมดา 100 รูปี / กล้องวีดีโอ 300 รูปี**
หมายเหตุ การแต่งกาย : ชุดสุภาพ รองเท้าแบบสวมถอดได้ง่าย เนื่องจากต้องถอดรองเท้าขณะเข้าไปในพุทธสถานโดยสามารถสวมถุงเท้าได้ **ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกทุกชนิดเข้าภายในบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์**

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตาคารอาหารไทย (เซทเมนู)
|

|
บ้านนางสุชาดา (Sujata Kuti Stupa)
|
|

|
- บ้านนางสุชาดา ผู้ที่ถวายข้าวมธุปายาส (ข้าวที่หุงด้วยนมโคล้วน) ให้แด่พระบรมศาสดาก่อนตรัสรู้ พร้อมถาดทองคำ ถือเป็นภัตตาหารอันประณีตและยังมีความหมายต่อชาวพุทธถึงปัจจุบัน ซึ่งนางสุชาดา เป็นอุบาสิกาอุปถัมคนสำคัญของพระบรมศาสดาก่อนตรัสรู้ และบุตรสาวของคฤหบดีเศรษฐีแห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ระหว่างทางไปบ้านนางสุชาดาจะต้องนั่งรถผ่านแม่น้ำเนรัญชราซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาที่พระศาสดาได้รับการถวายข้าวมธุปายาสพร้อมถาดทองคำจากนางสุชาดาและพระองค์ได้อธิษฐานจิตเสี่ยงทายหากพระองค์ท่านสามารถตรัสรู้ได้ “ขอให้ถาดทองคำลอยทวนสายน้ำ” จากนั้นนำท่านชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่พระบรมศาสดาทรงธรธษฐานลอยถาดทองคำที่นางสุขาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาส ที่ท่าสุปปติฏฏฐะ จากท่าน้ำนี้ท่านสานสามารถเห็นเจดีย์มหาโพธิ์

|
พระใหญ่แห่งไดโจเคียว (The Great Buddha of Daijokyo)
|
|

|
- นำท่านชม พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือ "พระใหญ่แห่งไดโจเคียว" (The Great Buddha of Daijokyo) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิหินทรายและหินแกรนิตขนาดใหญ่ สูงประมาณ 19.5-25 เมตร (รวมฐานสูง 80 ฟุต) สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2532 โดยองค์กรไดโจเคียวจากญี่ปุ่น เป็นจุดแสวงบุญสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามและสงบเงียบด้านข้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่มีรูปปั้นสาวกสำคัญ 10 องค์ และภายในองค์พระสามารถเดินขึ้นไปได้ โดยผนังด้านในมีการประดิษฐานพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์

|
พระมหาเจดีย์พุทธคยา (พุทธสังเวชนียสถานที่ 1) (ครั้งที่ 2)
|
|

|
- นมัสการ พระมหาเจดีย์พุทธคยา หรือ พระมหาโพธิ์เจดีย์ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าพุทธสังเวชนียสถานที่สําคัญที่สุดใน 1 ใน 4 สังเวชนียสถานและถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก เป็นสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบอินเดีย มีลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงสูง สูงประมาณ 170 ฟุต แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกประดิษฐานพระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะปาละ เป็นพระพุทธรูปใหญ่หนึ่งเดียวในเจดีย์ที่ไม่ถูกทำลายจากกษัตริย์ชาวฮินดูในสมัยที่มีการกวาดล้างพระพุทธศาสนาในอินเดีย ส่วนชั้นที่ 2 ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาปางประทานพร

|
พระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา
|
|
 
|
- นมัสการ พระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา ซึ่งเป็นพระพุทธปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดําอายุกว่า 1,400 ปี
**ค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายรูปบริเวณองค์เจดีย์พุทธคยา (ชำระที่ไกด์อินเดีย) กล้องถ่ายรูปธรรมดา 100 รูปี / กล้องวีดีโอ 300 รูปี**
หมายเหตุ การแต่งกาย : ชุดสุภาพ รองเท้าแบบสวมถอดได้ง่าย เนื่องจากต้องถอดรองเท้าขณะเข้าไปในพุทธสถานโดยสามารถสวมถุงเท้าได้ **ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกทุกชนิดเข้าภายในบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์**

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ที่พัก DHAMMA GRAND HOTEL BODHGAYA
หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่สี่ :: เมืองพุทธคยา – ราชคฤห์ ขึ้นเขาชมยอดคิชกุฏ - วัดเวฬุวัน – เมืองราชคฤห์ – นาลันทา – หลวงพ่อองค์ดำแห่งนาลันทา(ที่ชาวไทยนับถือ) - มหาวิทยาลัยสงฆ์ นาลันทา - เมืองปัตนะ (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม และเชคเอ้าท์กระเป๋าสัมภาระ
|

|
= เดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ (Rajgir) = ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชั่วโมง
|

|
เขาคิชฌกูฎ (Gridhrakuta Hill)
|
|

|
- นำท่านขึ้นเขาคิชกุฎ (Griddhakuta ulture’s Peak) เพื่อกราบสักการะพระคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เขาคิชกุฎนั้นนับว่าเป็นที่สัปปายะของเหล่าพระอริยสาวกในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนากล่าวว่า เป็นที่จำพรรษาของพระอรหันต์หลายองค์ เช่น พระสารีบุตร พระอานนท์ พระมหากัสสปะพระอนุรุทธะ พระปุณณมันตานีบุตร และพระอุบาลี เป็นต้น การขึ้นเขาคิชกูฏ เป็นการเดินขึ้นที่สูงทางเดินลาดชันพอประมาณ ระยะทางโดยรวมประมาณ 800 เมตร ทุกท่านจะต้องเดินขึ้น รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปถึงได้ ผู้ที่แข็งแรงสามารถเดินขึ้นได้ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ให้ท่านอิสระท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงเขาและขึ้นรถ
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่ไม่สะดวกเดินเท้า หรือมีปัญหาด้านหัวเข่า สามารถนั่งเสลี่ยงโดยมีคนหาบขึ้น-ลง ได้ แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนการเดินทางเพื่อติดต่อจองเสลี่ยงล่วงหน้าให้ไว้รอที่เชิงเขา (*โดยมีค่าใช้จ่ายท่านละ 1,200.-บาท(2,300 รูปี)/ท่าน/เที่ยว*)
ระหว่างทางผ่านชมวัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรก, ผ่านชม ตะโปทารามสถานที่อาบน้ำชะล้างบาป 4 วรรณะของชาวอินเดีย เป็นน้ำแร่จากธรรมชาติจากเขาสัตตบรรณคูหา

|
ผ่านชม ตะโปทาราม (Tapotaram)
|

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรมของเมืองราชคฤห์
|

|
วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (Venuvan)
|
|

|
- วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1,250 รูป ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือพระพุทธเจ้าทรงให้การอุปสมบทด้วยพระองค์เอง ได้มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายทำให้เกิด "วันมาฆะบูชา" มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะ และพระอัญญาโกญฑัญญะ

|
= เดินทางสู่ เมืองนาลันทา (Nalanda) =
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)
|

|
หลวงพ่อดํา (Black Buddha Nalanda)
|
|

|
- นมัสการ หลวงพ่อดํา พระพุทธรูปสร้างจากหินสีดำลักษณะงดงาม ประดิษฐานอยู่นอกรั้วมหาวิทยาลัยนาลันทา เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนับถือมาก ชาวบ้านที่นี่เรียกว่า เตลิยบาบา หรือ หลวงพ่อน้ำมัน ว่ากันว่าใครขอพรอะไรก็จะสมหวัง
หมายเหตุ : ค่าธรรมเนียมกล้อง(ชำระที่ไกด์อินเดีย) // กล้องถ่ายรูปธรรมดา (*ไม่เสีย*) กล้องวีดีโอ 50 รูปี

|
มหาวิทยาลัยนาลันทา (Nalanda)
|
|

|
- มหาวิทยาลัยนาลันทา (Nalanda) มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก เป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล
หมายเหตุ : ค่าธรรมเนียมกล้อง(ชำระที่ไกด์อินเดีย) // กล้องถ่ายรูปธรรมดา (*ไม่เสีย*) กล้องวีดีโอ 50 รูปี

|
=เดินทางสู่ เมืองปัตนะ= (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.)
|

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ที่พัก PATLITPUTRA CONTINENTAL PATNA HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่ห้า ::เมืองปัตตานะ – เมืองเวสาลี - วัดป่ามหาวัน กุฏาคารศาลาป่ามหาวัน สถูปปาวาล (ที่พระพุทธเจ้าปลงพระชนมายุสังขาร) – เวสาลี - ผ่านชมมหาเจดีย์เกสริยา เจดีย์เมืองเวสาลี – วัดไทยกุสินารา(วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์) – เมืองกุสินารา (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม และเชคเอ้าท์กระเป๋าสัมภาระ
|

|
=เดินทางสู่ เมืองไวสาลี หรือเวสารี (Vaishali)=
(นั่งรถประมาณ 3 ชม.)
|

|
กุฏาคารศาลาป่ามหาวัน
|
|

|
- มหากุฏาคารศาลาป่ามหาวัน ป็นสถานที่พระผู้มีพระภาคเจ้าปลงอายุสังขารเป็นครั้งสุดท้ายต่อจากนั้นอีก 3 เดือน จึงเสด็จดับขันธปรินิพพานที่กุสินารา เป็นสถานที่ที่กำเนิดภิกษุณีรูปแรก เป็นที่ทำน้ำมนต์เป็นที่แรก ที่ยังมีเสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศอินเดีย

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรมไวสาลี
|

|
ระหว่างทางผ่านชมมหาสถูปเกสรียา
|
|

|
- มหาสถูปเกสรียา บริเวณที่พระพุทธองค์ทรงหันกลับมาทอดพระเนตรดูเมืองไวสาลีเป็นครั้งสุดท้าย และพระราชทานบาตรให้กับพวกลิจฉวีก่อนเดินทางไปยังกุสินารา เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน โดยเชื่อว่ากันว่าเป็นสถูปที่สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งมีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก ด้วยขนาดความสูงประมาณ 41 เมตร ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อปีพุทธศักราช 2474 จึงเหลือความสูงประมาณ 35 เมตร

|
=เดินทางสู่ เมืองกุสินารา(Kushinagar)=
(ใช้เวลาเดินทาง 4.30 - 5 ชั่วโมง)
|

|
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
|
|

|
- วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ บริเวณสร้างขึ้นเพื่อน้อมเป็นพุทธบูชา และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในวาระครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ 72 พรรษา เชิญท่านร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ที่พัก OM RESIDENCY KUSHINAGAR หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่หก :: (พุทธสังเวชนียที่ 2) นมัสการสถานที่ปรินิพพานสถูป ณ สาลวโนทยาน สถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพาน และมกุฏพันธนเจดีย์ที่ถวายพระเพลิงสรีระสังขารพระพุทธเจ้า – วัดไทยลุมพินี(วัดไทย 960) - เมืองกุสินารา - เมืองลุมพินี – (สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล) (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม และเชคเอ้าท์กระเป๋าสัมภาระ
|

|
สถานที่ปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน
(พุทธสังเวชนียสถานที่ 2)
|
|
 
|
- สังเวชนียสถานแห่งที่ 2 นมัสการสถานที่ปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน สถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน มีสาละปลูกไว้เป็นอนุสรณ์ นมัสการมหาปรินิพานสถูปและเข้าไปสักการะ พระพุทธรูปปางอนุฏฐิต สีหไสยาสน์ คือปางเสด็จบรรทมครั้งสุดท้ายภายในวิหารปรินิพพาน เดิมเป็นอุทยานของมัลละกษัติรย์ มีสถูป และวิหารปรินิพพาน ต้นสาละซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพาน ก็มีปลูกเป็นสัญญาลักษณ์หลายต้น ท่านจะได้เห็น ต้นสาละที่แท้จริงที่นี่
นมัสการองค์ปรินิพพานสถูป มีลักษณะเป็นทรงบาตรคว่ำสูงใหญ่มีฉัตร 3 ชั้น ตอนบนสุดได้พังลงมาเมื่อปลายปี 2506 ปัจจุบันเห็นเพียงครึ่งท่อน ถัดมาเป็นปรินิพพานวิหารพระพุทธรูปปางไสยาสน์เสด็จดับขันธ์ ปรินิพพานขนาดใหญ่ และให้ท่านได้ร่วมกันทำสมาธิภาวนา นมัสการกฏพันธเจดีย์ (Makutabandan Stupa) สถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระสังขารของพระพุทธเจ้า

|
มกุฏพันธเจดีย์ (Makutabandan Stupa)
|
|

|
- นำท่านกราบนมัสการ มกุฏพันธเจดีย์ (MakutabandanStupa) สถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระสังขารของพระพุทธเจ้า ซึ่งปัจจุบันเป็นองค์พระเจดีย์ทรงกลม ซึ่งอยู่ห่างจากที่พระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานประมาณ 1 กิโลเมตร

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
=เดินทางสู่ เมืองลุมพินี (เนปาล)=
(ใช้เวลาเดินทาง 4 - 5 ชั่วโมง)
|

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ที่พัก SIDDHARTHA VILASA LUMBINI HOTEL
หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่เจ็ด :: (พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3)สวนลุมพินี สถานที่ประสูติพระพุทธเจ้า – เสาพระเจ้าอโศกมหาราช – วิหารมายาเทวี(ชมศิลาสลักภาพระพุทธประวัติประสูติพระพุทธเจ้าน้อย) – สระโบกขรณี - เมืองสารวัตถี(ประเทศอินเดีย) *ข้ามแดนจากประเทศเนปาล กลับประเทศอินเดีย* (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
สถานที่ประสูติ ณ ลุมพินีวัน (พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3)
|
|
 
|
- สังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่ประสูติ ซึ่งเชื่อกันว่าบริเวณที่ประสูติของสิทธัตถราชกุมาร คือ จุดที่เสาพระเจ้าอโศกมหาราชตั้งอยู่ยังมีข้อความภาษาพราหม์จารึกไว้อย่างสมบูรณ์ เขียนว่าเป็น สถานที่ประสูติของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นมัสการมหามายาเทวีวิหาร (The Mahamaya Devi Temple) ภายในมีศิลาสลักภาพพุทธประวัติปางประสูติเป็นรูปพุทธมารดาในพระอริยาบถยืนพระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งไม้สาละ มีรูปเจ้าชายสิทธัตถะออกมาทางปัสสะขวาของพระพุทธมารดา ด้านหน้ามหามายาเทวีวิหารมี สระโบกขรณี (The Sacred Pond) ซึ่งเป็นที่สรงสนานของพระนางสิริมหามายาเทวีก่อนและหลังให้ประสูติกาลพระกุมาร นำคณะเข้าชมสักการะรอยบาทแห่งองค์ศาสดา เมื่อครั้งประสูติกาล ศิลาแห่งการกำเนิด จากนั้นชมสระอโนดาดที่น้ำไม่เคยแห้ง คณะสวดมนต์บูชาสถานที่และเชิญท่านปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย
รูปปั้นพระพุทธเจ้าน้อย“เจ้าชายสิทธัตถะตอนประสูติ” ยืนชี้นิ้วขึ้นฟ้า 1 ข้าง ชี้ลงดิน 1 ข้าง รูปหล่อพระกุมารยืนบนดอกบัว
*ด้านในมหาวิหารมายาเทวีไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ* ค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายรูปธรรมดา ไม่เสีย /กล้องวีดีโอ 10 USD หรือ 800 รูปีอินเดีย หรือประมาณ 400 บาท

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
=เดินทางสู่ เมืองสาวัตถี (Sravasti)=
(นั่งรถประมาณ 4.30 - 5 ชั่วโมง)
|
- **** โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้ กับตัวท่านเพื่อประทับตราออกจากประเทศเนปาล กลับเข้าสู่ประเทศอินเดีย ****
- กรุณาปรับเวลา เวลาท้องถิ่นประเทศอินเดีย ท้องถิ่นช้ากว่าประเทศเนปาล 15 นาที
หลังอาหารเช็คเอ้าท์พร้อมกระเป๋าสัมภาระ ออกเดินทางสู่ชายแดนแนปาล-อินเดีย อีกครั้ง ตรวจลงตราออกเนปาล และกลับเข้าสู่ประเทศอินเดียเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางต่อไปเมืองสาวัตถีประเทศอินเดีย (นั่งรถประมาณ 4.30 - 5 ชั่วโมง)

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ที่พัก PLATINUM HOTEL SRAVASTI หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่แปด :: เมืองสาวัตถี(ชมเมืองโบราณสมัย พุทธกาล) - วัดเชตวันมหาวิหาร(วัดที่พระพุทธเจ้า จำพรรษามากที่สุด 19 พรรษา) - บ้านนาถบิณฑิกเศรษฐี บ้านองคุลีมาล - เมืองพาราณสี (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
วัดเชตวันมหาวิหาร
|
|

|
- วัดเชตวันมหาวิหาร สร้างโดยท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี บนที่ตั้งของ เชตวัน หรือสวนเจ้าเชตนอกเมืองสาวัตถี วัดนี้ เป็นวัดที่พระพุทธเจ้าจำพรรษามากที่สุดถึง 19 พรรษา และยังเป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่างๆ ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามากมาย

|
บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
|
|

|
- บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นเรือนที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีอาศัยอยู่ เดิมนามว่า สุทัตตะเศรษฐี ท่านเป็นเศรษฐีที่ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนตกยาก ทำให้ท่านถูกเรียกจากชาวเมืองสาวัตถีว่า "อนาถบิณฑิกเศรษฐี" แปลว่า เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ไปค้าขายและได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าที่เมืองราชคฤห์จนบรรลุเป็นพระโสดาบัน ท่านจึงมีศรัทธาสร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

|
บ้านองคุลีมาล
|
|

|
- แต่เดิมนั้นองคุลีมาลชื่อว่า อหิงสกะ สามารถเรียนได้รวดเร็วอีกทั้งยังปรนนิบัติอาจาย์อย่างดี จนเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์อย่างมาก เป็นเหตุให้ศิษย์อื่นๆ ริษยา จึงยุยงอาจารย์ว่าองคุลิมาลคิดจะทำร้าย อาจารย์จึงคิดจะกำจัดองคุลิมาลเสีย โดยบอกองคุลิมาลว่า ถ้าจะสำเร็จวิชาต้องฆ่าคนให้ได้ 1,000 คนเสียก่อน องคุลิมาลจึงออกเดินทางฆ่าคน แล้วตัดนิ้วหัวแม่มือมาคล้องที่คอเพื่อให้จำได้ว่าฆ่าไปกี่คนแล้ว เหตุนี้เอง “อหิงสกะ จึงได้รับสมญานามว่า องคุลิมาล” เมื่อฆ่าจนครบ 999 คน ก็มาพบพระพุทธเจ้า และได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาออกบวชเป็นพุทธสาวกในที่สุด
- นำท่านนมัสการ พระมูลคันธกุฎี มหากุฏิของพระพุทธองค์ ที่ได้ทำบูรณะปฏิสังขรณ์จากทางการอินเดียเป็นอย่างดี ในอาณาบริเวณอารามนี้ ท่านสามารถกราบสักการะอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ ที่ปลูกโดยพระอานนท์ในสมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ต้นนี้ปรากฎหลักฐานในคัมภีร์และยังคงเป็นยืนต้นมาจนปัจจุบัน, นำชมบ่อน้ำองค์ของพระพุทธองค์, กุฏิพระราหุล,พระมหากัสสปเถระ, พระสีวลีและพระสารีบุตร ตามลำดับ เชิญท่านสวดมนต์บูชาสถานที่ตามอัธยาศัย นำท่านชมเนินดินที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
=เดินทางสู่ เมืองพาราณสี (Varanasi)
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง)
|

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ที่พัก THE MUDRA HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่เก้า :: ล่องเรือชมแม่น้ำคงคาพาราณสี ชมพระอาทิตย์ขึ้น (ที่ชาวฮินดูมีความเชื่อถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก) - เมืองสารนาท – (พุทธสังเวชนียสถานที่ 4) ธรรมเมกขสถูป สถานสถานที่ปฐมเทศนาครั้งแรก ณ ป่าอิสิปตนนฤคทายวัน พิพิธภัณฑ์สารนาถ - ชมจุดฆาต - นั่งรถสามล้อชมเมือง – ช้อปสินค้าพื้นเมือง - พิธีคงคาอารตี (มีรถ + มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวพูดอังกฤษ) + พระธรรมฑูต(พูดไทย)

|
เช้าตรู่ - ล่องเรือชมแม่น้ำคงคา
|
|

|
- ชมวิถีชิวิตชาวเมืองพาราณสี ล่องเรือแม่น้ำคงคาพาราณสี “มหานทีแห่งศรัทธา แม่น้ำคงคา” ชมการอาบน้ำล้างบาป บูชาพระอาทิตย์ ชมการเผาศพริมฝั่งแม่น้ำคงคาที่มากกว่า 4,000 ปี และชมวิถีชีวิตยามเช้าของชาวฮินดูแท้ ชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาศ (Mt. Kailash) บนสรวงสวรรค์ (ตามสภาพภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูงทิเบต) โค้งแม่น้ำคงคานี้มีความเชื่อทั้งทางฮินดูและพุทธ ท่านสามารถชมพิธีการอาบน้ำล้างบาปของชาวฮินดูริมฝั่งแม่น้ำคงคาและพิธีการเผาศพซึ่งมีมานานกว่า 4,000 ปีโดยกองไฟที่เผาศพไม่เคยดับ (ใช้เวลาล่องเรือราวประมาณ 40นาที) นำท่านกลับขึ้นฝั่ง พร้อมนำท่านกลับสู่ที่พัก

|
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และเชคเอ้าท์กระเป๋าสัมภาระ
|

|
= เดินทางสู่ เมืองสารนาถ =
|

|
ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทาวัน (พุทธสังเวชยสถานที่ 4)
|
|

|

|
พิพิธภัณฑ์สารนาถ (Archaeological Museum)
|
|

|
- พิพิธภัณฑ์สารนาถ (Archaeological Museum) เป็นที่จัดแสดงและเก็บรักษาโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้ในบริเวณสารนาถ เช่น พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ เทวรูป เครื่องใช้สอยในยุคนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิมากรรมที่เป็นเลิศคือพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่งดงามยิ่งนัก สิงห์อันเป็นตราราชการแผ่นดินของอินเดีย
ค่าธรรมเนียม กล้องถ่ายรูปธรรมดา ไม่เสีย / กล้องวีดีโอ 25 รูปี

|
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ชมจุดฆาต (Ghat) หรือเรียกว่าท่าน้ำ
|
|

|
- นำท่านชมจุดฆาต (Ghat) หรือเรียกว่า ท่าน้ำ ที่มีความโดดเด่นของริมฝั่งแม่น้ำคงคา ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร มีฆาต 80 กว่าฆาต แต่จะนำท่านชมฆาตที่โดดเด่นที่สุด ฆาต 4 จุดดังนี้
จุดที่ 1 คือท่าฆาตเกดาร ฆาต (Kedar Ghat) เป็นฆาตแห่งศิวลึงด์โดยแท้
จุดที่ 2 ท่าหริศจัณทร์ ฆาต (Harishchandra Ghat) และท่ามณิกรรณิการ์ ฆาต (Manikarnika Ghat) ทั้งสองฆาตเป็นท่าเผาศพที่อยู่คนละด้าน
จุดที่ 3 ซินเด ฆาต (Scindia Ghat) เพราะมีวัดจมน้ำ เทวาลัยสรรเสริญศิวะเทพ ตั้งเอียงจมอยู่ในน้ำเหลือเพียงครึ่งเดียว
จุดที่ 4 ทศาศวเมธ ฆาต (Dashashvamedha Ghat) หรือ ท่าเมน ฆาต เป็นท่าหลักที่เก่าแก่ที่สุด ท่านี้จะมีชีวิตชีวาเพราะท่าแห่งนี้มีผู้คนลงมาอาบน้ำ ลอยกระทงบูชาพระแม่คงคา และขอพรกันเป็นกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ตลอดทั้งวัน

|
นั่งรถสามล้อชมเมือง ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ตลาดคุนจ์ กาลี (๋Kunj Gali)
|
- นำท่านเดินชมเมืองเก่า (Old City) โดยเดินผ่านชุมชน ตรอกคับแคบคตเลี้ยวไปมา มีร้านค้าขายน้ำ ขายหมากพลู ขายขนม และชมบ้านของชาวอินเดียชมวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ในตรอกซอยแห่งนี้ที่เรียบแบบเรียบง่าย ทำให้รู้สึกว่าเป็นการเดินเล่นที่มีเสน่ห์ของอินเดียสำหรับท่านที่ชอบ จากนั้นให้ท่านนั่งรถสามล้อ (Rickshaw ride) เพลิดเพลินกับการชมเมือง ขี่ผ่านร้านค้า ตรอกต่างๆ นำท่านสู่ คุนจ์ กาลี (Kunj Gali) เป็นตลาดที่มีสินค้าพื้นเมืองหลากหลายเป็นแหล่งช้อปผ้าไหมพาราณสี ทั้งส่าหรีและดูปัตต้าที่มีสีสันสดใส ท่านจะได้สัมผัสเสน่ห์ของอินเดียแบบดั้งเดิม จากนั้นนำท่านสู่ถนนโชริ กาลี (Kachori Gali)

|
พิธีคงคาอารตี (Ganga Aarti)
|
|

|
- นำท่านชมพิธีคงคาอารตี Ganga Aarti หรือ พิธีบูชาพระแม่คงคาด้วยดวงไฟ จัดขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดินเป็นประจำที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา พิธีศักดิ์สิทธิ์ของเมืองวาราณสี โดยนักบวชจะทำการบูชาด้วยโคมไฟขนาดใหญ่ เครื่องบูชา และการสวดมนต์อย่างพร้อมเพรียงเป็นจังหวะ เพื่อขับไล่ความมืดมัว และรับพรจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่งดงามและต้องมาชมหากไปเยือนประเทศอินเดีย จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก

|
รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
|

|
ที่พัก MUDRA VARANASI HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|

|
วันที่สิบ :: เมืองวาราณสี - สถานีรถไฟ นั่งรถไฟความเร็วสูง 06.00-15.00 น. – กรุงนิวเดลี (New Dehil) - สนามบินนานาชาติอินทิราคานธี (New Delhi) - (กรุงเทพฯ) - (แนะนำสายการบิน TG316 00.20-05.45, SL900 21.40-21.05)

|
รับประทานอาหารเช้า (Box Set)
|

|
=นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟความเร็วสูง เดินทางสู่กรุงนิวเดลี=
06.00-15.05 น. (ใช้เวลาเดินทาง 9-10 ชม.)
|
- 06.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่กรุงนิวเดลี (New Dehil) ระหว่างเดินทางให้ท่านพักผ่อนอิสระตามอัธยาศัย พร้อมชมวิว ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอินเดียแต่ละเมือง (***กระเป๋าเดินทาง และสัมภาระต่างๆ ท่านต้องดูแลด้วยตัวเอง***)

|
รับประทานอาหารกลางวันบนรถไฟ (Set-Box)
(บนรถไฟความเร็วสูง-ทางบริษัทฯ มีขาย อาหาร ขนม น้ำชงต่างๆ)
|

|
= เดินทางถึง กรุงนิวเดลี =
|
- 15.05 น. เดินทางถึงกรุงนิวเดลี นำท่านเข้าสู่ภัตตาคารอาหาร (กรุณาตรวจเช็คสัมภาระก่อนลงจากรถไฟ)

|
รับประทานอาหารเเย็น ณ ภัตตาคาร (เซทเมนู)
|

|
เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
|
- เดินทางสู่สนามบินกรุงนิวเดลี
- .......... น. ออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานพุทธคยา *โดยสายการบินที่ท่านเลือก*
- .......... น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ/ดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ
เงื่อนไขสินค้า
อัตราบริการนี้รวม
- มีพระครูธรรมฑูต-ไทย นำทัวร์และจุดพุทธ 4 สังเวชนียสถาน(สวดมนต์) เดินทางพร้อมคณะตลอดการเดินทาง 1 รูป
- ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นอินเดีย (พูด English Speaking ) คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
- ค่าไกด์ท้องถิ่นอินเดีย และพนักงานขับรถ /ท่าน/ตลอดการเดินทาง
- ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ(ขนาดรถตามไซด์กรุ๊ป)
- ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
- ค่าโรงแรมตามระบุ หรือเทียบเท่า 4 ดาว (ห้องพักละ 2-3 ท่าน)พร้อมอาหารเช้า
- ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามระบุในรายการ(ไม่สามารถคืนเป็นเงินได้เนื่องจากบริษัทฯต้องจองและซื้อตั๋วล่วงหน้า)
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดีย สำหรับหนังสือเดินทางไทย ยื่นวีซ่าไลน์ ใช้เวลายื่นประมาณ 10 วันทำการ (กรุณาเตรียมเอกสาร)
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าเนปาล สำหรับหนังสือเดินทางไทย ยื่นวีซ่าออนไลน์ ใช้เวลายื่นประมาณ 10 วันทำการ (กรุณาเตรียมเอกสาร)
- ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทาง คุ้มครองวงเงินท่านละ 1 ล้านบาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
- มีเจ้าหน้าที่ส่งกรุ๊ปคอยอำนวยความสะดวกที่สนามบิน
- มีบริการน้ำดื่ม(น้ำแร่) วันละ 2 ขวด/วัน/และตลอดการเดินทาง
อัตราบริการนี้ไม่รวม
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เส้นทาง (กรุงเทพ-เดลี-กรุงเทพ)
- ค่าน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องท่านละ 20 กก. และค่าน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ท่านละ 7 กก.
- ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบิน(สายการบินกำหนด)
- ค่าตั๋วรถไฟ นั่งรถไฟความเร็วสูง ที่นั้งชั้น 2 รวม 2 เที่ยว(เดลี-คยา/วาราณสี-เดลี) รถไฟความเร็วสูงนี้ สามารถจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง 14วันเท่านั้น และไม่การันตีที่นั่งของแต่ละชั้น
- ค่าดำเนินการทำหนังสือเดินทาง และค่าธรรมเนียมในการยื่นใบอนุญาตเข้า-ออกเมืองสำหรับคนต่างชาติ หรือต่างด้าว
- ค่าวีซ่าอินเดียที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
- ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่บริษัทฯ จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
- ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม และสนามบิน ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
- ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นอินเดียและคนขับรถ ลูกค้าชำระที่ไกด์ 65USD/ท่าน ตลอดการเดินทาง
- ค่าถวายซองพระวิทยากร ตามกำลังศรัทธาของลูกค้า
การสำรองที่นั่งและชำระเงิน
- ยืนยันการสำรองที่นั่งกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย พร้อมส่งสำเนาหนังสือเดินทาง
- ชำระเงินมัดจำภายใน 3 วันนับจากวันที่จอง เงินมัดจำถือเป็นการยืนยันการจองของท่าน
- มัดจำท่านละ 30,000 บาท
- ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทั้งหมด ชำระล่วงหน้า 30 วันก่อนเดินทาง หรือในกรณีที่กรุ๊ปคอนเฟิร์มออกเดินทาง อาจมีการเรียกเก็บเงินเร็วกว่าที่กำหนด
- หากท่านไม่ชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือตามกำหนดวันดังกล่าว ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข และขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ
- หลังจากสำรองที่นั่งเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายจะนัดวัน-เวลา ไปรับหนังสือเดินทางและเอกสารอื่นที่แจ้งไว้ใน
- โปรแกรม เพื่อดำเนินการยื่นขอวีซ่า-สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องทำวีซ่าจีน (สำหรับประเทศที่ต้องทำวีซ่า)
การยกเลิก
- ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 45 วัน คืนเงินมัดจำทั้งหมด
- ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 45 - 15 วัน หักเงินค่าทัวร์ 50%
- ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 14 - 7 วัน หักเงินค่าทัวร์ 100%
- กรณียกเลิกการเดินทางหลังจากออกตั๋วเครื่องบินแล้ว หากเป็นตั๋วที่สามารถทำ Refund ได้ ผู้เดินทางต้องรอเงินค่า Refund ตามระบบและเงื่อนไขของสายการบินเท่านั้น (ประมาณ 3 เดือน)
- หากท่านยกเลิกการเดินทางเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง แต่ท่านสามารถหาผู้เดินทางมาแทนได้ โดยสามารถยื่นขอวีซ่าได้ทันตามกำหนดเวลา ทางบริษัทฯ ขอคิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม คือค่าวีซ่า และค่าเปลี่ยนชื่อตั๋วเครื่องบินเท่านั้น ทั้งนี้ต้องไม่อยู่ในเงื่อนไขตั๋วที่ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนชื่อ และไม่อนุญาตให้คืนบัตรโดยสาร
- หากท่านยกเลิกการเดินทาง อันเนื่องมาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะของท่านไม่ได้รับการพิจารณาวีซ่าไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามอันเป็นการพิจารณาจากสถานฑูต ซึ่งการยกเลิกเฉพาะบุคคลหรือการยกเลิกพร้อมกันทั้งหมด ให้ถือเป็นการยกเลิกตามเงื่อนไขของวันเวลาที่ยกเลิกดังกล่าวข้างต้น
เงื่อนไขการเดินทาง
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรมเพื่อความเหมาะสมโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า สาเหตุอันเนื่องมาจากการล่าช้าของสายการบิน, การนัดหยุดงาน, ภัยธรรมชาติ, การก่อวินาศภัย, การก่อจลาจล, อุบัติเหตุ ฯลฯ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
- บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิด กฎหมายหรือการหลบหนีเข้าเมือง ฯลฯ และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ชำระมาแล้ว
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ สึนามิ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ อันนอกเหนือจากการควบคุมของบริษัทฯ โดยทางบริษัทฯ จะขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริงเท่านั้น เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน, ค่าวางมัดจำห้องพักฯลฯ และค่าวีซ่าในกรณีที่ยื่นวีซ่าแล้วสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เอกสารที่ต้องเตรียม ประกอบการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวอินเดีย และเนปาล
- รูปถ่ายสี ขนาด 2 X 2 นิ้ว 1 รูป พื้นหลังสีขาวเท่านั้น และรูปถ่ายห้ามเกิน 3 เดือน (ไม่สวมแว่นตา,เครื่องประดับ, ไม่ใส่ชุดข้าราชการ หรือเครื่องแบบใดๆ)
- สำเนาหนังสือเดินทาง มีอายุมากกว่า 6 เดือน (ก่อนหมดอายุ) // การถ่ายหน้าพาสปอร์ตถ่ายส่งทางไลน์ได้
- สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
- สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
- ถ้าเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ใช้สำเนาสูติบัตร และบัตรประชาชนของบิดามารดา
- สำเนาหน้าวีซ่าอินเดีย ที่เคยเดินทางไปประเทศอินเดีย 1ชุด (หากมี)
- *กรณีเป็นชาวต่างชาติ แนบ หลักฐาน Work Permit และ Visa Re-Entry เพิ่มเติม
หมายเหตุ : การพิจารณาวีซ่าขึ้นอยู่กับทางสถานฑูต ในกรณีวีซ่าของท่านไม่ผ่านการพิจาณาจากประเทศอินเดีย และเนปาล ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบคืนเงินค่าทัวร์ให้ทุกกรณี