ค้นหาบทความ:

จูงมือไปสวีท 9 จุดถ่ายรูปคู่ในอิตาลี

จูงมือไปสวีท 9 จุดถ่ายรูปคู่ในอิตาลี

เตรียมตัวหวานล่วงหน้ากันยาวๆ เลยจ้า สำหรับอิตาลี ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกสุดๆ มีทั้งอาคารที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม และอีกหลายจุดที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งแต่ละที่ก็สวยแบบกินกันไม่ลง หากใครวางแผนว่าจะควงคู่ไปเที่ยวแบบหวานๆ หรือจะฮันนีมูนสวีทกันสักครั้ง เราแนะนำ 9 จุดถ่ายรูปคู่ในอิตาลี ที่หวานจนน้ำตาลจืดกันเลย

1. Spanish Steps, Rome, Italy

บันไดสเปน (Spanish Steps) เป็นบันไดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ฟรันเชสโก เด ซังค์ติส (Francesco de Sanctis) กับอาเลสซันโดร สเปคคี (Alessandro Specchi) สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1723-1725 เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งได้รับการตกแต่งสวยงามและล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมแกะสลักอันงดงามอันเป็นเอกลักษณ์แบบโรมันของกรุงโรม พื้นที่ของจัตุรัสกินอาณาบริเวณตั้งแต่เชิงเขาพินซิโอไล่ตาม “บันไดสเปน” (Spanish Step) ขึ้นไปจนถึงด้านบนที่เป็นโบสถ์ฝรั่งเศส “Trinita dei Monti” จากโบสถ์จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้ชัดเจน ด้านล่างเป็น Fountain of Barcaccia ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1598 ตามพระบัญชาขององค์สังฆราช ต่อมาในศตวรรษที่ 17 มีการสร้างบันไดสเปนขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระหว่างถนนด้านล่างและโบสถ์ด้านบน จนได้เป็นบันไดสูง 137 ขั้น ปัจจุบันในฤดูร้อนของทุกปีบันไดสเปนแห่งนี้จะใช้เป็นสถานที่จัดแฟชั่นโชว์ชื่อดัง และคนทั่วไปยังนิยมใช้จัตุรัสสเปนเป็นสถานที่นัดพบกันอีกด้วย บริเวณโดยรอบจัตุรัสจะมีร้านค้ามากมาย กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่นักท่องเที่ยวมักไม่ยอมพลาด

Spanish Steps

Cr. https://www.pinterest.com/pin/106467978678118653/

  • ที่อยู่: Piazza di Spagna, 00187 Roma RM, อิตาลี
  • แผนที่: https://goo.gl/maps/6Px5yJxqaWPktviZ6
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้ไปเที่ยวชมได้ทุกวัน รวมทั้งสามารถไปเข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • วิธีการเดินทาง: เดินทางสะดวกด้วยการเลือกใช้รถไฟใต้ดิน Metro โดยมาลงที่สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Spagna หลังจากนั้นให้มองหาป้ายบอกทางไป Piazza di Spagna แล้วเดินตามป้ายไปได้เลย

2. Trevi Fountain, Rome, Italy

น้ำพุ เทรวี่ (Trevi Fountain) เป็นลานน้ำพุและอนุสรณ์สถานที่จัดได้ว่าสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ผลงานของสถาปนิก ชื่อ Francesco Salvi ในช่วงศตวรรษที่ 17 ส่วนกลางของน้ำพุ มีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูน (Neptune) ขี่รถม้าติดปีก แสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร โดยนอกจากในเรื่องของความสวยงามแล้วที่นี่ยังมีเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อเกี่ยวกับการโยนเหรียญอธิษฐานที่เป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมกัน และเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปพรีเวดดิ้งสุดฮิต แล้วทำไมเราจะไม่ควงแขนกันไปถ่ายรูปคู่สวยๆ กันล่ะ

Trevi Fountain

Cr. https://www.pinterest.com/pin/289285976066230009/

  • ที่อยู่: Piazza di Trevi, 00187 Roma RM, อิตาลี
  • แผนที่: https://goo.gl/maps/5NoY8AvLRNhsYMqs8
  • ค่าเข้าชม: ฟรี
  • เวลาเปิด-ปิด: สามารถเข้าชมในบริเวณลานน้ำพุฟรีได้ทุกวัน และเข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงกลางวันและกลางคืนนั้นก็จะมีบรรยากาศความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป
  • วิธีการเดินทาง: เดินทางได้อย่างสะดวกโดยการใช้รถไฟใต้ดิน Metro line A มาลงที่สถานี Barberini จากนั้นให้มองหาป้ายบอกทางไป Fontana di Trevi แล้วเดินตามป้ายบอกทางไปได้เลย

3. Colosseum, Rome, Italy

โคลอสเซียม (Colosseum) หรือ โคลิเซียม (Coliseum) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของกรุงโรมประเทศอิตาลี เป็นสนามกีฬากลางแจ้งโบราณขนาดใหญ่ยักษ์ใจกลางเมือง และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นโบราณสถานเก่าแก่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก การออกแบบอย่างชาญฉลาดสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในปัจจุบัน โดยมีลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลมที่ก่อด้วยอิฐและหินทรายที่มีเส้นรอบวงประมาณ 527 เมตร สูงประมาณ 57 เมตร สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน เพื่อเป็นสถานที่ทำกิจกรรมบันเทิงให้แก่ชาวเมือง โดยมีจักรพรรดิเป็นผู้กำหนดความบันเทิงในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นการเล่นกล ดนตรี การสนทนา การค้าขาย หรือแม้แต่เป็นสถานแห่งการต่อสู้ระหว่างกลาดิเอเตอร์และสัตว์ป่า สถานที่แห่งนี้จึงไม่เป็นเพียงสถานที่สำหรับกิจกรรมบันเทิง หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโรมันในอดีต

Colosseum

Cr. https://www.pinterest.com/pin/805792558309572660/

  • ที่อยู่: Piazza del Colosseo, 1, 00184 Roma RM, อิตาลี
  • แผนที่
  • ค่าเข้าชม: ราคาค่าตั๋วเข้าชมด้านใน 16 ยูโร
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน โดยจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.30 น. ไปจนถึงเวลา 19.00 น.
  • วิธีการเดินทาง: เดินทางโดยรถไฟใต้ดินจากสถานี Termini line B มาที่สถานี Piramide ซึ่งอยู่ห่างจาก Colosseum ประมาณ 260 เมตร หรือจะเลือกเดินทางด้วยบัส โดยสถานีบัสที่ใกล้ที่สุดคือ Ostiense/Matteucci ซึ่งอยู่ห่างจาก Colosseum ประมาณ 220 เมตรเท่านั้น

4. St Peter’s Basilica, Vatican

มหาวิหาร เซนต์ ปีเตอร์ส บาซิลิกา (St. Peter’s Basilica) เป็นหนึ่งในสี่ของมหาวิหารเอกของกรุงโรมที่ตั้งอยู่ใน เขตรัฐวาติกัน เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในรัฐวาติกัน และศูนย์รวมแห่งศรัทธาของชาวโรมันคาทอลิก มหาวิหารแห่งนี้ถูกจัดให้เป็นสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองซ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างนานถึง 150 ปี เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์มากสำหรับโรมันคาทอลิก เพราะเป็นที่ฝังศพของนักบุญเปโตร พระสันตะปาปาองค์แรกแห่งกรุงโรม และพะสันตะปาปาองค์สำคัญอื่นๆ ด้วย นอกจากบริเวณภายในโบสถ์ของมหาวิหารที่มีความสวยงามแล้ว ในส่วนของ St. Peter’s square หรือลานภายนอกโบสถ์นั้นก็มีความสวยงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน โดยเป็นลานวงกลมขนาดใหญ่ที่ถูกล้อมรอบด้วยเสาหินขนาดใหญ่จำนวนหลายสิบต้น และมีเสา Obelisk ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง

St Peter’s Basilica

Cr. https://www.pinterest.com/pin/69102175504685744/

  • ที่อยู่: Piazza San Pietro, 00120 Città del Vaticano, นครวาติกัน
  • แผนที่
  • ค่าเข้าชม: ค่าบริการตั๋วเข้าชมพร้อม Audio guide 19.50 ยูโร สำหรับเด็กอายุระหว่าง 7-17 ปี ปี 14.50 ยูโร
  • เวลาเปิด-ปิด: ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมเปิดให้บริการบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 7.00 น. ไปจนถึงเวลา 18.00 น. ส่วนในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนนั้นจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 น. ไปจนถึงเวลา 19.00 น. กันเลยทีเดียว
  • วิธีการเดินทาง: เดินทางโดยใช้รถไฟใต้ดิน metro station line A โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Ottaviano

5. Pisa, Italy

หอเอนเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) เป็นหอระฆังสูงใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ซึ่งตั้งอยู่ที่จัตุรัส Piazza del Duomo เมืองปิซา ประเทศอิตาลี เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต น้ำหนักรวม 14,500 ตัน มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1173 แต่เนื่องจากพื้นดินใต้บริเวณพื้นที่ของหอระฆังนั้นเป็นพื้นดินที่นิ่มจนทำให้ยุบตัวลงไปในช่วงของการก่อสร้างชั้นที่ 3 ทำให้การก่อสร้างได้หยุดชะงักลงไป จนต่อมาในปี ค.ศ. 1272 สถาปนิกจีโอแวนนี่ ดี สิโมน ได้ดำเนินการสร้างต่อโดยได้มีการสร้างให้หอระฆังรั้นเอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อทำให้เกิดความสมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ก็ต้องมีเหตุให้หยุดชะงักลงอึกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม จนถึงปี ค.ศ. 1319 จึงได้มีการก่อสร้างต่ออีกครั้งและได้สร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1372 รวมระยะเวลาทั้งหมดที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งสิ้น 177 ปี หอเอนปิซาได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza dei Miracoli นอกจากนั้นแล้วหอเอนปิซายังถูกจัดให้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ขอโลกในยุคกลางอีกด้วย นอกจากนี้ กาลิเลโอ เคยใช้หอนี้ทดลองในเรื่องแรงโน้มถ่วง โดยใช้ลูกบอล 2 ลูกที่ที่หนักไม่เท่ากัน แต่เพื่อดูว่าลูกบอลมันจะตกลงมาในเวลาเท่ากันหรือไม่นั้นเอง ผลก็ออกเป็นไปตามที่กาลิเลโอคาดเอาไว้

Pisa

Cr. https://www.pinterest.com/pin/721068590321463303/

  • ที่อยู่: Piazza del Duomo, 56126 Pisa PI, อิตาลี
  • แผนที่
  • ค่าเข้าชม: ค่าบริการตั๋วเข้าชมสำหรับการเข้าชมในส่วนของ Tower คือ 18 ยูโร
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ โดยวันอังคารถึงวันอาทิตย์จะเปิดให้บริการในเวลา 10.00 น. ไปจนถึงเวลา 18.00 น.
  • วิธีการเดินทาง: สถานีรถไฟหลักของเมืองคือ Pisa Centrale จากสถานีสามารถใช้รถบัสสาย 3 และ 4 หรือ Shuttle สาย A เพื่อเดินทางไปที่หอระฆังก็ได้ หรือจะเดินไปก็ได้เช่นกัน โดยให้เดินออกจากทางเข้าหลักของ Pisa Centrale ไปที่ Piazza Vittorio Emanuele เข้าสู่ Via Crispi เดินไปถึง Ponte Solferino แล้วข้ามสะพานจากนั้นเดินต่อไปจนถึงป้าย Via Roma เลี้ยวเข้า Via Roma เดินต่อไปจะเจอ Piazza dei Miracoli ที่ตั้งของหอระฆัง ซึ่งจะใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที หรือจะนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี San Rossore จากสถานีใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีเพื่อไปหอระฆัง

6. Florence, Italy

ฟลอเรนซ์ (Florence) หรือ ฟีเรนเซ (Firenze) เมืองหลวงอันเก่าแก่ในแถบทัสคานี (Tuscany) ส่วนกลางของประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและวัฒนธรรมมายาวนาน โดยในส่วนของใจกลางเมืองเก่าของฟลอเรนซ์นั้นได้รับเลือกโดยองค์กรยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ 1982 และเป็นศูนย์กลางของผู้นำแฟชั่น, นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์, ช่างฝีมือ, ศิลปิน, สถาปนิก, และนักออกแบบเสื้อผ้า ฯลฯ

Florence

Cr. https://www.pinterest.com/pin/91057223705130430/

  • แผนที่
  • การเดินทาง: จากโรมมาสะดวกด้วยรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น การเดินทางภายในฟลอเรนซ์ส่วนใหญ่นิยมใช้การเดินเท้าในการเที่ยวชม เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ที่สำคัญสามารถเดินทาง one day trip ไปที่หอเอนปิซาได้ง่ายๆ อีกด้วย

7. Venice Island

เวนิส (Venice) หรือเวเนเซีย (Venezia) เมืองหลวงของแคว้นเวเนโตทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี เป็นนครแห่งสายน้ำที่เต็มไปด้วยคลองเล็กคลองน้อยนับร้อยที่ถูกเชื่อมต่อด้วยสะพานกว่า 400 สะพาน ในเวเนเชียนลากูน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเครียตริก เป็นหนึ่งในเมืองอันดับต้นๆที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากจะไปเยือนสักครั้ง เพราะความสวยงามของอาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่กลางน้ำ การเดินทางภายในเมืองนี้นั้นจะใช้เรือเป็นส่วนใหญ่ ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ หรือถ้าใครไม่อยากนั่งเรือก็สามารถเดินเที่ยวได้

สะพานรีอัลโต (Ponte di Rialto) เป็นหนึ่งในสะพานข้ามแกรนด์คาแนลที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายรูปมากที่สุด (อีกสองสพพานมีชื่อเสียง คือ Accademia Bridge และ Scalzi Bridge) ด้วยเหตุที่สะพานแห่งนี้มีความเก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นครั้งแรกด้วยไม้ในปี ค.ศ.1181 แต่เกิดการผุพังขึ้นเรื่อยๆกระทั่งในช่วงปี ค.ศ.1588-1591 ได้มีการรื้อและสร้างใหม่ด้วยหินอย่างแข็งแรงดังที่เห็นในปัจจุบัน สะพานรีอัลโตเชื่อมระหว่างเกาะ San macro กับเกาะ San polo โดยบริเวณตีนสะพานทั้งสองฝั่งคลาดคล่ำไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ตลาดสด และร้านรวงขายสินค้านานาชนิด

จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco) ได้ชื่อว่าเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารสาธารณะอันงดงาม โดมของมหาวิหารและซุ้มประตูของมหาวิหารซานมาร์โกและหอระฆังเซนต์มาร์คซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเวนิส

Venice

Cr. https://www.pinterest.com/pin/283515739030524915/

  • ที่อยู่: Piazza del Colosseo, 1, 00184 Roma RM, อิตาลี
  • แผนที่
  • ค่าเข้าชม: สำหรับการเข้าชมพระราชวัง Dogs ผู้ใหญ่ 20 ยูโร เด็กอายุ 6-14 ปี 13 ยูโร / สำหรับการเข้าชมในส่วนของมหาวิหารนั้นฟรี แต่สำหรับพิพิธภัณฑ์เซนต์มาร์คมีค่าตั๋วเข้าชม 5 ยูโร ค่าเข้าชมในส่วนของ Pala d’oro 2 ยูโร และในส่วนของหอระฆัง 8 ยูโร
  • การเดินทาง: จากสนามบินมาได้สามทาง คือ ทางรถบัส เรือ และรถไฟ เมืองเวนิสมีสถานีรถไฟหลัก คือ Venezia Santa Lucia เป็นสถานีที่ผู้โดยสารสามารถมาลง และเดินเที่ยวในเมืองเวนิสได้เลย

8. Milan Duomo , Milan

มิลาน (Milan) หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่า มิลาโน่ (Milano) เป็นเมืองหลวงทางแฟชันของโลกแข่งกับปารีสในประเทศฝรั่งเศส เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิตาลี และยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิค อันได้ชื่อว่าเป็นวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแลนด์มาร์คสำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของมิลาน มหาวิหารแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1386 แต่มาแล้วเสร็จ 400 กว่าปีหลังจากนั้น คือในปี ค.ศ.1813 ด้านนอกเป็นยอดแหลม 135 ยอด จึงมีชื่อเล่นว่า “ มหาวิหารเม่น ” มีรูปสลักหินอ่อนจากยุคต่าง ๆ ประดับอยู่กว่าสามพันรูป ยอดที่สูงที่สุดประดับด้วยรูปสลักพระแม่มาเรียสูง 4 เมตร หุ้มด้วยทองคำทั้งองค์ มีชื่อเรียกว่า “ มาดอนนิน่า (Madonnina) ” ภายในมหาวิหารดูเรียบง่าย แต่โอ่อ่ากว้างขวาง ตามแบบโกธิก ด้านหน้ามหาวิหารจะเป็นลานกว้าง เรียกว่า “ ปิอาซซ่า เดล ดูโอโม (Piazza del Doumo) ” เป็นศูนย์กลาง เป็นแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย

Milan Duomo

Cr. https://www.pinterest.com/pin/517491813426247916/

  • ที่อยู่: Piazza del Duomo, 20122 Milano MI, อิตาลี
  • แผนที่
  • ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชมมีราคาอยู่ที่ประมาณ 2 ยูโร ถึง 3 ยูโร โดยตั๋วเข้าชมนั้นจะรวมทั้งในส่วนของ Milan Cathedral, Duomo Museum and San gottardo in Corte church ด้วย
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน โดยจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 น. ไปจนถึงช่วงเวลา 19.00 น. แต่จำหน่ายตั๋วเข้าชมถึงแค่เวลา 6.00 น. และเปิดให้สามารถเข้าชมได้ถึงช่วงเวลาสุดท้ายคือ 6.10 น. เท่านั้น
  • วิธีการเดินทาง: สามารถเดินทางสะดวกโดยใช้รถไฟใต้ดิน Metro มาลงที่สถานี Duomo โดย Metro line 1 และ 3 หรือสามารถสังเกตง่ายๆ โดยใช้ Metro ป้ายเหลืองไปตามทิศทางของ S.Donato และดูป้ายสถานี Duomo ที่คุณต้องการ

9. Cinque Terre

เมืองซิงเคว เทเร่ Cinque Terre หรือ Le Cinque Terre ภาษาอิตาลีอ่านว่า เล ซิงเคว่ แตร์เร่ เป็นเมืองเก่าแก่ที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่ในแคว้น Liguria ซึ่งเป็นแคว้นที่เล็กที่สุดของประเทศอิตาลี ประกอบด้วยหมู่บ้านน่ารักๆ 5 หมู่บ้านที่สร้างอยู่บนหน้าผาและชายเขา จัดเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดอีกแห่งของอิตาลี ด้วยภาพบ้านเรือนหลากสี สร้างอยู่บนหน้าผาอันสูงชั้นติดริมทะเล ทำให้ชิงเคว เทอเร่ เป็นสถานที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก หมู่บ้านทั้ง 5 ของ Cinque Terre ได้แก่ Monterosso , Vernazza , Corniglia , Manarola และ Riomaggiore ตั้งเป็นชุมชนตามไหล่เขาไล่เรียงจากทางเหนือลงมาทางใต้

Cinque Terre

Cr. https://www.pinterest.com/pin/416723771775743037/

  • แผนที่
  • การเดินทาง: ที่สะดวกคือการเลือกใช้รถไฟจากฟลอเรนซ์มา โดยเส้นทางนี้จะผ่านเมือง Pisa ที่มีหอเอนปิซาชื่อดังสามารถแวะชมได้ด้วย หรือจะนั่งมาจากมิลานก็ได้เช่นกันแล้วมาลงที่สถานี สเปเซีย จากนั้นการเดินทางระหว่างเมืองสามารถสะดวกมากมายด้วยการใช้รถไฟ

เก็บลิสต์ที่เที่ยวสวยๆ และไอเดียถ่ายรูปคู่เอาไว้ก่อน เที่ยวได้เมื่อไหร่เราไปถ่ายรูปคู่ที่อิตาลีกัน

บริการยื่นวีซ่าอิตาลี ออนไลน์


ชี้เป้าร้านเจลาโต้ชื่อดังในอิตาลี ไปแล้วต้องลอง!

แชร์ บทความนี้

พูดคุย เกี่ยวกับบทความนี้

RELATED PRODUCTS

เนื้อหา ที่เกี่ยวข้อง

ส่อง 10 เมืองสวยในโปรตุเกส

โปรตุเกส ประเทศที่ร่ำรวยทั้งมรดกโลก ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย แตกต่างกันไปในแต่ละเมือง ทั้งภูเขา ชายหาด สถาปัตยกรรมอันสวยงามในเมืองต่างๆ ตามไปส่อง 10 เมืองสวยในโปรตุเกสกันเลย

7 จุดถ่ายรูปคู่ในปารีส ฮันนีมูนครั้งที่ร้อย ก็ไม่เบื่อ

ปารีส เมืองในฝันของประเทศฝรั่งเศส ถือเป็น Best Destination ของนักท่องเที่ยว และแน่นอนว่าปารีสมีมุมสวยๆ ให้ควงคู่ไปถ่ายรูปมากมาย วันนี้ก็เลยมาเอาใจคู่รักกับ 7 จุดถ่ายรูปคู่ในปารีส โรแมนติกแค่ไหนไปดูกัน

ขนมอร่อยขึ้นชื่อในยุโรป ไปแล้วต้องกิน!!

แจกรายชื่อขนมอร่อยขึ้นชื่อในยุโรปแบบจัดหนักจัดเต็ม บอกเลยว่าอร่อยถูกปากแน่นอน ซึ่งถ้าหากเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวยุโรปก็ไม่ควรพลาดลิ้มรสความหอมหวานของขนมยุโรป มีอะไรบ้าง ตามเก็บลิสต์เอาไว้ให้ครบ

Time Out เปิดลิสต์ 40 ย่านสุดคูลทั่วโลก

Time Out เปิดเผยรายชื่อ 40 ย่านสุดคูล (top 40 coolest neighbourhoods) จากทั่วโลก โดยคัดเลือกจากความสนุกสนาน อาหาร วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของชุมชน โดยของไทยนั้น จุฬา-สามย่าน กรุงเทพฯ ติดอันดับที่ 16

มารู้จักกับประเภทของวีซ่ากันเถอะ

บางประเทศเราสามารถเดินทางไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่อีกหลายๆ ประเทศจำเป็นต้องขอวีซ่าก่อนเดินทางไปประเทศนั้น และในส่วนของชาวต่างชาติ ก็จำเป็นจะต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศไทย โดยมีประเภทของวีซ่า แบ่งออกเป็น 7 ประเภทหลักๆ

10 สินค้าน่าซื้อสัญชาติเยอรมัน ไปเยอรมันซื้ออะไรดี

ไปเยอรมันซื้ออะไรดี ที่เยอรมันมีสินค้าหน้าซื้อที่เป็นแบรนด์ดังแบบดั้งเดิมอยู่หลายแบรนด์ด้วยกัน เพราะฉะนั้นหากใครมีโอกาสไปเที่ยวเยอรมันก็ลองไปเลือกซื้อสินค้าเหล่านี้ที่เป็นต้นกำเนิดให้ถึงถิ่นที่อยู่ กับ 10 สินค้าน่าซื้อสัญชาติเยอรมัน

เที่ยว 4 หาด เกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ เกาะสวยในสตูล ด้วยความที่มีน้ำทะเลใส พื้นทรายขาวสะอาดตานิ่มสบายเท้า เป็นเวิ้งอ่าวที่มีน้ำตื้น เหมาะแก่การดำน้ำตื้นชมปะการังสวยงามที่มีอยู่รอบเกาะ ซึ่งเกาะหลีเป๊ะจะมีหาดสวยให้เราชมถึง 4 เกาะด้วยกัน

ศูนย์ยื่นวีซ่าสวิตเซอร์แลนด์ ประจำกรุงเทพมหานคร พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

หลังจากที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าสวิตเซอร์แลนด์ (VFS Switzerland Visa Application Center) ประจำกรุงเทพมหานคร ได้ปิดให้บริการชั่วคราวไปก่อนหน้านี้นั้น ขณะนี้พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 19 ตุลาคม 2563 นี้

ชี้เป้าร้านเจลาโต้ชื่อดังในอิตาลี ไปแล้วต้องลอง!

Gelato หรือ ไอศครีมอิตาเลียน เราสามารถหาซื้อเจลาโต้แสนอร่อยได้ทั่วไปทั้งอิตาลี แต่ละร้านก็งัดฝีมือมาประชันกัน มีการตกแต่งเจลาโต้ให้สวยงามน่ากินแบบไม่มีใครยอมแพ้ใคร แนะนำร้านเจลาโต้ชื่อดังในอิตาลี ร้านไหนที่ไปแล้วต้องกินให้ได้

เช็คอิน 12 จุดถ่ายรูปแลนด์มาร์คยุโรป แบบชิคๆ

เที่ยวยุโรปทั้งทีไม่ได้ไปกันบ่อยๆ ต้องเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันเยอะหน่อย ถ้าไม่อยากพลาดช็อตเด็ดก็ต้องเตรียมตัวถ่ายรูปปังๆ กันไว้ก่อน มาดูไอเดียถ่ายรูปสวยๆ กับจุดถ่ายรูปแลนด์มาร์กยุโรป เอาไว้มีโอกาสได้ไปเที่ยวยุโรปเมื่อไหร่ จะได้มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ชิคๆ กลับมาแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ลงทะเบียนรับข่าวสาร WonderfulPackage วันนี้!

รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย เหนือกว่าใคร!