กลับด้านบน เพิ่มเพื่อนคลิก! @wonderfulpackage คลิกโทร 02-792-9292

Trip Highlight
  • ออสเตรีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่สุดแสนโรแมนติกเมืองหนึ่งของโลก เป็นเมืองแห่งดนตรีคลาสสิก เข้าชมความงามและการตกแต่งอันหรูหราของ พระราชวังเชินบรุนน์ ที่วิจิตรตระการตา
  • เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ ต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทรา ที่รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ของเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบที่สวยงาม
  • ต้องมนต์เสน่ห์เมืองที่โรแมนติก ฮัลสตัทท์ หมู่บ้านมรดกโลกอายุกว่า 4,500 ปี ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก ชมทัศนียภาพที่ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเลสาบและเทือกเขาสูงตระหง่าน
  • นั่งรถไฟสายจุงเฟราบาห์เนนพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ตามรอยละครดัง ที่ได้ชื่อว่าเป็น Top of Europe สัมผัสมนต์เสน่ห์ความงามและโรแมนติกที่สุดแห่งสวิตเซอร์แลนด์
  • อิตาลี เที่ยวจุดไฮไลท์ เยือนกรุงโรมแห่งอิตาลี "โคลอสเซียม" เป็นสัญลักษณ์หนึ่งแห่งอารยธรรมที่สำคัญ, วาติกัน นครแห่งคริสต์ศาสนา, หอเอนเมืองปิซา สิ่งมหัศจรรย์ของโลก, เกาะเวนิส เมืองแห่งสายน้ำ และความรัก
  • เต็มอิ่มกับ 3 เมนูพิเศษ, ขาหมูเยอรมัน ฟองดูร์ชีสและสปาร์เก็ตตี้หมึกดำ
Details
ประเทศ: ออสเตรีย เยอรมนี สวิส อิตาลี
ระยะเวลา: 11 วัน 8 คืน
รวมมื้ออาหาร: 23 มื้อ + อิสระ 1 มื้อ
สายการบิน: Thai Airways
ระดับโรงแรม: หรือเทียบเท่า
ขึ้นเครื่อง: สนามบินสุวรรณภูมิ
ช่วงเวลาเดินทาง: ส.ค.-ธ.ค. 62

BOOKING

Booking Seat Available Month Period Depart Return Airline Price
เต็ม 0 October 6-14Oct 2019
(วันออกพรรษา / วันคล้ายวันสวรรคต ร.9)
TG936
01:20-07:15
TG945
13:55-05:45
74,900 THB
จอง 3 October 13-21Oct 2019
(วันออกพรรษา / วันคล้ายวันสวรรคต ร.9)
TG936
01:20-07:15
TG945
13:55-05:45
74,900 THB
จอง 5 October 17-25Oct 2019
(วันปิยมหาราช)
TG936
01:20-07:15
TG945
13:55-05:45
74,900 THB
จอง 5 October 27 Oct 2019-4 Nov 2019 TG936
01:20-07:15
TG945
13:55-05:45
74,900 THB
เต็ม 0 November 3-11Nov 2019 TG936
01:20-07:15
TG945
13:55-05:45
72,900 THB
จอง 5 December 1-9Dec 2019
(วันพ่อแห่งชาติ)
TG936
01:20-07:15
TG945
13:55-05:45
72,900 THB
จอง 5 December 8-16Dec 2019
(วันรัฐธรรมนูญ)
TG936
01:20-07:15
TG945
13:55-05:45
72,900 THB
จอง 5 December 24 Dec 2019-3 Jan 2020
(วันหยุดปีใหม่)
TG936
01:20-07:15
TG945
13:55-05:45
82,900 THB
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้านี้กรุณาติดต่อเราได้ที่ Call Center. 02-792-9292

สรุปการเดินทาง

Day Highlight Meal Hotel
*หรือเทียบเท่า
B L D
1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ -
2 กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – ซาลส์บวร์ก
HOLIDAY INN SALZBURG CITY
3 ซาลบวร์ก – ฮัลสตัท – มิวนิค
MERCURE HOTEL MUCHEN NEUPERLACH SUD
4 มิวนิค – โฮเฮนชวานเกา – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ฟุสเซ่น
LUITPOLDPARK HOTEL
5 ลูเซิร์น – สะพานไม้ชาเปล – อินเทอร์ลาเคน
CITY OBERLAND
6 อินเทอร์ลาเก้น – กรินเดอร์วาล – ยอดเขาจุงเฟรา – มิลาน
RUSSOTT
7 มิลาน – เวนิส – เมสเตร้
NOVOTEL VENICE MESTRE CASTELLANA
8 เมสเตร้ – ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า
HOTEL GALILEI
9 ปิซ่า – โรม – สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม – วาติกัน
IH HOTEL ROMA Z3
10 โรม – สนามบิน -
11 เดินทางถึงกรุงเทพฯ -

วันแรกของการเดินทาง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

  • คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 4 เคาน์เตอร์ H สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่สองของการเดินทาง กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – ซาลส์บวร์ก

  • ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 936
    เดินทางถึง สนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของ พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส
  • เดินทางสู่ เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก
  • นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า “ปราสาทเกลือ” เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และเป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน
  • ชม สวนดอกไม้มิราเบล (Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
  • เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOLIDAY INN SALZBURG CITY หรือเทียบเท่า


วันที่สามของการเดินทาง ซาลบวร์ก – ฮัลสตัท – มิวนิค

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • ออกเดินทางสู่ ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย ที่มีอายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย 
  • เดินทางสู่ เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ 
  • นำชม จัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ในช่วงฤดูร้อน 
  • เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE HOTEL MUCHEN NEUPERLACH SUD หรือเทียบเท่า


วันที่สี่ของการเดินทาง มิวนิค – โฮเฮนชวานเกา – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ฟุสเซ่น

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เดินทางขึ้นปราสาทเพื่อเข้าชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
  • เดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน แ
  • เข้าสู่ที่พัก โรงแรม LUITPOLDPARK HOTEL หรือเทียบเท่า


วันที่ห้าของการเดินทาง ลูเซิร์น – สะพานไม้ชาเปล – อินเทอร์ลาเคน

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • นำท่านข้ามพรหมแดน สวิตเซอร์แลนด์ – เยอรมนี สู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา
  • จากนั้นพาท่านชม สิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792  
  • นำคณะชม สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน
  • จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ฟองดูร์ชีส)
  • จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) เมืองระหว่างทะเลสาบ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz)
  • เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า


วันที่หกของการเดินทาง อินเทอร์ลาเก้น – กรินเดอร์วาล – ยอดเขาจุงเฟรา – มิลาน

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป
  • นำคณะ นั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe)
  • เข้าชม ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร
  • พาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ 
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง
  • คณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิมให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอบรุนเนิน
  • หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก
  • เข้าสู่ที่พัก โรงแรม RUSSOTT หรือเทียบเท่า


วันที่เจ็ดของการเดินทาง มิลาน – เวนิส – เมสเตร้

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เดินทางสู่ เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (สปาเกตตี้หมึกดำ)
  • เดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่ เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก"
  • จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชม สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้
  • นำท่านถ่ายรูปบริเวณ จัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์
  • จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720
  • สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre
    เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL VENICE MESTRE CASTELLANA หรือเทียบเท่า


วันที่แปดของการเดินทาง เมสเตร้ – ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เดินทางต่อสู่ แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ ฟลอเรนซ์ (Florence) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้
  • ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของ มหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม
  • นำชม จัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune), วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่
  • จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับ สะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง
  • เดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์ เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของ
  • นำท่านเข้าสู่บริเวณ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่องง
  • ชม หอเอนปิซ่า สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี 
  • เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL GALILEI หรือเทียบเท่า


วันที่เก้าของการเดินทาง ปิซ่า – โรม – สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม – วาติกัน

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • เดินทางสู่ กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี
  • ผ่านชม กลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา
  • นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีต และเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน
  • นำชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดัง
  • นำท่านเดินสู่บริเวณ ย่านบันไดสเปน (The Spainsh Step) แหล่งนัดพบของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
  • เดินทางพาท่านเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด
  • นำท่านชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica)
  • ชมประติมากรรมอันลือชื่อ ปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter's Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์
  • เข้าสู่ที่พัก โรงแรม IH HOTEL ROMA Z3 หรือเทียบเท่า


วันที่สิบของการเดินทาง โรม – สนามบิน

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำเดินทางสู่ สนามบินฟิอูมิชิโน กรุงโรม เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
  • ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 945
    *** คณะเดินทางวันที่ 02-12 พ.ย. 62 ออกเดินทางเวลา 13.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 06.05 น. ***

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง เดินทางถึงกรุงเทพฯ

  • เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไขสินค้า

อัตรานี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ชั้นประหยัด (เดินทางไปกลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น) เส้นทางและสายการบินตามระบุในรายการ
  • ค่าภาษีสนามบิน และค่าภาษีน้ำมันตามรายการทัวร์
  • ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถ (กฎหมายไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ช.ม. / วัน)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
  • โรงแรมตามระบุ หรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว) พร้อมอาหารเช้า
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง
  • ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่) ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
    - ** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ ** 
    - เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
    - เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน] 
    - **ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
    - [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
  • ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3 %

อัตรานี้รวม

  • ค่าดำเนินการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าธรรมเนียมในการยื่นใบอนุญาตเข้า-ออกเมืองสำหรับคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก. และมากกว่า 2 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  • ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่น เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,000 บาท)
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น,พนักงานขับรถ (20 ยูโรต่อท่านตลอดทั้งทริป)
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (33 ยูโรต่อท่านตลอดทั้งทริป)

RELATED ARTICLES

5 ประเทศที่สาวโสด เที่ยวคนเดียวได้ปลอดภัยหายห่วง

พูดถึงสาวโสด...เวลาไปเที่ยวนี่มันช่างโดดเดี่ยวเดียวดายเหลือเกินแต่ก็ไม่เกินใจที่อยากเที่ยวหรอกจริงมั้ยหละ? ให้คิดไว้เลยว่า "อยากเที่ยวต้องได้เที่ยวสิ" เที่ยวคนเดียวก็ได้ไม่ง้อ สาวๆ เที่ยวได้ 5 ประเทศสไตล์คนโสด

เชินบรุนน์ อยากเชิญให้คุณได้มา

พระราชวังสุดสวยในออสเตรีย พระราชวังเชินบรุนน์ ศูนย์รวมของผลงานด้านศิลปะชั้นเยี่ยม จัดเป็นอนุสาวรีย์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดในประเทศเลยก็ว่าได้ที่สำคัญเป็นมรดกโลกอีกด้วย น่าไปขนาดไหน ตามรีวิวไป

รีวิวซูริค เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ฉบับตามใจฉัน

ฮัลโหล!! กลับมาพบกับรีวิวฉบับเข้าใจง่ายสไตล์ Wonderful และเช่นเคยแอดก็ยังคงวนเวียนกับหิมะเหมือนเดิม คราวนี้ไปไกลหน่อย เพราะแอดไป สวิชไฟ เอ้ย สวิซเซอร์แลนด์มายังไงหละ!

10 ประสบการณ์การลิ้มรสอาหารที่ดีที่สุดในโลก โดย Lonely Planet

ประสบการณ์การลิ้มรสอาหารที่ดีที่สุดในโลก จัดอันดับโดย Lonely Planet และนี่ก็คือ 10 อันดับอาหารจานเด็ดจากทั่วโลก มีของไทยด้วย

บทความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

แชร์ สินค้านี้

ลงทะเบียนรับข่าวสาร WonderfulPackage วันนี้!

รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย เหนือกว่าใคร!