Thailand Pavilion งาน The World Exposition Shanghai China 2010
The World
Exposition Shanghai China 2010
|
![]() |
ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งจาก 150 ประเทศที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ทางรัฐบาลไทยเองก็ทุ่มทุนและ |
|
| ส่วนของประเทศไทย Thailand Pavilion ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3,117 ตารางเมตร โดยนำเสนอในหัวข้อ “Thainess: Sustainable Ways of Life : ความเป็นไทย วิถีแห่งความยั่งยืนของชีวิต” โดยการจัดแสดงนิทรรศการในอาคารศาลาไทยรวมทั้งการจัดการแสดงด้านวัฒนธรรมต่างๆ ตลอด 184 วัน การเข้าร่วมงานมหกรรมโลกครั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ประเทศไทย จะได้แสดงให้นานาประเทศ มองเห็นวิวัฒนาการของประเทศไทยในด้านต่างๆ ที่จะนำไปสู่วิถีชีวิตที่ดีกว่า ด้วยการจัดแสดงและนำเสนอ “เอกลักษณ์ความเป็นไทย” ที่เกิดจากการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อนำไปสู่วิถีชีวิตที่ดีกว่า ผ่านคำสองคำ คือ “กลมเกลียว” การเป็นหนึ่งเดียวกันของคนไทยบนแผ่นดินไทย หลากหลายเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีสิ่งยึดเหนี่ยวเป็นหนึ่งเดียว คือ 3 สถาบันหลัก ได้แก่ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และอีกหนึ่งคำคือคำว่า“กลมกลืน” การรู้จักใช้ศิลปะในการผสมผสานในการใช้ชีวิต ทั้งการอยู่ร่วมกันอย่างผสมผสานกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกันอย่างผสมผสานกลมกลืนกับนานาประเทศที่เข้ามามีบทบาทในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และ เทคโนโลยี | |
![]() |
อาคารศาลาไทยจะมีการแสดงนิทรรศการโดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วย ห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ 1 จากต้นสายแหล่งกำเนิด: A Journey of Harmony ภายใต้แนวคิด “วิถีแห่งน้ำ วัฏจักรแห่งชีวิต” คุณจะได้ร่วมเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่ครั้งโบราณกาล คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศครั้งเมื่อบรรพบุรุษไทยได้ก่อตั้งรกรากโดยผ่านวิถีชีวิตความเป็นไทยแบบดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มกำเนิดชาติไทย การหลอมรวมของคนหลากหลายเชื้อชาติหลากหลายวัฒนธรรมภายใต้ผืนแผ่นดินทอง ด้วยความวิถีการดำเนินชีวิตต้องพึ่งพาธรรมชาติ ทำให้เกิดจุดเริ่มต้นแห่ง “วัฒนธรรมสายน้ำถ่ายทอดผ่านวัฏจักรของน้ำ” เปรียบดั่งเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตควบคู่ไปพร้อมๆกัน และมีการสอดแทรกความสำคัญของ “น้ำ” ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญของชีวิตและเป็นตัวเชื่อมโยงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้หลอกรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นห้องนิทรรศการที่นำเสนอภาพรวมของประเทศไทยในมุมของ “ความเป็นไทย” ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น |
|
ห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ 2 เกิดร้อยพันหลายวิถี: A Harmony of Different Tones
ภายใต้แนวคิด “ประเทศไทยกับการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ
นำมาซึ่งวิวัฒนาการของแผ่นดิน” ห้องนิทรรศการที่ 2
จะทำให้คุณทราบถึงความสัมพันธ์ของประเทศไทยกับนานาชาติ
โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน
ที่มีความสัมพันธ์แบบพี่น้องสองแผ่นดินที่มีมากันเนิ่นนาน
และทำให้รู้ได้ว่าการก้าวเข้ามาของต่างชาติคือ
ก้าวแรกของการผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย (Blending of Diverse Cultures in the
City) ที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนไทยและพบเห็นได้ทั่วไปในสังคมไทยปัจจุบัน
และจะมีการนำเสอเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบท
(Interaction between Urban and Rural Areas) ที่แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปเท่าไหร่
ความก้าวหน้า การพัฒนาได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คือ วิถีชีวิตของคนไทยที่รักสงบและคงไว้ด้วย “เอกลักษณ์ความเป็นไทย” |
![]() |
![]() |
ส่วนห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ 3 หลอมรวมชีวีสู่วิถีความเป็นไทย: Happiness through Harmony ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ปรัชญาพอเพียง ดั่งเทียนส่องสว่าง สู่หนทางแห่งความสุขอันยั่งยืน” ภายในห้องนี้จะพบกับบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดภายในศาลาไทย และคุณจะได้พบกับประเทศไทยในอีกแง่มุมหนึ่งที่ภายนอกแม้จะถูกฉากด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีและความทันสมัย แต่ลึกลงไปยังแก่นแท้ของคนในชาติแล้วเรายังคงอยู่อย่างเรียบง่ายภายใต้หลักการดำเนินชีวิต “พอเพียง” ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกระดับชนชั้น เพื่อดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและมีความสุข หลังจากชมนิทรรศการในห้องที่ 3 แล้วนั้นจะทำให้คุณซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงวางแนวทางในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่ให้เห็นถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตน |
| นอกจากการแสดง “เอกลักษณ์ของความเป็นไทย”
โดยถ่ายทอดผ่านการจัดแสดงนิทรรศการแล้วนั้น
ยังมีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นไทยและเป็นสัญลักษณ์ของศาลาไทยที่
คุณจะเห็นทั่วไปในงาน The World Exposition Shanghai China 2010 และบริเวณ
Thailand Pavilion ออกแบบเป็นรูปเส้นสาย “ลายกนก”
แม่ลายพื้นฐานที่สำคัญในจิตรกรรมไทย
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาของศิลปินไทยที่มีมาแต่โบราณ
ที่เปรียบลายต่างๆของธรรมชาติเช่น ใบไม้ สายน้ำ เปลวไฟ
แล้วนำเอามาบรรจงสร้างในงานจิตรกรรมไทย อีกทั้งความหมายของคำว่า “กนก” จะหมายถึง ลวดลายไทย แต่อีกความหมายหนึ่งคือ “ทอง” ทำให้สัญลักษณ์ของ Thailand Pavilion ที่เป็นลาย “กนก” ใช้สีน้ำตาล-ทอง เปรียบเสมือนผืนแผ่นดินทองของไทยอันอุดมสมบูรณ์ ภายในรายละเอียดของตัวกนกนั้นประกอบด้วยสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดรวมกันเป็นรูปกนกเพียงหนึ่งเดียว สื่อความหมายได้ว่าความหลากหลายทางเชื้อชาติ แต่สามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันได้อยู่ในแผ่นดินไทยผืนเดียวกัน ในการออกแบบสัญลักษณ์ของ “กนก” ที่มีให้ปลายยอดมุ่งไปในทางเดียวกัน เปรียบเหมือนกับความสามัคคี ความกลมเกลียวและความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศไปสู่ทิศทางเดียวกัน สัญลักษณ์ของอาคารศาลาไทยครั้งนี้มีลักษณะสัณฐานเดียวกับเลข ๑ ไทยที่จัดวางไว้บนชื่อของ “Thailand” ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างความเป็นสากลกับเอกลักษณ์ของความเป็นไทยหรืออีกนัยหนึ่งคือ ความเป็นหนึ่งเดียวกันของชนในชาติ |
![]() |
![]() |
ในงาน The World
Exposition Shanghai China 2010 ส่วนของ Thailand Pavilion ก็มีสัญลักษณ์นำโชค
(มาสคอต) เหมือนกับทางเจ้าภาพที่มี “ไห่ป่าว (Hai Bao)”
แต่สำหรับประเทศไทยนั้นมี เจ้ายักษ์น้อยที่มีนามว่า “ไท”
เป็นยักษ์ที่มีบุคลิกลักษณะน่ารัก น่าเอ็นดู
แฝงด้วยเสน่ห์กริยาอันสุภาพอ่อนน้อมแบบไทย
ทำหน้าที่สร้างความสุขและความสนุกสนานให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมศาลาไทย
ในการออกแบบสัญลักษณ์นำโชคยักษ์ “ไท” ได้แรงบันดาลใจมาจากประติมากรรมยักษ์ไทย “อินทรชิต”
ที่ยืนอยู่ด้านหน้า Thailand Pavilion “ไท” มีความหมายว่า “ผู้เป็นใหญ่”
และยังออกเสียงเหมือนกับคำว่า “ไทย” ที่หมายถึง “ชนเชื้อชาติไทย” “ความมีอิสระ” และ “ความไม่เป็นทาส” อีกทั้ง “ยักษ์ไท” เปรียบเสมือนกับประเทศไทย ผู้คนมีความอิสระทั้งกายและจิตใจ คนไทยมีจิตใจดี มีความสุข มีน้ำใจ เต็มไปด้วยความน่ารักและรอยยิ้มที่สดใสที่เต็มเปี่ยมด้วยความเป็นมิตร “ยักษ์ไท” มีสีผิวของร่างกายเป็นสีเขียว ซึ่งสีเขียวหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย ดวงตากลมโตเรียวรีก็เป็นลักษณะของดวงตาของคนไทยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแต่แฝงความเอื้ออาทร “ไท” จะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอเปรียบเสมือน ยิ้มสยามของคนไทยที่ได้รับการขนานนามจากคนทั่วโลก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความจริงใจแสดงถึงความสุขและเป็นมิตรที่พร้อมมอบให้แก่เพื่อนร่วมโลก “ยักษ์ไท” จะมีอาวุธประจำกายคือ กระบองใหญ่ที่ถือซึ่งเป็นเหมือนกับกระบองวิเศษ ที่สามารถเปลี่ยนรูปทรงเป็นสิ่งต่างๆ ได้และสามารถเนรมิตความสุข ความฝันให้สมหวัง |
| ภายในงาน The World Exposition Shanghai China 2010 นอกจาก Thailand Pavilion แล้วคุณจะได้พบกับความอลังการของ Pavilion ประเทศต่างๆ กว่า 150 ประเทศที่ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ภายในงานจะเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจและความแปลกใหม่ที่แต่ละประเทศได้นำมาเสนอและแสดงในเวทีระดับโลกอย่างงานนี้ นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจไปงาน The World Exposition Shanghai China 2010 คุณจะรู้สึกสุดคุ้มกับการเดินทางในครั้งนี้เป็นอย่างมากกับประสบการณ์ที่จะได้รับจากงานระดับโลกอย่าง | |


























