|
|
รู้จักกับ โฮฮอท |
เมืองโฮฮอท หรือ ฮูฮอต เป็นเมืองหลวงเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ก่อตั้งโดยอัลตานข่าน (Altan Khan) เพื่อให้เป็นถิ่นฐานอิสระของชาวมองโกลนับได้เป็นมณฑลหนึ่งของจีนที่มีประชากรเบาบางที่สุด เสมือนเป็นตัวกั้นระหว่าง ประเทศจีน มองโกลเลีย และ รัสเซีย ตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของทะเลทรายโกบีบนที่ราบสูงของทุ่งหญ้าแห่งมองโกลเลีย อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล
ประมาณ 1,000 เมตร และนับเป็นพื้นที่ราบสูงในมองโกเลียที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ลักษณะอากาศ
มองโกเลียนั้น ความที่อยู่ในเขตภาคพื้นทวีปเขตอบอุ่นทำให้มีลักษณะภูมิอากาศแบบซับซ้อนหลากหลายและมีลมพายุ ฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิและมีลม พายุ
ฤดูร้อน มีระยะเวลาสั้นและฝนตกชุก
ฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิลดต่ำมากและระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้คนที่เดินทางมาเยือนเมืองโฮฮอต มองโกลเลียจะได้้สัมผัสกับธรรมชาติทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส
|
  |
สุสานเจงกิสข่าน
มองโกเลีย เป็นชื่อเรียกตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ และถ้าหากพูดถึงดินแดนมองโกเลีย สิ่งแรกที่นึกถึงคงจะเป็น.... มหาบุรุษดินแดนทะเลทรายมองโกเลีย “เจงกีสข่าน” ผู้ซึ่งเป็นที่เคารพรักของชาวมองโกเลียผู้พิชิตเอเชียกลางและยุโรป ตะวันออกได้ในต้นทศวรรษ 1200 และในปี ค.ศ.1215 มองโกลเข้ายึดพื้นที่ของจีนตอนเหนือได้บางส่วน ครั้นปีค.ศ.1279 กุบไลข่านหลานชายของเจงกีสข่าน สามารถล้มราชวงศ์ซ่ง และก่อตั้งราชวงศ์หยวนขึ้นปกครองจีนเป็นเวลานานนับ 100 ปี จึงเป็นไม่ได้ที่เดินทางถึงเมืองโฮฮอต มองโกเลียแล้วจะไม่ได้เข้าชม สุสานเจงกิสข่าน
สุสานจักรพรรดิ "เจงกีสข่าน"จอมนักรบผู้มีชื่อเสียงที่สุดตามตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับเจงกิสข่าน เชื่อกันว่าสุสานที่ฝัง
พระศพของ
พระจักรพรรดิเจงกิสข่าน อยู่ที่แถบบริเวณภูเขาของเมือง Burkhan Khaldun และนักโบราณคดีหลายๆคณะก็ได้
้พยายามค้นหา สุสานฝังพระศพของจอมจักรพรรดิเจงกิสข่าน มาเป็นเวลายาวนานแล้ว แต่ก็ยังไม่พบจนล่าสุดมีรายงานข่าว จากคณะนักโบราณคดีคณะหนึ่งประกอบด้วยนักโบราณคดีชาวสหรัฐอเมริกาและชาวมองโกเลีย เปิดเผยว่า ได้ค้นพบสุสาน ฝังศพขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่า น่าจะเป็นสุสานฝังพระศพของจอมจักรพรรดิเจงกิสข่าน เป็นหลุมศพที่ยังไม่ถูกเปิดอย่างน้อย 60 หลุม ใกล้เมืองบัตเชอรีต ห่างกรุงอูลานบาตอร์ นครหลวงของมองโกเลีย ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 320 กม. ภายในสุสานเจงกีสข่าน มีเขตสุสานกว้างใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1,500 ตารางกิโลเมตรหอที่ระลึกเจงกีสข่าน รูปทรงแปดเหลี่ยมสูง 20 เมตร หลังคาสร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบมองโกล ประดับกระจกสีเหลืองและสีน้ำเงินแวววาว ภายในมีรูปปั้นของเจงกีสข่าน และรูปที่แสดงชีวประวัติเจงกิสข่าน |
จักรพรรดิเจงกีสข่าน คือใคร ? |
 |
จักรพรรดิเจงกีสข่าน “เจงกีส” แปลว่า เวิ้งสมุทร,มหาสมุทร (ซึ่งเปรียบได้ ้ว่า เจงกีส ข่าน มีความยิ่งใหญ่ ดั่งเวิ้งมหาสมุทรนั่นเอง ) จักรพรรดนักรบชาว
มองโกลผู้พิชิต ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิมองโกล เดิมมีพระนามว่า เตมูจิน (Temüjin) ตามสถานที่เกิดริมฝั่งแม่น้ำโอนอน และเสด็จขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดาเมื่อ พระชนมพรรษาเพียง 13 พรรษา และต้องดิ้นรนต่อสู้ขับเคี่ยวกับชนเผ่าต่างๆที่เป็น อริอยู่หลายปีปราบ “ไนมาน” เอามาเป็นเมืองขึ้น พิชิต “ตันกัต”และยอมรับการจำ จำนนของชาว “อุยกูร์เติร์ก”
“เตมูจิน” ได้ทรงเปลี่ยนพระนามมาเป็น เจงกีสข่าน เมื่อปี พ.ศ.1749 และจากปี พ.ศ.1754 ด้วยการรบหลายครั้งทำให้พระจักรพรรดิเจงกีสข่านสามารถ ยึดครองจีนตอนเหนือจนถึงขั้นขยายแผ่อำนาจตั้งแต่ทะเลดำไปจดมหาสมุทร
แปซิฟิก โดยใช้กลุยทธที่สั่งทหาร 10,000 คนบุกไปทางเหนือโดยไม่ได้หยุดเลย จนถึงสุดขอบทะเลโดยใช้การโจมตีแบบใหม่ที่ยุโรปไม่รู้จักเกือบทำให้ยุโรปพินาศ
ทั้งทวีปเลยทีเดียว “เจงกีสข่าน” เป็นวีรบุรุษมองโกเลียแห่งดินแดนทะเลทรายที่จะ
ยังตราตรึงอยู่ในใจของชาวมองโกเลียตลอดไป
|
|
|
ทำไมต้องไปเที่ยวเที่ยว "เมืองโฮฮอท |
|
เนื่องด้วยเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและเป็นพื้นที่ของชนเผ่ามองโกลที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปศุสัตว์
คุณจะได้สัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเผ่าอย่างแท้จริง "โฮฮอท" มีเนื้อที่ทุ่งหญ้ากินบริเวณกว้างที่สุดซึ่งมีพื้นที่ทุ่งหญ้า
จำนวน 6 แห่ง ที่ตั้งขนานกันจากด้านทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่มีผลต่อการใช้ชีวิตของชาวมองโกล
ที่จะเปิดเผยตรงไปตรงมาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตน

ภาพของการใช้ชีวิตของชาวมองโกลที่เราจะได้สัมผัสนั้น จะเป็นภาพของทุ่งหญ้าสีเขียวอันกว้างใหญ่ไพศาลและ
กระโจมมองโกลตั้งกระจัดกระจายบนทุ่งหญ้าประดุจดวงดาวที่ประดับอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนส่วนภาพของฝูงแกะที่เคลื่อนที่
ไปมา เสมือนก้อนเมฆที่ล่องลอยไปมาอยู่บนท้องฟ้า และคุณจะได้ซึมซับความรู้สึกการใช้ชีวิตของชนเผ่าชาวมองโกลท่าม
ธรรมชาติ ช่วงกลางวันคุณจะได้ชมกีฬายอดนิยมของชาวมองโกลอย่าง กีฬาแข่งม้า มวยปล้ำ ยามค่ำคืนคุณจะได้สนุกสาน
ไปกับศิลปวัฒนธรรมอย่าง ระบำรอบกองไฟ ระบำเชิญสุรา ชาวเผ่ามองโกลจะนอนและพักอาศัยอยู่ในกระโจมแบบมองโกล
และคุณเองก็จะได้สัมผัสบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบนั้นเหมือนกับชาวเผ่ามองโกลแต่สิ่งที่พลาดไม่ไดก่อนที่คุณจะ้เข้านอน พักผ่อนยามค่ำคืนขอลองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดสนิท คุณจะได้พบกับทะเลของดวงดาวที่มีความงามอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับคุณอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวต่างๆบนท้องทะเลดาว
|

|
| นอกจากท่องเที่ยวทุ่งหญ้าอันสีเขียวขจีแล้ว ที่โฮฮอทคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอีกหนึ่งรูปแบบ เที่ยวทะเลทราย คุณสามารถขี่ม้า ขี่อูฐ ไปตามแนวของเนินทรายเสี่ยงซาวาน หรือจะเป็นลุยทะเลทรายด้วยรถ 4 WD ยังมีอีกกิจกรรมที่ท้าทายคุณ เล่นสไลด์ทราย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คุณจะไม่สามารถหาประสบการณ์ได้จากที่ไหน และว่ากันว่าเวลาที่สไลด์สกีทรายลงมานั้น จะมีเสียงประหลาดแว่วมาชวนให้คุณมาท้าทายพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของเนินทรายแห่งนี้ |
 

|
สุสานหวังเจาจิน หรือ สุสานเขียวเนื่องจากในช่วงฤดูหนาว
นั้นทุ่งหญ้ามองโกเลียดอกไม้ร่วงโรยหมด
มีเฉพาะสุสานหวังเจา จินเท่านั้นที่มีดอกไม้ปกคลุมเป็นสีเขียวเต็มไปหมดจึงเรียกว่า สุสานเขียว อีกทั้งในแต่ช่วงเวลานั้น
จะมองเห็นสุสานนั้นช่วงเช้ามองเห็น สุสานเป็นรูปภูเขา
และในช่วงเย็นจึงจะมองเห็นเป็นสุสาน สุสานแห่งนี้มีความสูงถึง 33 เมตร "หวังเจาจิน" เป็น 1
ใน 4 หญิงงามที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตของจีน เพื่อความสันติสุขของประชาราษฎร์นาง
ยอมเสียสละทั้งกายและใจเข้าพิธีแต่งงานกับหูหัน
กษัตริย์มองโกลเพื่อประสานไมตรีระหว่างชาวฮั่นและชนชาติกลุ่มน้อย
|
| วัดต้าเจาซื่อ หรือ Jokhang เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่ขึ้นชื่ออย่างมากในธิเบตสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงตอนที่มี การอภิเษกสมรสระหว่างราชธิดาราชวงศ์ถัง กับกษัตริย์ธิเบต ซึ่งได้นำพระพุทธรูปพระพุทธเจ้าจากประเทศจีน มาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ ซึ่งมีความเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในธิเบต อายุกว่า 1,400 ปี เอกลักษณ์ของวัดคือหลังคาสีทองนับเป็นจุดที่โดดเด่นมากของวัดนี้ บนหลังคาจะมีรูปปั้นที่เป็นรูปธรรมจักรและกลางสองตัว หุ้มด้วยทองคำแท้ๆ เมื่อยามแสงอาทิตย์สาดส่องมาทางหลังคาวัดแห่งนี้จะส่องสะท้อนสีทองออกมาวับวาว ภายในวัดมีพระพุทธรูปเงินองค์โตสูงเกือบสามเมตรซึ่งเป็นองค์ที่ชาวทิเบตให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก และภายในวัดแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีแต่พระที่ทำด้วยเงินจึงมีอีกชื่อว่า วัดพระเงิน โดยมีความเชื่อว่าคนทิเบตที่มีโอกาสมาไหว้พระที่วัดนี้สักครั้งนับว่าเป็นบุญอย่างใหญ่หลวง บริเวรณรอบโบสถ์จะมีวงล้อหมุนขนาดใหญ่ “Prayer Wheel” ภายในมีบทสวดบรรจุอยู่ เมื่อหมุนวงล้อตามเข็มนาฬิกาจะเท่ากับว่าได้สวดมนต์ 40,000 ครั้ง ตามถนนจะเห็นชาวทิเบตเดินถือวงล้อขนาดเล็กหมุนอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมขององค์ดาไลลามะ |
  |
เมืองโฮฮอท จะเป็นอีกเมืองท่องเที่ยวที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความแปลกใหม่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อให้เมืองนี้เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากเมืองอื่นๆ หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าในพื้นที่แห่งนี้ก็ตาม นักท่องเที่ยวที่ต้องการความแปลกใหม่และชอบความท้าทายการเที่ยวเมืองโฮฮอต มองโกลเลีย จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนได้อย่างแน่นอน |