กลับด้านบน เพิ่มเพื่อนคลิก! @wonderfulpackage คลิกโทร 02-792-9292

Trip Highlight
  • เกาะเวนิส (เมืองที่ไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน) ที่ได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก”
  • เที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก ทั้ง 5 แห่ง ของประเทศโครเอเชีย
  • เข้าชมความงามของ “ถ้ำโพสทอยน่า” ถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป มีอายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี
  • ชมอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ อุทยานทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดในโครเอเชีย
  • เมืองดูบรอฟนิคได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป สมญานาม “ไข่มุกแห่งทะเล เอเดรียติก”
  • เมืองซาราเยโวถูกขนานนามว่าเป็น “นครเยรูซาเล็มแห่งยุโรปและบอลข่าน”
  • เที่ยวชม เมืองกอเตอร์ เมืองชายฝั่งทะเลแสนสวยของมอนเตเนโกร สมญานาม “ไข่มุกแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน”
  • พักโรงแรมระดับมาตรฐาน เดินทางสะดวกสบาย

โปรโมชั่น Happy New Year 2020

  • สำหรับบัตรเครดิต KBANK และบัตรเครดิต KTC แบ่งจ่าย 0% นาน 6 เดือน (หลังหักมัดจำ 35,000.-)
    เฉพาะเดินทาง : 26 ธ.ค. 62 - 4 ม.ค. 63 / 28 ธ.ค. 62 - 6 ม.ค. 63
    จอง : 18 ต.ค. - 30 พ.ย. 62
Details
ประเทศ: อิตาลี โครเอเชีย สโลวีเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
ระยะเวลา: 10 วัน 7 คืน
รวมมื้ออาหาร: 22 มื้อ
สายการบิน: Turkish Airlines
ระดับโรงแรม: หรือเทียบเท่า
ขึ้นเครื่อง: กรุณาเลือกสนามบิน
ช่วงเวลาเดินทาง: ธ.ค. 62 (เทศกาลปีใหม่)

BOOKING

Booking Seat Available Month Period Depart Return Airline Price
จอง 3 December 26 Dec 2019-4 Jan 2019
(วันหยุดปีใหม่)
TK065
22:50-05:45
TK068
01:50-14:50
74,900 THB
Promotion
เต็ม 0 December 27 Dec 2019-5 Jan 2020
(วันหยุดปีใหม่)
TK065
22:50-05:45
TK068
01:50-14:50
74,900 THB
จอง 5 December 28 Dec 2019-6 Jan 2020
(วันหยุดปีใหม่)
TK065
22:50-05:45
TK068
01:50-14:50
74,900 THB
Promotion
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้านี้กรุณาติดต่อเราได้ที่ Call Center. 02-792-9292

สรุปการเดินทาง

Day Highlight Meal Hotel
*หรือเทียบเท่า
B L D
1 กรุงเทพฯ – อิสตันบูล -
2 อิสตันบูล – เวนิส
ANTONY PALACE หรือ HOLIDAY INN หรือ NH LAGUNA
3 ถ้ำโพสทอยน่า – เมืองลุบเบลียน่า (เมืองหลวงสโลวีเนีย)
RADISSON BLU หรือ LEV HOTEL หรือ AUSTRIA TREND
4 ซาเกรบ (เมืองหลวงโครเอเชีย) – หมู่บ้านราสโตเก้ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่
JEZERO HOTEL/ OR MIRJANA RASTOKE / OR HOTEL LYRA
5 เข้าชมอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – ซาดาร์
CLUB FUMINATION BORIK HOTEL หรือ DIADORA HOTEL
6 ซิบินิค – โทรเกียร์ – สปลิท
RADISSON BLU OR PRESIDENT SOLIN
7 สตอน – ดูบรอฟนิค
SHERATON OR ADRIA OR VALAMAR OR CROATIA HOTEL
8 โมสตาร์ (บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา) – ซาราเยโว
PRESIDENT หรือ HILLS HOTEL หรือ NOVOTEL
9 ซาราเยโว – อิสตันบูล -
10 อิสตันบูล – กรุงเทพฯ -

วันแรก กรุงเทพฯ – อิสตันบูล

  • คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เชคอิน U (แถว U 14-18) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์เชคอินสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
  • ออกเดินทางสู่ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 65 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.30 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน

วันที่สอง อิสตันบูล – เวนิส

  • เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล (IST) ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเครื่อง 
  • ออกเดินทางสู่ สนามบินเวนิส (VCE) โดยเที่ยวบิน TK1867 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.30 ช.ม.)
  • เดินทางถึง สนามบินเวนิส นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส เมืองที่มีเอกลักษณ์พิเศษสุดเมืองหนึ่งของโลกเปรียบเสมือนประตูสู่ตะวันออกของยุโรปในอดีต
  • นั่งเรือสู่เกาะเวนิส (เมืองที่ไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน) เมืองเวนิสได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน เมืองแห่งแสงสว่าง ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองริมฝั่งสู่เกาะเวนิสซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • นำท่านชม จตุรัสเซนต์มาร์โคและพระราชวังดอจจ์ ศูนย์กลางของเกาะเวนิส ผ่านชมและแวะถ่ายรูปบริเวณ สะพานถอนหายใจ (Ponte Dei Sospiri) ที่เชื่อมระหว่างพระราชวังโบราณกับเรือนจำโบราณ ซึ่งมีตำนานเล่าถึงนักรักคาสโนว่าที่เคยถูกคุมขังในคุกแห่งนี้
  • จากนั้นให้ท่านได้แวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์มาร์โค (San Marco Basilica) ซึ่งเป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ อาหรับ โรมันเนสก์ เรเนซองส์ เข้าไว้ด้วยกัน ในมหาวิหารนี้เชื่อว่าเป็นที่บรรจุศพของนักบุญเซนต์มาร์ก
  • อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปโดยรอบบริเวณจตุรัสเซนต์มาร์โค หรือจะเลือกช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่มีมากมายรายล้อมรอบจตุรัส ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Chanel, Louis Vuitton, Hermes, Tods, Prada และอื่นๆอีกมากมาย (***ร้านค้าส่วนมากอาจปิดให้บริการในวันอาทิตย์และวันหยุดสากล)
  • ได้เวลานำท่านนั่งเรือเพื่อเดินทางกลับสู่ ฝั่งเวนิสเมสเตร์
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
  • เข้าพักสู่โรงแรมที่พัก ANTONY PALACE หรือ HOLIDAY INN หรือ NH LAGUNA **** หรือเทียบเท่า

วันที่สาม ถ้ำโพสทอยน่า – เมืองลุบเบลียน่า (เมืองหลวงสโลวีเนีย)

  • รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  • เดินทางเข้าสู่ ประเทศสโลวีเนีย ท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ทุ่งหญ้าสลับภูเขา บ้านเรือนแถบชานเมือง
  • นำท่านมุ่งหน้าสู่ ถ้ำโพสทอยน่า (Postojna Caverns) (ระยะทาง 198 กม. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองโพสทอยน่า (Postojna) เป็นถ้ำที่เปิดให้บริการมากว่า 188 ปี นำท่านเข้าชมความงามของ “ถ้ำโพสทอยน่า” ถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี เป็นถ้ำที่มีความยาวถึง 27 กิโลเมตร
  • เข้าชมภายในถ้ำโดยขบวนรถรางไฟฟ้า อุณหภูมิภายในถ้ำโดยเฉลี่ย 8-10 องศาเซลเซียส ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รถรางไฟฟ้านำท่านผ่านลำธาร เขื่อนเก็บน้ำใต้ดิน ชมหินงอกหินย้อยหลากหลายแบบและสีสันสวยงามสุดพรรณนา ภายในถ้ำยังมีห้องต่างๆ มากมาย ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ท่านจะได้ชมความงามอันยิ่งใหญ่ภายในถ้ำแห่งนี้ ที่ธรรมชาติได้สรรสร้างมานานกว่าล้านปี
  • จากนั้นนำท่านชมความแปลกของ ปลามนุษย์ (Human fish) หรือ Olm สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำพอสทอยน่า ผิวสีเนื้อคล้ายมนุษย์ ลำตัวยาวคล้ายงู มีแขนและขา ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1768 และอาศัยอยู่ในที่มืด
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • เดินทางสู่ เมืองลุบเบลียน่า (Ljubljana) เมืองหลวงของประเทศสโลวีเนีย (ระยะทาง 48 กม. ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที) นำท่านสัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงที่ยังคงให้ท่านได้เห็นร่องรอยของสถาปัตยกรรมโบราณ และอิทธิพลของศิลปะสไตล์บาโร๊คในเมืองลุบเบลียน่า
  • นำท่านชม สะพานมังกร ที่ทอดข้ามแม่น้ำลุบเบลียยานิก้า ผ่านชมและแวะถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญต่างๆภายในเมืองเช่น ศาลาว่าการเมือง มหาวิหารเซนต์ นิโคลัส
  • เข้าชมปราสาทเมืองเก่า (Old town castle) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูง โดยนั่งรถรางขึ้นสู่เนินเขา ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองลุบเบลียน่าได้อย่างชัดเจน ปราสาทแห่งนี้สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 ในศิลปะสไตล์บาโร๊ค ณ จุดนี้ท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบของเมืองลุบเบลียน่าได้ในระยะไกล
  • ชมย่านการค้า ตลาดสินค้าพื้นเมืองและเดินเล่น ชมบ้านเรือนที่สวยงามด้วยศิลปะบาโร๊ค อิสระให้ท่านถ่ายรูป หรือ เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
  • เข้าพักสู่โรงแรมที่พัก RADISSON BLU หรือ LEV HOTEL หรือ AUSTRIA TREND **** หรือเทียบเท่า
    ***หากโรงแรมในเมืองลุบเบลียน่าไม่สามารถรองรับคณะได้ ทางบริษัทจะจัดที่พักที่เมืองใกล้เคียงให้แทน***

วันที่สี่ ซาเกรบ (เมืองหลวงโครเอเชีย) – หมู่บ้านราสโตเก้ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่

  • รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  • เดินทางสู่ เมืองซาเกรบ (Zagreb) (ระยะทาง 145 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เมืองหลวงของประเทศโครเอเชียดินแดนแห่งทะเลเอเดรียติค ซึ่งมีความเก่าแก่แฝงด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง ซาเกรบเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมและเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11
  • นำท่านแวะถ่ายรูป “มหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen Cathedral)” ซึ่งมียอดแหลมทรงกลวยคู่บนยอดวิหารตกแต่งอย่างงดงาม สามารถเห็นได้จากทุกมุมในซาเกรบ
  • จากนั้นนำชม ตลาดกลางเมือง (Dolac market) ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่ มีสีสันสดใส มีดอกไม้ประดับและผลไม้ราคาถูกวางขายมากมาย
  • นำท่านสู่ เขต Upper Town โดยขึ้นรถรางไฟ จากนั้นแวะถ่ายรูปกับ วิหารเซนต์มาร์ก (St. Marks Church) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าซาเกรบ สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 13 หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีต่างๆ ซึ่งเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของซาเกรบ โครเอเชีย สโลวีเนีย และ ดัลมาเชีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศเดียวกัน (อดีตยูโกสลาเวีย)
  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ประจำเมืองเก่าเซนต์แคทเธอรีน (St. Catherine) โบสถ์แบบบาโร๊คสีขาวน่าประทับใจ นำท่านชมจุดชมวิวที่ท่านสามารถเห็นกรุงซาเกรบที่หลังคาอาคารเป็นสีแดงอิฐทั้งเมือง
  • นำท่านแวะชมจัตุรัส Trg Ban Jelacic Square จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านนำสมัย ชมอนุสาวรีย์ Ban Josip Jelacic ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระจากชาวฮังกาเรียนเมื่อปี ค.ศ. 1848
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • เดินทางสู่ หมู่บ้านราสโตเก้ (Rastoke) (ระยะทาง 104 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม.) หมู่บ้านเล็กๆก่อนถึงอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำสลุนด์ชิชา “Slunjcica River” ที่ไหลลงสู่ น้ำตกโคราน่า “Korana Waterfall”
  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม บ้านเรือนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านแห่งนี้ถูกสร้างในตอนปลายศตวรรษที่19 จนถึงต้นศตวรรษที่20 ปัจจุบันมีบ้านของชาวพื้นเมืองประมาณ 30 หลังคาเรือน ยังคงอาศัยในหมู่บ้าน และยังคงทำโรงโม่แป้ง จากกระแสน้ำตามธรรมชาติ
  • นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice National Park) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ (ระยะทาง 135 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.) อุทยานนี้มีพื้นที่ประมาณ 29,482 เฮคเตอร์ ให้ท่านได้อิสระชมความงามของพันธุ์ไม้หลากชนิด รอบโรงแรมที่พัก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบและเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
  • เข้าพักสู่โรงแรมที่พัก JEZERO HOTEL/ OR MIRJANA RASTOKE / OR HOTEL LYRA หรือเทียบเท่า
    ***หากโรงแรมในเขตอุทยานพลิตวิเซ่ไม่สามารถรองรับคณะได้ ทางบริษัทจะจัดที่พักที่เมืองใกล้เคียงให้แทน***

วันที่ห้า เข้าชมอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – ซาดาร์

  • รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  • เข้าชมความงามของ Lower lake โดยล่องเรือข้ามทะเลสาบ Jezero Kozjak ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างอุทยานตอนล่างขึ้นสู่ทะเลสาบชั้นบนของอุทยาน เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามและความอลังการของ Lower lake
  • ท่านเดินชมทะเลสาบต่างๆ ตามทางเดินสะพานไม้ที่เชื่อมแต่ละทะเลสาบเข้าด้วยกัน แล้วเดินสู่ Veliki Slip ชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานที่มีความสูงถึง 70 เมตร (แนะนำให้ท่านสวมรองเท้าผ้าใบ หรือ รองเท้าที่สวมใส่สบาย เนื่องจากต้องเดินชมความงามของธรรมชาติภายในอุทยาน)
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • เดินทางสู่ เมืองซาดาร์ (Zadar) (ระยะทาง 150 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.) เมืองที่มีประวัติศาสตร์มากว่า 3,000 ปีมาแล้ว และเป็นเมืองท่าสำคัญซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ของทะเลเอเดรียติค ที่มีบทบาทมาตั้งแต่สมัยโรมันจนถึงปัจจุบัน
  • นำท่าน ชมตัวเมืองซาดาร์ นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์สำคัญประจำเมือง โบสถ์อนาสตาเชีย (The Cathedral of St. Anastasia) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 5-6 ในยุคโรมาเนสก์ เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นดัลมัลเชีย 
  • นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์ โดแนท ซึ่งเป็นโบสถ์สำคัญประจำเมืองอีกแห่งหนี่ง ชมโรมันฟอรัมหรือย่านชุมชนของโรมันเมื่อสองพันปีก่อนที่นักโบราณคดีได้ใช้ความอุตสาหะในการขุดค้นพบหลักฐานสำคัญต่างๆทั้งที่อยู่อาศัยชาวโรมัน
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
  • เข้าพักสู่โรงแรมที่พัก CLUB FUMINATION BORIK HOTEL หรือ DIADORA HOTEL **** หรือเทียบเท่า
    ***หากโรงแรมที่เมืองซาดาร์ไม่สามารถรองรับคณะได้ ทางบริษัทจะจัดที่พักที่เมืองใกล้เคียงให้แทน***

วันที่หก ซิบินิค – โทรเกียร์ – สปลิท

  • รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  • เดินทางสู่ เมืองซิบินิค (Sibenik) (ระยะทาง 90 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.) เมืองริมทะเลเอเดรียติกถูกบันทึกในเอกสารตั้งแต่ ค.ศ. 1066 ในชื่อแคสทรัม ซีบีนิซี (Castrum Sebenici) เติบโตจากอิทธิพลภายใต้การปกครองของฮังกาเรียน-โครแอต-เวเนเชียน
  • เข้าชม มหาวิหารเซนต์จาคอบ เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่าง 3 ศิลปกรรม คือ ดัลเมเชียน ศิลปะทางเหนือของอิตาลี และทัสคานี สถาปนิค 3 ท่านได้ใช้เทคนิคชั้นสูงในการสร้างห้องโถงสูงใหญ่ และโดมครึ่งวงกลม ทั้งวิหารล้วนสร้างด้วยหินทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะโกธิคและศิลปะเรอเนสซองส์ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน โดยองค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้มหาวิหารแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • เดินทางสู่ เมืองโทรเกียร์ (Trogir) (ระยะทาง 50 กม. ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที) เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคอารยธรรมกรีกโรมันเมื่อ 380 ปีก่อนคริสตกาล และได้พัฒนาบ้านเรือนตามผู้ปกครองแต่ละยุคสมัย ยุคการปกครองของอาณาจักรเวนิส ได้รับอิทธิพลจากศิลปะสไตล์เรเนซองค์และบาโร๊ค สามารถเห็นอาคารบ้านเรือน โบสถ์ สถานที่สำคัญต่างๆ ที่สร้างขึ้นในแบบศิลปะดังกล่าว
  • นำท่านชม เขตเมืองเก่า สัมผัสอาคาร บ้านเรือน ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีกและโรมันโบราณ เช่น ประตูเมือง “Kopnena Vrata” ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในสมัยศตวรรษที่ 16
  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ “มหาวิหารเซนต์ลอเรนซ์” ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี จุดเด่นของมหาวิหารแห่งนี้คือประตูทางเข้าที่แกะสลักเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่างวิจิตรตระการตา
  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ หอนาฬิกา (Foggia And Of Clock Tower) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ชมจัตุรัสภายในบริเวณเมืองเก่า แวะถ่ายรูปกับ ป้อมเซนต์มาร์ค ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1430 ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งทะลเอเดรียติก ในอดีตใช้เป็นกำแพงป้องกันภัยจากข้าศึกที่เข้ามารุกรานทางทะเล
  • ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองสปลิท (Split) (ระยะทาง 30 กม. ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากซาเกรบ ซึ่งอยู่ในแคว้นดัลเมเชีย อันเป็นต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ดัลมาเชี่ยนที่โด่งดัง
  • นำท่าน เที่ยวชมเมืองสปลิท ที่สร้างรายล้อมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน ประกอบด้วย ศาลาว่าการเมืองสไตล์ เรเนซองค์ สร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ต่างๆ ชมย่าน People Square ศูนย์กลางทางธุรกิจและการบริหาร
  • นำท่าน เข้าชมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน (Diocletian Palace) องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเธี่ยนแห่งโรมัน ซึ่งต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ หลังจากสละบัลลังก์ ภายในพระราชวังประกอบด้วย วิหารจูปิเตอร์ สุสานใต้ดินที่มีชื่อเสียง (Catacombas) และวิหารต่างๆ 
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • เข้าพักสู่โรงแรมที่พัก RADISSON BLU OR PRESIDENT SOLIN **** หรือเทียบเท่า
    ***หากโรงแรมที่เมืองสปลิทไม่สามารถรองรับคณะได้ ทางบริษัทจะจัดที่พักที่เมืองใกล้เคียงให้แทน***

วันที่เจ็ด สตอน – ดูบรอฟนิค

  • รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  • เดินทางสู่ เมืองสตอน (Ston) (ระยะทาง 186 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของหอยนางรมและผลิตภัณฑ์จากหอยนางรมสดๆ จากทะเลเอเดรียติกตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยากาศริมชายฝั่งทะเลที่มีบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีแสด สลับตามแนวชายฝั่งเป็นระยะสู่สตอน หมู่บ้านที่สงบเสงี่ยมตั้งอยู่ริมฝั่งบริเวณโค้งอ่าวกว้าง เปรียบเสมือนเป็นด่านหน้าของเมืองดูบรอฟนิค
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น พร้อมลองชิมหอยนางรมสดจากฟาร์มในเมืองสตอน
  • เดินทางเลียบชายฝั่งทะเลเอเดรียติกสู่ เมืองมรดกโลกดูบรอฟนิค Dubrovnik (ระยะทาง 54 กม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.) ตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศริมชายฝั่งทะเล ที่มีบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีแสด สลับตามแนวชายฝั่งเป็นระยะๆ เมืองดูบรอฟนิคได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป สมญานาม “ไข่มุกแห่งทะเล เอเดรียติก”
  • นำท่านชมทัศนียภาพของเมืองดูบรอฟนิค ที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งทะเลเอเดรียติค ตัวเมืองเก่ามีป้อมปราการโบราณความยาว 190 เมตรล้อมรอบ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ความโด่งดังเทียบได้กับแกรนด์แคนย่อนหรือแกรนด์คาแนลแห่งเวนิส
  • นำท่าน เดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่า ชมน้ำพุ Onofrio ซึ่งตั้งเป็นเกียรติแก่สถาปนิกผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้
  • นำท่านเข้าชม The Cathedral หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองเก่าที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับชาวเวนิชในอดีต
  • นำท่านถ่ายรูปกับ หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock) จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s palace) พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยผสมผสานศิลปะทั้งแบบโกธิค เรเนซองส์และบาโร๊ค
  • ได้เวลานำท่านแวะถ่ายรูปกับ สปอนซา พาเลส (Sponza Palace) สร้างขึ้นโดยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารและสำนักงานส่วนราชการ
  • นำท่านเดินผ่าน ถนนสตราดัน ถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร ที่สองข้างทางรายล้อมไปด้วยอาคารสไตล์โรมัน โกธิค และร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านไอศครีม ร้านขายของที่ระลึกต่างๆมากมาย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • เข้าสู่โรงแรมที่พัก SHERATON OR ADRIA OR VALAMAR OR CROATIA HOTEL **** หรือเทียบเท่า
    ***หากโรงแรมที่เมืองดูบรอฟนิคไม่สามารถรองรับคณะได้ ทางบริษัทจะจัดที่พักที่เมืองใกล้เคียงให้แทน***

วันที่แปด โมสตาร์ (บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา) – ซาราเยโว

  • รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  • เดินทางสู่ เมืองโมสตาร์ (Mostar) (ระยะทางประมาณ 150 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.45 ชม) อีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มีขนาดเป็นอับดับที่ 5 ของประเทศ ตั้งอยู่ในหุบเขาของแม่น้ำเนเรตวา
  • นำท่านชมความงดงามและความเก่าแก่ของ สะพานโบราณ หรือ สตารี มอสต์ (Old Bridge Stari Most) สะพานที่ถูกสร้างขึ้นจากหิน โดยมีความสูงจากระดับน้ำซึ่งวัดได้ในช่วงฤดูร้อน ประมาณ 21 เมตร สะพานเก่าและอาคารหลายหลังในเมืองเก่า ในบริเวณใกล้เคียงก็ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่
  • นำท่านชม ย่านเมืองเก่า (Old Town) เพื่อชื่นชมเหล่าอาคารบ้านเรือนซึ่งส่วนใหญ่ล้วนสร้างขึ้นในแบบสถาปัตยกรรมแบบพรี-ออตโตมัน ออตโตมันตะวันออก เมดิเตอร์เรเนียนและยุโรปตะวันตก
  • นำท่านเข้าชม มัสยิดโกสกี้ เมห์เมด ปาซ่า (Koski Mehmed Paša Mosque) มัสยิดออตโตมันขนาดเล็ก ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1751 หลังถูกทำลายลงช่วงสงครามบอสเนีย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของมัสยิดคือหอคอยสุเหร่าที่ตั้งสูงตระหง่านเหนือตัวเมืองซึ่งว่ากันว่ายอดหอคอยสามารถมองวิวระยะไกลได้ถึง 3 กิโลเมตร
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • เดินทางสู่ เมืองซาราเยโว (Sarajevo) (ระยะทางประมาณ 129 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2.45 ชม. เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเมืองซาราเยโวถูกขนานนามว่าเป็น “นครเยรูซาเล็มแห่งยุโรปและบอลข่าน”  นอกจากนี้ยังเคยถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวอันดับต้นๆโดย LONELY PLANET เมื่อปี ค.ศ.2010
  • รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • เข้าพักสู่โรงแรมที่พัก PRESIDENT หรือ HILLS HOTEL หรือ NOVOTEL **** หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า ซาราเยโว – อิสตันบูล

  • รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  • นำท่านเข้าชม อุโมงค์สงคราม (War Tunnel) ที่ขุดขึ้นในช่วงสงครามระหว่างบอสเนียและเซอร์เบีย เมื่อครั้งที่บอสเนีย ต้องการแยกเป็นเอกราชจากยูโกสลาเวีย อุโมงค์แห่งนี้ขุดขึ้นเพื่อลำเลียงอาหาร น้ำ เวชภัณฑ์และกองกำลังทหาร ในระหว่างสงคราม เป็นอุโมงค์ที่ขุดขึ้นภายในบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งเท่านั้น แต่ขุดยาวผ่านสนามบินซาราเยโว เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียง หลังจากที่เมืองซาราเยโว ถูกกองกำลังเซอร์เบีย โอบล้อม เพื่อไม่ต้องการให้บอสเนียเป็นเอกราช
  • นำท่านชมวิถีทัศน์ภาพการต่อสู้และการสร้างอุโมงค์แห่งนี้ ย้อนรอยประวัติศาสตร์อันน่าสะเทือนใจ ของเมืองซาราเยโว ในช่วงสงครามบอสเนียในอดีต
  • รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
  • ชมกลับสู่ ย่านเมืองเก่า BASCARSIJA อดีตเคยเป็นย่านบาซาร์เก่าแก่ของยุคออตโตมัน ปัจจุบันเป็นถนนสายหลักของเมืองซาราเยโว ตั้งอยู่ในส่วนเมืองเก่าของซาราเยโว ออกแบบในสไตล์ออตโตมัน-เตอร์กิช เต็มไปด้วยร้านค้าของที่ระลึก ร้านกาแฟ บาซาร์ที่ขายสินค้าหลากหลายชนิด
  • ต่อด้วย ย่านเมืองเก่าซาราเยโว (STARI GRAD) ย่านที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายสไตล์ อาทิเช่น สถาปัตยกรรมแบบบอสเนีย ออตโตมัน ออสโตร-ฮังกาเรียน เป็นต้น เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางศาสนาหลายแห่ง
  • นำท่านเข้าชมความงดงามของ สุเหร่า GAZI HUSREV-BEG MOSQUE ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าแบบออตโตมันที่สำคัญที่สุดในเมืองซาราเยโว
  • ชม มหาวิหารประจำเมืองซาราเยโว (THE CATHEDRAL OF JESUS HEART) เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวินา เป็นที่ประจำตำแหน่งของพระราชาคณะของเมือง เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-กอธิค สร้างในช่วงปี ค.ศ.1884-1889
  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์คริสต์ออโธด๊อกซ์ ที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่ ภายในบริเวณเดียวกัน รวมถึงโบสถ์ของชาวยิวหรือซีนากอฟ ขนาดใหญ่ที่สร้างอยู่ภายในย่านนี้
  • นำท่านชม สะพานลาติน (LATIN BRIDGE) ซึ่งเป็นจุดที่อาร์ค ดยุค ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ (Franz Ferdinand) รัชทายาทแห่งราชวงศ์ออสเตรียถูกลอบปลงพระชนม์ในวันที่ 28 มิถุนายน 1914 โดยชาวซาราเยโวนายหนึ่ง จนกลายเป็นชนวนเหตุในการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นและสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
  • นำท่านเดินทางสู่ สนามบินซาราเยโว
    ***หลังทำการเชคอินแล้ว อิสระให้ท่านรับประทานอาหารค่ำภายในสนามบินตามอัธยาศัย***
  • ออกเดินทางจาก สนามบินซาราเยโวสู่สนามบินอิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK1026 (ใช้เวลาบิน 2 ชม.) บริการอาหาร เครื่องดื่ม และพักผ่อน บนเครื่องบิน

วันที่สิบ อิสตันบูล – กรุงเทพฯ

  • เดินทางมาถึง กรุงอิสตันบูล แวะเปลี่ยนเครื่อง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งใน DUTY FREE SHOP ภายในสนามบิน
  • ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK 68 (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง) สายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คือ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า
  • เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

เงื่อนไขสินค้า

ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ

  • สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่าน เปิดห้องพัก เป็น 2 ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า
  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 ก.ก., กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) น้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก.

โปรแกรมท่องเที่ยวอิตาลี-โครเอเชีย-สโลวีเนีย-มอนเตเนโกร (ตามที่ระบุไว้ในรายการ) อัตรานี้รวมถึง

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบินTK/OS (กระเป๋าเดินทาง น.น. ไม่เกิน 20 ก.ก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าทิปพนักงานขับรถ และค่าทิปหัวหน้าทัวร์ 

อัตรานี้ไม่รวมถึง

  • ค่าวีซ่าเชงเก้นอิตาลี (ประมาณ 3,000 บาท **อัตราค่าวีซ่าอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด, โทรศัพท์-แฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

การชำระเงิน

  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 35,000 บาท/ท่าน ภายใน 3 วันหลังมีการยืนยันกรุ๊ปออกเดินทางแน่นอน
  • งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 30 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

RELATED ARTICLES

ประเทศไหนบ้างที่ต้องง้อวีซ่า แต่คนก็ยังชอบไป

วีซ่าก็คล้ายๆ กับบัตรผ่านทางเข้าไปในประเทศนั้นๆ ซึ่งบางประเทศไม่ต้องขอวีซ่าก็ผ่านเข้าได้ แต่บางประเทศเราต้องทำเรื่องขอวีซ่าเพื่อขออนุญาตผ่านเข้าประเทศนั้นๆ นั่นเอง แต่ถึงจะต้องง้อวีซ่าเราก็ยังอยากไปเที่ยวอยู่ดี ก็มันน่าไปนี่เนอะ

คิวรอทำวีซ่าพุ่ง 88 เล่มเมื่อเช้านี้ เรื่องทำวีซ่าออนไลน์ไว้ใจให้เราดูแล

เห็นเงียบๆ ออเดอร์เพียบนะจ๊ะ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ กำลังปลื้มปริ่มที่ลูกค้าไว้ใจใช้บริการทำวีซ่าออนไลน์กับเราเยอะมาก เช้านี้สูงถึง 88 เล่ม!! เยอะแค่ไหนก็ยังไหว เพราะเรามีทีมงานมืออาชีพคอยดูแล ใส่ใจในทุกขั้นตอน ถ้ากำลังมองหาผู้ช่วยในการยื่นวีซ่า มาทางนี้เลยค่ะ

หนีร้อนก่อนละลาย ทะเลสาบพลิทวิเซ่ ณ โครเอเชีย

ร้อนนี้ หาที่หนีร้อนไปลงน้ำ สัมผัสธรรมชาติสวยๆ แปลกตากันบ้าง เราจะพาไปหลีกหนีจากมุมเดิมๆ แล้วไปพบกับมุมใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นกันบ้าง ที่นี่ อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่" ณ โครเอเชีย

10 ประสบการณ์การลิ้มรสอาหารที่ดีที่สุดในโลก โดย Lonely Planet

ประสบการณ์การลิ้มรสอาหารที่ดีที่สุดในโลก จัดอันดับโดย Lonely Planet และนี่ก็คือ 10 อันดับอาหารจานเด็ดจากทั่วโลก มีของไทยด้วย

บทความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

แชร์ สินค้านี้

ลงทะเบียนรับข่าวสาร WonderfulPackage วันนี้!

รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย เหนือกว่าใคร!