โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น

รายการโปรแกรมทัวร์ทั้งหมดสำหรับญี่ปุ่น

ค้นหาสินค้า:

ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น


ชื่อประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น มีชื่อทางการคือ ประเทศญี่ปุ่น ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า นิปปง (にっぽん) หรือ นิฮง (にほん) ซึ่งใช้คันจิตัวเดียวกันคือ 日本 คำว่านิปปง มักจะใช้ในกรณีที่เป็นทางการ ส่วนคำว่า นิฮง จะเป็นศัพท์ที่ใช้โดยทั่วไป

เริ่มต้นมีการสันนิฐานว่าประเทศญี่ปุ่นมีการใช้ชื่อของประเทศว่า "นิฮง/นิปปง (日本)" มาตั้งแต่ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 12 จนถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 13 ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้ญี่ปุ่นมักถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย ชื่อนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการติดต่อกับราชวงศ์สุยของจีนและหมายถึงการที่ญี่ปุ่นอยู่ในทิศตะวันออกของจีน ก่อนที่ญี่ปุ่นจะมีความสัมพันธ์กับจีน ญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักในชื่อยะมะโตะ

ประเทศญี่ปุ่นมีชื่อเรียกในภาษาอื่นๆ เช่น เจแปน (อังกฤษ: Japan), ยาพัน (เยอรมัน: Japan), ฌาปง (ฝรั่งเศส: Japon),ฆาปอน (สเปน: Japón) รวมทั้งในภาษาไทยคำว่า ญี่ปุ่น น่าจะมาจากภาษาจีนฮกเกี้ยนหรือแต้จิ๋วที่ออกเสียงว่า "ยิดปุ่น" (ฮกเกี้ยน) หรือ "หยิกปึ้ง" (แต้จิ๋ว) โดยที่ทั้งหมดล้วนแต่เป็นคำที่ถอดเสียงมาจากคำอ่านตัวอักษรจีน 日本国 ซึ่งอ่านว่า "จีปังกู" แต่ถ้าในสำเนียงของแมนดารินจะอ่านว่า รื่อเปิ่นกั๋ว (จีน: 日本国; พินอิน: rì bĕn guó) หรือจะอ่านย่อ ๆ ว่า รื่อเปิ่น (จีน: 日本; พินอิน: rì bĕn) ส่วนในภาษาที่ใช้ตัวอักษรจีนอื่น ๆ เช่นภาษาเกาหลี จะมีการออกเสียงว่า "อิลปน" (เกาหลี: 일본;日本) และภาษาเวียดนาม จะมีการที่ออกเสียงว่า "เหญิ่ต บ๋าน" (เวียดนาม: Nhật Bản, 日本)  โดยจะออกเสียงคำว่า 日本 ซึ่งเป็นภาษาของตนเองใช้เรียกประเทศญี่ปุ่น - ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น


การแบ่งเขตการปกครองของญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นได้มีการแบ่งการปกครองออกเป็น 47 จังหวัด และ แบ่งภาคออกเป็น 8 ภูมิภาค โดยกลุ่มที่มีเขตแดนติดกันมีวัฒนธรรมและสำเนียงการพดที่ใกล้เคียงกัน มักจะถูกจับเข้ารวมกัน โดยทุกจังหวัดจะต้องมีผู้ว่าราชการเป็นผู้บริหาร

ในแต่ละจังหวัดจะมีการแบ่งเขตย่อยลงไปเป็นเมืองและหมู่บ้าน แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับโครงสร้างของการแบ่งเขตการปกครองโดยมีการรวมเขตย่อยเกิดขึ้น โดยรวมที่อยู่ใกล้เคียงกันเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะเป็นการช่วยลดจำนวนของเขตการปกครองย่อยและเพื่อที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของการบริหารเขตลง การรวมเขตการปกครองนี้เป็นนโยบายที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าสามารถที่จะลดจาก 3,232 เขตใน พ.ศ. 2542 ให้เหลือ 1,773 เขตใน พ.ศ. 2553

ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละเมืองต่างมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไม่ว่าจะเป็นทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงมีสำเนียงภาษาที่แตกต่างกันออกไป


ฮอกไกโดโทโฮะกุคันโตจูบุ

1.  ฮอกไกโด

2.  อะโอะโมะริ
3.  อิวะเตะ
4.  มิยะงิ
5.  อะกิตะ
6.  ยะมะงะตะ
7.  ฟุกุชิมะ

8.  อิบะระกิ
9.  โทะจิงิ
10.  กุนมะ
11.  ไซตะมะ
12.  จิบะ
13.  โตเกียว
14.  คะนะงะวะ

15.  นิอิงะตะ
16.  โทะยะมะ
17.  อิชิกะวะ
18.  ฟุกุอิ
19.  ยะมะนะชิ
20.  นะงะโนะ
21.  กิฟุ
22.  ชิซึโอะกะ
23.  ไอจิ

คันไซจูโงะกุชิโกะกุคีวชู และ โอะกินะวะ

24.  มิเอะ
25.  ชิงะ
26.  เคียวโตะ
27.  โอซาก้า
28.  เฮียวโงะ
29.  นารา
30.  วะกะยะมะ

31.  ทตโตะริ
32.  ชิมะเนะ
33.  โอะกะยะมะ
34.  ฮิโระชิมะ
35.  ยะมะงุจิ

36.  โทะกุชิมะ
37.  คะงะวะ
38.  เอะฮิเมะ
39.  โคจิ

40.  ฟุกุโอกะ
41.  ซะงะ
42.  นางาซากิ
43.  คุมะโมะโตะ
44.  โออิตะ
45.  มิยะซะกิ
46.  คะโงะชิมะ
47.  โอกินาวา


ประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น

ตามประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นแล้ว ในยุคโคะฮุง ซึ่งได้ตั้งชื่อตามสุสานที่สร้างขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 9 ถึง 12 โดยประมาณ โดยเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มมีรูปแบบการปกครองแบบราชวงศ์ โดยมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ในคันไซ ยุคนี้พุทธศาสนาได้เริ่มเข้ามามีบทบาทจากทางคาบสมุทรเกาหลีสู้เกาะญี่ปุ่น แต่ถึงอย่างนั้นพระพุทธรูป และศาสนาพุทธในญี่ปุ่นก็ได้รับอิทธิพลมากจากจีนมากขึ้น เจ้าชายโชตะได้ทรงมีคำสั่งให้คณะราชทูตไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับจีน เลยทำให้ประเทศญี่ปุ่นนั้นได้รับวัฒนธรรมมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เป็นจำนวนมาก  และได้ทรงตรารัฐธรรมนูญ17มาตรา ซึ่งเป็นกฎหมายญี่ปุ่นฉบับแรกอีกด้วย และพุทธศาสนาก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นสมัยอาซึกะ

ในยุคนาระ (พ.ศ. 1253-1337) เป็นยุคที่มีการสร้างอาณาจักที่แข็งแกร่งมากกว่าเก่า มีระบบการปกครองที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ โดยการนำระบบการปกครองมากจากประเทศจีน โดยมีศูนย์กลางในการปกครองอยู่ที่เมืองเฮโจเกียว หรือจังหวัดนาระในปัจจุบัน ในยุนาระก็เริ่มมีการพบวรรณกรรมเช่นโคจิกิ พ.ศ. 1255 และนิฮงโชกิ พ.ศ. 1263 เมืองหลวงได้ย้ายไปอยู่ที่นางาโอกะเกียวในเวลาสั้นๆ และก็ได้ย้ายไปเฮอังเกียวอีกตรั้ง จึงกลายมาเป็นยุคสมัยของเฮอังนั่นเอง

ระหว่างที่เป็นช่วงของเฮอังนั้น (พ.ศ.1337-1728) ถือได้ว่าเป็นยุคทองของญี่ปุ่นอย่างที่สุด เพราะว่าเป็นยุคที่ประเทศญี่ปุ่นมีการพัฒนามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดคือ การประดิษฐ์อักษรฮิระงานะ ซึ่งตามมาด้วยวรรณกรรมเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นในช่วงกลางของศตวรรษที่16 ได้มีนิยายชื่อดังเรื่องนิทางเก็นจิ เป็นนิยายที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตการปกครองของตระกูลฟุจิวาระ และได้มีการนำบทกลอนบางส่วนของนิยายนี้มาใช้ในเพลงชาติของญี่ปุ่นด้วย

ยุคศกดินาเริ่มต้นขึ้นจากทางการทหารที่เข้ามามีอำนาจในปีพ.ศ.1728 หลังจากการผ่ายแพ้ต่อตระกูลไทระ มินาโมโตะ โยริโตโมะได้ทำการสถาปนาตนเองขึ้นเป็นโชกุน และเริ่มสร้างรัฐบาลภายในเมืองคามาคุระ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคคามาคุระ แต่ก็ไม่สามารถที่จะปกครองทั้งประเทศได้ เพราะในเขตตะวันตกยังคงหลงเหลืออำนาจของราชวงศ์อยู่ ภายหลังจากการเสียชีวิตของโชกุน ตระกูลโฮโจก็ได้ขึ้นมาแทนเป็นผู้สำเร็จราชการโชกุน และสามารถต้านทานการรุกรานของจักรวรรดิมองโกลในปี 1817 และต่อมาในปี 1824 เกิดพายุกามิกาเซ่ขึ้นทำให่กองทัพของมองโกลเสียหายอย่างหนัก - ทัวร์ญี่ปุ่น ไปญี่ปุ่น

แต่ถึงอย่างไรก็ตามรัฐบาลชุดนี้ก็อ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัดภายหลังจากสงคราม จนในที่าุดก็ต้องสูญเสียอำนาจลงให้จักรพรรดิโก-ไดโก ผู้ซึ่งพ่ายแฟ้ต่ออาชิกางะ ทากะอุจิในเวลาต่อมาไม่นาน อาชิกางะจึงได้ย้ายรัฐบาลไปอยู่ที่มุโรมาชิในเกียวโต จึงได้ชื่อว่ายุคมุโรมาชิ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 อำนาจระบบการปกครองของโชกุนก็เริ่มเสื่อมลงเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ จึงเรียกยุคสงครามนี้ว่ายุคเซ็งโงกุ ในช่วงศตวรรษที่21 พ่อค้าชาวโปรตุเกสรวมถึงมิชชันนารีเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งแรก ก็ได้เริ่มทำการค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นกับตะวันตก เรียกว่าการค้านัมบัน

สงครามยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี จนในที่สุดโอดะ โนบุนางะได้ครอบครองแคว้นอื่นๆมากมายโดยการใช้เทคโนโลยีสมับใหม่ของชาวตะวันตก ได้ยึดรวมแผ่นดินญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกัน แต่ต่อมาในปีพ.ศ.2125 โนบุนางะก็ได้ถูกลอบสังหาร ทำให้โทโยโตมิ ฮิเดะโยชิ มาสานต่อเจตนารมณ์และทำให้บ้านเมืองสงบลงได้ในปีพ.ศ.2133 ก็ได้ทำงสงครามกับคาบสมุทรเกาหลีถึง 2 ครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนเขาเองได้เสียชีวิตในปีพ.ศ. 2141 จึงเป็นเหตุให้ญี่ปุ่นต้องถอยทัพกลับมา

ภายหลังจากการเสียชีวิต โทกุกาวะ อิเอยาซุก็ได้แต่งตั้งตนเองเป็นผู้สำเร็จราชการให้กับบุตรชายของฮิเดะโยชิ คือ โทโยโตมิ ฮิเดะโยริ เพื่อที่จะได้มีอำนาจทางการเมืองและทหาร ต่อมาอิเอยาซุได้เอาชนะไดเมียวต่างๆลงได้ จึงได้ขึ้นเป็นโชกุนในปีพ.ศ. 2146 และก่อตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นที่นครเอโดะ จึงเป้นที่มาของยุคเอโดะ รัฐบาลโทกุกาวะได้ใช้วิธีการหลายอย่างเพื่อที่จะควบคุมไดเมียว ในปีพ.ศ. 2182 รัฐบาลเริ่มใช้นโยบายในการปิดประเทศเป็นเวลานานกว่า 250 ปี จากการปิดประเทศนั้นทำให้ประชากรที่อยู่ในญี่ปุ่นที่อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองมีโอกาสที่จะประดิษฐ์เทคโนโลยีใหม่ๆขึ้น และในยุคเอโดะนี้ยังมีการริเริ่มการศึกษาให้กับประชาชนที่เกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

แต่เพราะประเทศญี่ปุ่นได้ทำการปิดประเทศจึงทำให้มีการกดดันจากประเทศภายนอกให้ทำการเปิดประเทศเสีย ในวันที่31 มีนาคม พศ.2394 แมทธิว เพอร์รี่ นาวาเอกพิเศษของสหรัฐอเมริกาและกองทัพเรือได้บุกมายังญี่ปุ่นเพื่อเพื่อบังคับให้ญี่ปุ่นนั้นเปิดประเทศ โดยใช้สนธิสัญญาสัมพันไมตรีกับประเทศอเมริกา รวมถึงต้องทำสนธิสัญญากับประเทศอื่นๆในตะวันตกอีกด้วย แต่การกรำดังกล่าวกลับส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องเปิดให้มีการค้าขายกันอย่างเสรี และให้สิทธิประโยชน์ต่างๆแก่ประเทศอื่นๆด้วย จึงทำให้ชาวเมืองญี่ปุ่นไม่พอใจในตัวรัฐบาลเอโดะ และเกิดการเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจให้แก่จักรรดิญี่ปุ่น ซึ่งเรียกว่ายุคปฏิรูปเมจิ นั่นเอง - ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น

ในยุคสงครามดลกครั้งที่สอง ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ส่งเสริมอำนาจและความแข็งแกร่งทางการทหารมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ญี่ปุ่นถูกกีดกันจากการค้ากับอเมริกา จึงได้เปิดสงครามในแถบแปซิฟิก หรือสงครามเอเชียบูรพานั่นเอง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตของสหรัฐมากกว่า โดยในครั้งนั้นญี่ปุ่นสามารถยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทังหมด แต่ภายหลังจากที่ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับสหรัฐฯ ญี่ปุ่นก็ยิ่งได้รับความเสียหายหนักยิ่งขึ้นจากการทิ้งระเบิดปรมาณูที่จังหวัดฮิโรชิม่าและนางาซากิ รวมถึงการรุกรานจากสหภาพโซเวียต จึงเป็นเหตุให้ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ในปีพ.ศ. 2488 สงครามครั้งนี้ทำให้ประเทศญี่ปุ่นต้องเสียประชากรนับล้านคน บ้านเมืองสิ่งปลูกสร้างเสียหายอย่างใหญ่หลวง 

ในปีพ.ศ. 2490 ญี่ปุ่นจึงเริ่มใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เน้นเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และต่อมาในปี 2499ก็ได้มีการลงนามสนธิสัญญาซานฟรานซิสโก และญี่ปุ่นก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหประชาชาติในปี 1956 ต่อมาญี่ปุ่นเริ่มฟื้นฟูประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก แต่การเติบโตก็มาหยุดลงในปี 2530 เมืองญี่ปุ่นเกิดสภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตก แต่ก็มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นแต่กลับมาเจอสภาวะวิกฤตทางการเงินในปีพ.ศ. 2551อีกครั้ง


 ประชากรญี่ปุ่น

จากการสำรวจในวันที่ 1 สิงหาคม 2012 ญี่ปุ่นมีประชากรประมาณ 127,692,273 คน โดยประชากรส่วนใหญ่จะมีการใช้ภาษาและมีวัฒนธรรมที่เหมือนกัน โดยมีชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีน เกาหลี ไต้หวัน บราซิล ฟิลิปปินส์ และรวมถึงชาติอื่น ๆ อีกประมาณร้อยละ 1.2 โดยที่ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ เชื้อชาติของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คือเชื้อสายชาวยะมะโตะ และมีชนกลุ่มน้อยเช่นชาวไอนุและชาวริวกิว รวมทั้งชนกลุ่มน้อยทางสังคมที่เรียกว่าบุระกุ ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น

ประชากรของญี่ปุ่นมีอายุคาดหมายเฉลี่ยอยู่ประมาณ 82.07 ปี ญี่ปุ่นจึงนับว่าเป็นประเทศที่มีประเชากรอายุยืนยาวมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก โครงสร้างของประชากรญี่ปุ่นได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องมาจากมีเด็กที่เกิดมาในยุคเบบี้บูมหลังสงครามโลกเริ่มเข้าสู่วัยชรา ในขณะที่มีอัตราการเกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2532 และมีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อย ๆ จึงทำให้จำนวนประชากรของประเทศญี่ปุ่นค่อย ๆ ลดลง (ได้มีการประมาณว่าจะลดลงต่ำกว่า 100 ล้านคนในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 25) ซึ่งในขณะที่สัดส่วนของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ (ในปี พ.ศ. 2550) ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีมากถึง 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ) การที่โครงสร้างของประชากรเปลี่ยนไปจึงทำให้เกิดปัญหาสังคมหลายอย่างขึ้น เช่น ปัญหาของแรงงานที่มีการลดลง และภาระของเงินบำนาญของคนหนุ่มสาวมีเพิ่มมากขึ้น


ศาสนาของญี่ปุ่น

โดยส่วนใหญ่(เกินครึ่งของประเทศ) การสำรวจพบว่าคนญี่ปุ่นร้อยละ 51.8 ระบุว่าตนไม่มีศาสนา โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นจะยอมรับเอาหลายๆศาสนามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จึงทำให้ศาสนาในญี่ปุ่นจะถูกผสมผสานจนทำให้พิธีกรรมทางศาสนานั้นมีความหลากหลาย เช่น พ่อแม่พาลูกไปศาลเจ้าชินโตเพื่อทำพิธีชิจิ-โกะ-ซัน แต่งงานในโบสถ์คริสต์ และฉลองในวันคริสต์มาส จัดงานศพแบบพุทธ และบูชาบรรพบุรุษแบบขงจื๊อ นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นพุทธศตววรษที่ 25 มีลัทธิต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเช่น ลัทธิเทนริเกียว และลัทธิโอมชินริเกียว ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น


ภาษา - ทัวร์ญี่ปุ่น

ภาษาญี่ปุ่น (日本語,  นิฮงโงะ ) เป็นภาษาทางการของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีผู่ใช้อยู่ทั่วโลกราวๆประมาณ 130 ล้านคน ประชากรมากกว่าร้อยละ 95 จะใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาแม่ ภาษาญี่ปุ่นจะมีวิธีการผันคำกริยาและคำศัพท์ที่แสดงถึงสถานะระหว่างผู้พูดและ ผู้ฟัง ซึ่งแสดงถึงลักษณะสังคมที่มีระดับขั้นของญี่ปุ่น ภาษาพูดนั้นมีทั้งภาษากลางและสำเนียงของแต่ละท้องถิ่น ดังนั้นจึงทำให้คนญี่ปุ่น เมื่อเดินทางไปยังถิ่นภูมิภาคอื่น ก็ยังคงพูดภาษาของถิ่นตนเองดังเดิม โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นพูดภาษากลาง เช่น สำเนียงคันไซ โรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชนมักมีวิชาภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษมาใช้เป็นวิชาบังคับ - ไปญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น


อาหาร - เที่ยวญี่ปุ่น

ข้าวจะเป็นอาหารหลักของชาวญี่ปุ่น  กับข้าวจะมีเนื้อสัตว์ ปลา และทานคู่กับผักดอง ถั่วต่างๆ เต้าหู้รวมถึงของแห้งอย่างเช่น หัวผักกาด สาหร่าย เป็นต้น อาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงได้แก่ ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ ยากิโทริและโซบะ อาหารญี่ปุ่นหลายอย่างส่วนใหญ่จะดัดแปลงจากอาหารต่างประเทศ เช่น ทงคัตสึ ราเม็งและแกงกะหรี่ญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมในต่างประเทศเพราะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่ทำมาจากจำพวกปลา  จากการสำรวจพบว่าในปี 2006 มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากกว่า 20,000 แห่งทั่วโลก

ชาวญี่ปุ่นมีความพิถีพิถันอย่างมากในการเลือกวัตถุดิบจึงทำให้มีอาหารประจำท้องถิ่นและอาหารประจำฤดู วัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ในอาหารญี่ปุ่นคือถั่วเหลือง ซึ่งนำมาใช้ทำโชยุ มิโสะ เต้าหู้ ถั่วแดง ซึ่งมักนำมาทำขนม และสาหร่ายชนิดต่าง ๆ เช่น คอมบุ นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นยังนิยมกินซะชิมิหรืออาหารทะเลดิบอีกด้วย ทัวร์ญี่ปุ่น

วิธีการทำอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใช้วิธีการต้ม นึ่ง ซึ่งทำให้อาหารคงรสชาติตามธรรมชาติมากที่สุด และอุปกรณ์ที่สำคัญที่ใช้ในการทาน คือ ตะเกียบ

ชาในญี่ปุ่นมีหลายชนิดซึ่งแตกต่างไปตามกรรมวิธีการผลิตและส่วนผสม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นคือเหล้าสาเก (หรือนิฮงชุ ในภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งผลิตโดยใช้วิธีหมักข้าว และโชชูซึ่งเป็นเหล้าที่เกิดจากการกลั่น


จองผ่านหน้าเว็บตลอด 24 ชม. Call Center:
สำนักงานใหญ่ ทาวน์อินทาวน์02-792-9292
สาขา ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์02-229-5885
(จ - ส. 8.30-17.30 น.)