ค้นหาบทความ:

Q&A ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

Q&A ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการขอเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการอาศัยอยู่ในประเทศไทยระยะยาว โดยการขอมีถิ่นที่อยู่ในไทยนั้นไม่ได้เปิดรับให้ยื่นขอได้ตลอด แต่จะมีประกาศเปิดแจ้งรับตามจำนวนโควต้าที่กำหนด (โควต้าประจำปี) จึงจะดำเนินการขอยื่นได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น มาทำงาน ติดตามครอบครัวมาทำงาน และอื่นๆ หากต้องการขอมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย จะต้องดำเนินการอย่างไร คุณสมบัติของผู้มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาให้มีถิ่นที่อยู่ในไทยมีอะไรบ้าง และหลักการพิจารณาเป็นอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบทุกข้อสงสัยค่ะ

Q : หากใบสำคัญถิ่นที่อยู่สูญหาย ต้องทำอย่างไร?

A : อันดับแรก ต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ สถานีตำรวจท้องที่ จากนั้นให้นำเอกสารมายื่นคำร้องขอรับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ที่ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 หรือด่านตรวจคนเข้าเมืองภูมิภาค
โดยมีเอกสารดังนี้
     1.หนังสือเดินทาง
     2.ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
     3.ทะเบียนบ้าน และ สำเนา 1 ฉบับ
     4.ใบแจ้งความของสวถานีตำรวจ
     5.รูปถ่าย 4 รูป (ขนาด 4X6 ซม.)
     6.ค่าธรรมเนียม

Q : เมื่อใบสำคัญถิ่นที่อยู่ไม่มีพื้นที่ว่าง สำหรับสลักหลังเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จะต้องดำเนินการอย่างไร?

A : ต้องยื่นคำร้องขอเปลี่ยนใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 หรือด่านตรวจคนเข้าเมืองภูมิภาค
โดยมีเอกสารดังนี้
     1.หนังสือเดินทาง
     2.ใบสำคัญถิ่นที่อยู่
     3.ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
     4.ทะเบียนบ้าน และสำเนา 1 ฉบับ
     5.รูปถ่าย 4 รูป(ขนาด 4X6 ซม.)
     6.ค่าธรรมเนียม

Q : การยื่นขอมีถิ่นที่อยู่สามารถยื่นขอประเภทไหนได้บ้าง?

A : ประเภทการยื่นคำขอมีถิ่นที่อยู่ ได้แก่
     1. ประเภทเข้ามาเพื่อการลงทุน
     2. ประเภทเข้ามาเพื่อทำงาน
     3. ประเภทเข้ามาเพื่อเหตุผลทางมนุษยธรรม แบ่งเป็น 6 กรณี ดังนี้
         3.1 กรณีคู่สมรส ขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อให้ความอุปการะหรืออยู่ในความอุปการะของคู่สมรสผู้มีสัญชาติไทย
         3.2 กรณีบุตร ขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อให้ความอุปการะหรืออยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดาผู้มีสัญชาติไทย
         3.3 กรณีบิดาหรือมารดา ขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อให้ความอุปการะหรืออยู่ในความอุปการะของบุตรผู้มีสัญชาติไทย
         3.4 กรณีคู่สมรส ขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อให้ความอุปการะหรืออยู่ในความอุปการะของคู่สมรสที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว
         3.5 กรณีบุตร ขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อให้ความอุปการะ หรืออยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดาที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว
         3.6 กรณีบิดาหรือมารดา ขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อให้ความอุปการะหรืออยู่ในความอุปการะของบุตรที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว
     4. ประเภทเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ
     5. ประเภทกรณีพิเศษเฉพาะราย

Q : เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการสลักหลังแจ้งออกนอกราชอาณาจักรเพี่อกลับเข้ามาอีก และการตรวจลงตราประเภท Non-Quota Immigrant Visa ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างติดต่อที่แผนกใด?

A : คนต่างด้าวต้องติดต่อ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 หรือที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองภูมิภาค โดยยื่นคำร้องขอสลักหลังแจ้งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีก และคำร้องขอรับการตรวจลงตราประเภท Non-Quota Immigrant Visa โดยยื่นเอกสารประกอบดังนี้
    1. หนังสือเดินทาง
    2. ใบสำคัญถิ่นที่อยู่
    3. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
    4. รูปถ่าย 2 รูป (ขนาด 4X6 ซม.)
    5. ค่าธรรมเนียมสำหรับสลักหลังแจ้งออกเพื่อกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก 1,900 บาท ค่าธรรมเนียมสำหรับการตรวจลงตรา Non-Quota Immi9grant Visa 1,900 บาท สำหรับการเดินทางครั้งเดียว และ 3,800 บาท สำหรับเดินทางหลายครั้ง

Q : การขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย สามารถให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้หรือไม่?

A : ผู้ขอจะต้องยื่นคำขอด้วยตนเอง (แสดงตัว)

Q : ผู้ที่จะยื่นขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร มีคุณสมบัติเบื้องต้นอย่างไร?

A : 1.ถือหนังสือเดินทางของประเทศที่ตนถือสัญชาติอยู่ในปัจจุบัน
     2.ได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigration Visa)
     3.ผู้ขอยื่นที่มีอายุ 14 ปี ขึ้นไป เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบประวัติเบื้องก่อน
       - ตรวจสอบว่ามีประวัติกระทำผิดหรือไม่ ด้วยการพิมพ์ลายนิ้วมือและกรอกประวัติ ที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร
       - ตรวจสอบหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรที่นำมาแสดง
       - ตรวจสอบว่าเป็นบุคคลต้องห้ามตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หรือไม่
       - ตรวจสอบว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับของตำรวจสากลหรือไม่ ที่กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
     4.แสดงข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ สินทรัพย์ ความรู้ความสามารถในสาขาวิชาชีพ และฐานะในครอบครัวของคนต่างชาติกับบุคคลที่มีสัญชาติไทย
     5.ต้องพูดและฟังภาษาไทยได้อย่างเข้าใจ

Q : ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ที่สามารถยื่นคำขอมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรได้?

A : 1.เป็นผู้นําเงินเข้ามาลงทุนเป็นจํานวนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท โดยมีหนังสือรับรองจากธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ซึ่งแสดงหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยและ
     2.การลงทุนต้องมีลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันในกรณีดังต่อไปนี้
       - ลงทุนในบริษัทจํากัด หรือ บริษัทมหาชนจํากัด โดยต้องมีเอกสารหลักฐานแสดงการลงทุนซึ่งรับรองโดยหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง และกิจการนั้นจะต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยวัฒนธรรม หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือ
       - ลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ค้ำประกัน โดยแสดงหลักฐานเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรนั้นๆ หรือ
       - ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น หุ้นสามัญ หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุนเป็นต้น ทั้งนี้ ต้องได้รับอนุมติ หรือรับรองจากคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พร้อมกับแสดงหลักฐานใบหลักทรัพย์ดังกล่าวข้างต้น
     3.คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่แล้ว ต้องแสดงหลักฐานการถือครองการลงทุนต่อคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายภายในเดือนกันยายนของแต่ละปีเป็นระยะเวลาสามปีติดต่อกันนับตั้งแต่วันได้รับอนุญาตให้มีใบสําคัญถิ่นที่อยู่ โดยให้กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมีอํานาจหน้าที่ตรวจสอบการลงทุนดังกล่าว ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองกําหนดไว้หรือไม่แล้วรายงานให้คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองทราบภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
     4. เมื่อตรวจสอบในภายหลังพบว่า คนต่างด้าวรายใดที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว ขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองกําหนดไว้ให้กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง รายงานตอคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง และให้เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อสั่งเพิกถอนการอนุญาตได้

Q : หากลูกต้องการขอมีถิ่นที่อยู่ในไทย เพื่อให้ความอุปการะพ่อหรือแม่ที่มีสัญชาติไทย ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

A : มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
     1. เป็นบุตรโดยหลักสายโลหิต
     2. พ่อหรือแม่ต้องมีอายุ 50 ปี บริบูรณ์ขึ้นไปนับจนถึงวันที่ยื่นคําขอ
     3. ผู้ให้ความอุปการะมีรายได้ต่อปีเฉลี่ยไม่น้อยกว่าเดือนละ 30,000 บาท เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกันนับจนถึงวันที่ยื่นคําขอ และแสดงหลักฐานการเสียภาษีโดยถูกต้อง
     4. บุคคลสัญชาติไทยแสดงความประสงค์ที่จะอยู่ในความอุปการะของคนต่างด้าวที่ยื่นคําข

Q : หากพ่อหรือแม่ต้องการขอมีถิ่นที่อยู่ในไทย เพื่อให้ความอุปการะลูกที่มีสัญชาติไทย ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

A : มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
     1. เป็นพ่อหรือแม่โดยหลักสายโลหิต และมีการจดทะเบียนรับรองบุตร
     2. เป็นบุตรที่ยังไม่สมรส และอายุต่ำกว่า 20 ปีหากอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปนับจนถึงวันที่ยื่นคําขอ ต้องมีเหตุผลความจำเป็นที่ยังต้องอยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดา เช่น กําลังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี โดยมีหลักฐานการศึกษามาแสดง และเป็นกรณีที่ได้ศึกษาต่อเนื่องมาก่อนอายุครบ 20 ปีหรือป่วยจนไม่สามารถดูแลตนเองได้ซึ่งต้องนําใบรับรองแพทย์ที่แสดงผลการป่วยจากโรงพยาบาลมาแสดง
     3. ผู้ให้ความอุปการะมีรายได้ต่อปีเฉลี่ยไม่น้อยกว่าเดือนละ 30,000 บาท เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกันนับจนถึงวันที่ยื่นคําขอ และแสดงหลักฐานการเสียภาษีโดยถูกต้อง

Q : การขอมีถิ่นที่อยู่ในไทย มีหลักการพิจารณาเป็นอย่างไ?

A : 1.พิจารณาโดยคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สภาความมั่นคงแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
     2.หลักเกณฑ์การพิจารณาจะคำนึงถึง รายได้ สินทรัพย์ ความรู้ ความสามารถในด้านวิชาชีพ และฐานะในครอบครัวคนต่างชาติกับบุคคลสัญชาติไทย รวมถึงเงื่อนไขเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ บุคลิกภาพ สุขภาพ ความเข้าใจภาษาไทย และเงื่อนไขอื่นๆ ตามความเหมาะสมที่สอดคล้องกับสภาพสังคม และนโยบายของรัฐบาล
     3.ระยะเวลาในการพิจารณาแต่ละปีกำหนดระยะเวลาไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับนโยบายของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองและกระทรวงมหาดไทย

 

Q : การดำเนินการหลังจากรับคำขอแล้ว มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

A : 1. เจ้าหน้าที่จะประทับตราอนุญาตให้อยู่ฟังผลรอพิจารณา ครั้งแรก 180 วัน ครั้งต่อไปครั้งละ 180 วัน จนกว่าจะทราบผลการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง
     2. รับใบนัดหมาย ให้ชาวต่างชาติและผู้เกี่ยวข้องมาสัมภาษณ์ โดยมีการทดสอบความสามารถพูดภาษาไทย และฟังภาษาไทย เข้าใจได้ (จะต้องมาตรงตามวันที่นัดหมาย หากไม่มาตามที่นัดหมายโดยไม่มีเหตุผลอันควร จะถือว่าสละสิทธิ์การยื่นคำขอดังกล่าว)
     3. ชาวต่างชาติ ที่มีอายุกว่า 40 ปี นับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอ จะต้องได้รับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม จากพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้
         - พิมพ์ลายนิ้วมือชาวต่างชาติ ส่งไปตรวจประวัติที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อตรวจสอบว่ามีประวัติการกระทำผิดในประเทศไทยหรือไม่
         - ตรวจสอบหนังสือเดินทางจากบัญชีเฝ้าดู (Black List) ว่าเป็นบุคคลต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 หรือไม่
         - ตรวจสอบว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับต่างประเทศ (หมายแดง) จากกองการตรวจต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือไม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณข้อมูลจาก

  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

Work Permit & VISA consultancy


Q&A about Resident’s Visa in Thailand

关于希望在泰王国申请居留权问答集Q&A

แชร์ บทความนี้

พูดคุย เกี่ยวกับบทความนี้

RELATED PRODUCTS

[Pass] บัตรเข้าสวนน้ำรามายณะ (Ramayana Water Park), พัทยา

เริ่มต้น 555 บาท/ท่าน
*ปกติ 1,190 บาท/ท่าน

เนื้อหา ที่เกี่ยวข้อง

Q&A About Notification of staying in the Kingdom over 90 days

Foreigner who has been granted for 1 year visa to stay in the Kingdom of Thailand must notify of his/her stay in the Kingdom of Thailand every 90 days at The Immigration Bureau in case he/she doesn't go abroad. Here is the summarize of questions and the information about Notification of Staying in the Kingdom over 90 days.

Q&A ถาม-ตอบ การขออยู่ต่อ เพื่อทำงานหรือทำธุรกิจ

สำหรับชาวต่างชาติต้องการ การขออยู่ต่อ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ เช่น จะต้องอยู่ปฏิบัติงานในบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนเป็นต้น จะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร ติดต่อที่ไหน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง คุณจะไม่ต้องกังกลอีกต่อไป มีข้อมูลดีๆ มาแนะนำค่ะ

Q&A ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการรับแจ้งอยู่ในราชอาณาจักร เกิน 90 วัน

สำหรับชาวต่างชาติเมื่อได้รับวีซ่า 1 ปี สำหรับพำนักอยู่ในประเทศไทย หากไม่เดินทางออกนอกประเทศ ในทุกๆ 90 วันจำเป็นต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันนี้เราจึงได้รวบรวมคำถามที่เกี่ยวกับ การรับแจ้งอยู่ในราชอาณาจักร เกิน 90 วัน พร้อมตอบคำถาม ดังนี้

工作签证和工作許可证是一样的嗎?

很多人可能会对工作签证和工作许可的名称感到困惑,它是什么,有什么区别? 今天我们要回答当外国人必须来泰国工作时这两个东西是如何关联的问题。

What is the difference between a Work Visa and a Work Permit?

People may wonder and confuse the name and how different between Visa-Business and Work Permit. Today we are going to answer the question of how these two things are related when foreigners must come to work in Thailand.

关于泰国精英签证的问答集Q&A

泰国精英签证是帮助您可以长期留在泰国的另一种方式,对于会员,有特权可以在泰王国停留5-20年。 一般来说,长期在泰王国逗留的外国人必须获得长期居留签证,必须在泰国有住所或根据泰国政府的要求已获准持特殊签证前往泰国,而精英签证是允许外国人在泰国长期逗留的签证类型之一。

Q&A Non-B Visa Extension

Visa Extension or application to request for extension of stay in the Kingdom of Thailand. The applicant must apply for the visa before the expiration date. The period of re-acquisition depends on the type of visa and as required by law. Wonderful package is now sharing you the information.

Q&A ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ Thailand Elite Card

Thailand elite เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณสามารถอยู่ประเทศไทยในระยะยาว สำหรับสมาชิกจะมีสิทธิพิเศษซึ่งสามารถอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ระหว่าง 5-20 ปี โดยทั่วไปแล้ว ชาวต่างชาติที่ต้องการอยู่อาศัยในประเทศไทยด้วยวีซ่าระยะยาว ต้องมีถิ่นที่อยู่ในไทย หรือได้รับการอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยด้วยวีซ่าประเภทพิเศษ ตามที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้เท่านั้น ซึ่ง Elite Visa ก็เป็นหนึ่งในประเภทวีซ่าที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถอยู่ประเทศไทยในระยะยาว

关于申请留在泰王国工作或做生意的问答集Q&A

签证延期或延期逗留申请就是继续逗留在泰王国的请求,这可以在签证未到期时完成,重新获得的期限取决于签证类型和法律要求。对于因业务需要而希望延长逗留期限的外国人,例如:必须在公司或合伙企业等继续工作,将考虑标有哪些、要联系何处、需要准备的文件有哪些?您再也不用担心了,因为 Wonderful Package 有很好的信息可以为您推荐。

关于在泰国王国停留超过90天的报导问答集Q&A

已获准在泰王国逗留 1 年签证的外国人,如果您不离开该国,则需要每90天向移民办公室报导一次。 以下是关于在泰国王国停留超过90天的报导的问题與答案和相关的信息。

บทความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ลงทะเบียนรับข่าวสาร WonderfulPackage วันนี้!

รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย เหนือกว่าใคร!