เที่ยวเกาหลี-เกาะนามิ-โรงถ่ายแดจังกึม- DutyFree-พระราชวังเคียงบก
|
|
||||
|
28-11-08 ชุลมุนที่อู่ตะเภา สะบักสะบอมจนถึงอินชอน |
||||
|
||||
|
ตกใจไม่ได้ ได้แต่อุทาน อุ๊ แม่จ้าววว ทำไมคนมันเยอะอย่างนี้ แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือต้องการกลับบ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง ให้เร็วที่สุด ก็คงห่วงเรื่องความปลอดภัยกัน ขนาด สนามบินนานาชาติ ยังถูกปิด ประสาไรกับสนามบินเล็ก แบบนี้จะถูกปิดไม่ได้ ความสะดวกคงไม่ต้องพูดถึง สนามบินนี้ไม่ได้ถูกออกแบบ มาให้รองรับ หลายสายการบิน สนามบินอู่ตะเภา เป็นของกองทัพ และใช้สำหรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ บินมาลงไม่กี่เที่ยวบินต่อปี ก็ชุลมุนวุ่นวายกันน่าดู สภาพคงไม่ ขอบรรยายมาก แค่นี้ภาพลักษณ์บ้านเราก็ไม่เหลืออะไรแล้ว เจ้าหน้าที่แต่ละคนก็ทำงานกันแบบไม่ได้กินข้าวกันเลยทีเดียว เห็นใจนะ มองดูชาวต่างชาติ ก็น่าสงสาร คงอยากกลับบ้านกันเต็มแก่ ไปเจอหนุ่มเกาหลี มาคนเดียว มาทำเนียนแซงคิว อยากจะตบ แล้วมันหันมาถามว่าบินสายการบินเดียวกัน หรือปล่าว ก็บอกว่าใช่ มันตามติดเลยทีนี้ ไปไหนไปด้วยตลอด เอ้ออออ เป็นสาวจะไม่ว่าเลย วัยรุ่นเซ็ง (แอบบอกมาว่ามีแฟนเป็นคนไทย และชอบกิน ส้มตำ มันว่าทดแทนการขาดกิมจิ) |
||||
|
||||
|
29-11-08 แอบดูไหแดจังกึม - โต้ลมหนาวที่เกาะนามิ |
||||
|
การเดินทางที่ยาวนานยังไม่สิ้นสุด หลังจากตื่นขึ้นมาด้วยเสียงกรน อาม่าชาวรัสเซียที่อยู่ข้าง ๆ ดูเวลา ก็เพิ่งจะ 6 โมงกว่า เพิ่งนอนไปได้แค่ สองชั่วโมง เหลืออีกตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง ทำไมมันยาวนานอย่างนี้หนอ ก็เลยข่มตาหลับไปอีกรอบ แต่ไม่เป็นผล ตาแข็งซะงั้น เลยนั่งฟังอาม่านอน กรน ก็เพลินไปอีกแบบ |
||||
|
|
||||
|
|
||||
|
||||
|
เส้นทางสุดแสนทรหด หญิงอึดแห่งเมืองโสม การมาที่นี่ ควรศึกษา เรื่องย่อไว้นิด ๆ เวลามาถึงที่แล้วจะได้รู้สึกดื่มด่ำกับบรรยากาศ และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายในสมัยของราชวงศ์โชซอน ไม่อย่างนั้นการมาที่นี่ จะดูน่าเบื่อ ก็แค่มาดูสิ่งปลูกสร้างแบบเกาหลีเท่านั้นเอง ถ่ายภาพกันเรียบร้อยเราก็รีบมู่งหน้าสู่ เกาะนามิกัน ใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง รถก็ติดเรื่อย ๆ สิ่งทีเรา เป็นห่วงกัน ก็เป็นจริง คือฟ้ามืด พระอาทิตย์เลิกงานไวช่วงนี้ ห้าโมงนิด ๆ ก็จะลาขอบฟ้าไปหล่ะ ก็ได้วิว แบบพลบค่ำ สวยไปอีกแบบ จากนั้นเราก็ไปกินไก่ ผัดกัน แล้วค่อยกลับโรงแรม ไปอืดอย่างจริงจัง หลังจากที่ระเห็ดระเห เร่เร่อนมาตั้งแต่เมื่อวาน (เมื่อกี้ไปแอบดูข่าว รัฐบาลยังไม่เปิดการเจรจา กับพันธ มิตร เฮ้อออ จะทำอะไรก็ไม่ทำ เซ็งจริง นอนดีกว่า) |
||||
|
30-11-08 ป้อมฮวาซอง - วัดวาโวจุงซา - แอฟเวอร์แลนด์ - ทงแดมุน |
||||
|
06.30 น. เสียงโทรศัพท์ดัง เป็นสัญญาณเตือนว่า อีก 1 ชั่วโมงหลังจากนี้ เราต้องไปเจอกันที่ล๊อบบี้ ลุกขึ้นด้วยอาการปวดเมื่อยตามตัว ตอนแรกก็นึก ว่าเกิดจากการนอนเตียงแบบอุนดน (นอนบนฟูกบาง ๆ ที่ปูอยู่บนพื้น เนื่องจากเครื่องทำความร้อน เค้าปล่อยมาตามพื้น) คิดไป คิดมา คงไม่ใช่ น่าจะ เกิดจากการที่ช่วยลูกค้ายกกระเป๋า ที่สนามบิน เป็นแน่แท้ เสียดายนวดที่นี่แพงโข เลยต้องบริการนวดตัวเองไปก่อน |
||||
|
|
||||
|
หลังจากได้พักผ่อนกันเต็มที่ เช้านี้ทุกคนมีชีวิตชีวากว่าเมื่อวาน เราเริ่มต้นโปรแกรมที่ป้อมฮวาซอง เป็นป้อมปราการในสมัยโบราณ ที่ทางเกาหลียังอนุรักษ์ไว้จนถึงทุกวันนี้ และยังได้รับให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย มาถึงที่นี่ เราก็เริ่มต้นด้วยการชมห้องน้ำกันก่อน เป็นเรื่องปกติของทัวร์ไทย ไปที่ไหนก็ต้องแวะชมห้องน้ำไปที่แรก ทัวร์ไทยอะไรไม่เยอะ ฉี่เยอะที่สุด ^ ^ จากนั้นก็ได้ให้สมาชิก ได้ถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย ได้ภาพประทับใจกัน เรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง ก็คือ วัดวาโวจุงซา เมื่อเรามาถึง ก็ต้องตะลึงกับความอลังการของเศียรพระพุทธรูป เศียรใหญ่มาก ใครไป ใครมาก็ได้กราบไหว้กันก่อน และนอกจากนี้ ยังมีหมู่เจดีย์ ที่ทางพุทธศาสนิกชน นำก้อนหินมาจากที่ต่าง ๆ เอามาก่อเป็นเจดีย์ ถัดขึ้นไป ก็เป็น วิหารพระพุทธไสยาศน์ การทำบุญของที่นี่นอกจากจะบริจาคเงิน ยังมีการจุดเทียนแท่งใหญ่ (แท่งละ 3,000 วอน) และยังสามารถเขียนชื่อลงไปบนเทียน เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง และครอบครัว |
||||
|
|
||||
|
|
||||
|
||||
|
|
||||
|
สำหรับโปรแกรมค่ำของเราคืนนี้ก็คือ เดินช๊อปปิ้งที่ ตลาดทงแดมุน ตลาดแห่งนี้ก็เป็นตลาดค้าส่ง มีสินค้าให้เลือกหลายแบบ แต่ทุกครั้งที่ ไปไม่เคยได้ไปไหนเลย อยู่แต่ที่ร้านอีทูดี้ มีใบสั่งซื้อทุกครั้งที่มา และหลายลูกค้าหลายคนก็เป็นเช่นนั้น ก็รีบซื้อของให้เสร็จ เพราะอยากซื้อเสื้อกันหนาว ตัวใหม่ ที่นี่แบบสวย ๆ เยอะ แต่ราคาก็แพงหูฉี่ ตัวหนึ่งตกประมาณ 900 กว่าบาท ก็ได้มาตัวหนึ่ง ยังงงซื้อมาได้ไง ไม่เป็นไรไว้ใส่ตอนไปฮ่องกง วันที่ 4 ไว้ ไปเท่ที่นู่นก็ได้ อิอิ เมื่อถึงเวลานัดหมายเราก็กลับมาพร้อมกันที่กันรถ เพื่อเตรียมตัวกลับโรงแรม โรงแรมที่เราพัก เป็นย่านคึกคัก เรียกว่า อีแตวอน ก็เป็นตลาดที่ดังอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งก็อยู่ในโปรแกรมที่เราจะต้องไปเดินเหมือนกัน แต่เนื่องจากเราพักอยู่ที่นี่แล้ว ก็เป็นที่สะดวกกับทุกคน เมื่อถึงโรงแรม ก็สามารถออกไปเดินเองได้ ส่วนตัวผมขอตัวไปพักผ่อนดีกว่า เมื่อยตัวยังไม่หายเลย (โทรสอบถามข่าวกับที่บ้าน ก็ยังไม่ได้ความคืบหน้าของการเจรจา ตำรวจไม่กล้าแต่ ทหารก็ไม่ยุ่ง มุ่งแต่รอฟังคำสั่งศาลวันที่ 2 เออดี ประเทศไทยจงเจิรญ - -*) |
||||
|
01-12-08 ศูนย์โสม - โรงเรียนทำกิมจิ - Duty Free - พระราชวังเคียงบก - เมียงดง |
||||
|
เข้าสู่เช้าวันใหม่ของเดือนสุดท้ายสำหรับปีนี้ ไวจัง แผนต่าง ๆ ที่วางไว้ยังดำเนินการไปได้ไม่ถึงและยังต้องมาติด ชะงักกับสภาพการ เมืองที่น่าเบื่อหน่าย เกิดเป็นไทย ยังไงก็ต้องอดทน คนอื่นที่แย่กว่าเรามีอีกตั้งเยอะ ตั้งสติ และเตรียมตัวให้พร้อม ใช้ชีวิตแบบพอเพียง รอทุกอย่างนิ่ง แล้วค่อยวิ่งต่อ สู้ ๆ |
||||
|
|
||||
|
||||
| แล้วห่อให้เรียบร้อย เท่านี้ก็เสร็จ ก็เป็นที่สนุกสนาน กันถ้วนหน้า และพลาดไม่ได้เลย กับการใส่ชุดฮันบก ถ่ายรูปหมู่ กว่าจะออกจากที่นั่น ก็ใช้เวลาเยอะพอสมควร เนื่องจากสมาชิกเรา ชอบถ่ายรุปกับชุดฮัน บกมาก เพื่อไม่ให้เสียเวลา ดูเวลาแล้วก็ยังไม่ได้เวลาอาหารกลางวัน เราจึงมุ่งหน้าต่อ ไปที่ Duty Free เพื่อเป็นการดูดเงินจากนักท่องเที่ยว ทางการท่อง เที่ยวเกาหลี จึงได้ให้มี Duty Free ในเมือง ก็เหมือนกับทุกประเทศแหละ บ้านเราก็มีอยู่ตรงซอยรางน้ำ ที่นี่ของที่ถูกก็จะเป็น พวกกล้อง mp3 mp4 แล้วก็ อีทูดี้ แต่ต้องซื้อในปริมาณที่เค้ากำหนด และของมีให้เลือกไม่เยอะ เท่าshop ที่อยู่ข้างนอก เราอยู่ที่นี่กันไม่นาน ก็ต้องรีบไปทานข้าว ช่วงบ่ายยังมีโปร แกรมหนักรอเราอยู่ | ||||
|
|
||||
|
พระราชวังเคียงบก คือเป้าหมายโปรแกรมช่วงบ่ายที่เรากำลังมุ่งหน้าไป แต่ก่อนหน้านั้นคณะของเราก็ได้แวะถ่ายรูปกับนกฟินิกส์ สัญญลัษณ์ของประเทศเกาหลีใต้นกฟินิกส์คือนกที่เป็นอมตะ ประเทศเกาหลี เคยผ่านศึก สงคราม มาเยอะ โดนรังแก มาก็แยะ แต่ก็ยังอยู่รอดมาได้จนถึง ทุกวันนี้เค้าจึงเปรียบตัวเองเหมือนกับนกฟินิกส์ แล้วก็ได้นั่งรถผ่านชม Blue house ทำพำนักของประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ ค่อยมาชมพระราชวังกัน ในพระราชวัง ก็เสต็ปเดิมเลย ต้องไปเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมเกาหลี ที่พิพิธภัณฑ์ กันก่อน แล้วเราค่อยเดินเข้าชมยังพระราชวังด้านในกัน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย พระราชวังของเดิมถูกเผาทำลาย ตอนที่ญี่ปุ่นเข้ามาโจมตี ตอนนี้อาคารต่าง ๆ ที่เห็น ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่บนฐานเดิม แต่ก็สวยงาม แปลกตาไปอีกแบบ |
||||
|
|
||||
|
||||
|
02-12-08 วัดพระยิ้ม - อะแมทิสต์ - Super market - สนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา |
||||
|
วันสุดท้ายของการเดินทาง วันนี้ วันที่ต้องกลับไปดูสถาพการเมืองร้อน ๆ ของเมืองไทย ทำไงได้ ยังไงก็ต้องกลับ ได้แตุ่ลุ้นว่าเมื่อถึงอู่ตะเภา ทุกอย่างคงจะไม่วุ่นวายเหมือนวันที่มาวันแรก |
||||
|
||||
|
|
||||
|
ต่อกันด้วยร้าน อะเมทิสต์ เป็นพลอยสีม่วง ก็มีให้ได้เลือกซื้อหากันหลายราคา แรก ๆ หลายคนก็ว่า คงไม่ซื้อ ที่ไหนได้ เดินไม่ระวัง ก็ได้มา คนละเส้น 2 เส้น อิอิ ก่อนกลับ ก็แวะที่ Super Market ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสนามบินมากนัก มีของหลายอย่างให้เราได้เลือกสรรค์ หลายคน ที่ติดใจในซอสเต้าเจี้ยว ติดใจกิมจิ อยากได้สาหร่าย ห่อเล็ก ๆ ไว้ทานเล่น หรือจะเป็นขนมต่าง ๆ อย่างข้าวพอง ก็สามารถหาซื้อที่นี่ได้ เป็นที่ละลายเงินวอน ที่สุดท้ายของทุก คณะทัวร์ เรากลับมาถึงสนามบินอู่ตะเภาล่าช้ากว่ากำหนด 1 ชั่วโมง ดูนาฬิกาก็บอกเวลา 21.30 น. เมื่อล้อแตะถึงพื้น ก็รีบโทรศัพท์ บอกที่บ้าน ว่าถึง เมืองไทยด้วยความปลอดภัย พร้อมสอบถามข่าวทางการเมือง สรุป ยุบ 3 พรรค ติดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 5 ปี หวยล๊อคไว้แล้ว เลยไม่แปลกใจ ถาม ถึงเรื่องสนาม เห็นบอกว่ากลุ่มชุมนุมประท้วง จะออกจากสนามบินวันพรุ่งนี้ 10 โมงเช้า เอาเถอะให้ออก ๆ กัน แค่นี้ประเทศชาติ คนไทยอีก 60 ล้านคน ก็ เจ็บปวดพอแล้ว ขอใหญ่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเองเลย นึกย้อนกลับไปวันที่ 28 พฤศิจกายน 2551 คงอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน และคิดว่าทุกคนในคณะ ก็คงจะไม่ลืมเหมือนกัน 00.30 เราก็กลับมาถึงตึกชาญอิสระ 2 โดยสวัสดิภาพ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องร่ำลากัน กรุ๊ปนี้เราร่วมฝันฝ่ากัน ตั้งแต่วันแรก แต่ก็มีแค่คืนแรก ที่จะไม่สะดวก ที่เหลือ ทุกคนก็เที่ยวด้วยความสุข เกือบลืมไปเลย ว่าเมืองไทย มีเหตุการณ์ร้อน ก็ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเดินทาง และหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าคงจะได้รับใช้สมาชิกทุกท่านในครั้งต่อไป ท้ายสุดก็ขอขอบคุณ บริษัทต้นสังกัด ไดมอนด์ไชน์ ฮอลิเดย์ เพชรแห่งการเดินทาง ที่ได้ให้โอกาศ ไปเจอกับกรุ๊ปที่น่ารักแบบนี้ ของคุณครับ |
||||
|
แอบเม้าท์ลูกทัวร์ |
||||
|
จบการบันทึกแต่ความประทับใจยังไม่จบ มีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอแซวตรงนี้ซักนิด ไม่กล้าแซวต่อหน้า กลัวโดนคอมเพลน อิอิ ในกลุ่มของเรา จะมีมาจากหลายที่ บ้างก็มาจากภาคใต้ บ้างก็มาจากภาคอีสาน แต่จะมีกลุ่มหนึ่ง พี่เค้ามาด้วยกัน 7 คน แอบดูจากสถานที่แจ้งเกิด มาจากทุกสารทิศเลย ประกอบด้วยชาย 1 และสาวสวย 6 ท่าน ในที่นี้ขอเรียกสาว ๆ ว่า "จุ้มทั้ง 6" จุ้มแปลว่าอะไร อ่านไปเรื่อย ๆ ครับ คำแปลอยู่ตอนท้าย ห้ามไปอ่านก่อนนะ ไปอ่านก่อนจะแช่งให้ไม่ถูกหวย หุหุ เริ่มจับตาจุ้มตั้งแต่ ออกเดินทางจากตึกชาญอิสระ ทุกคนที่อยู่บนรถส่วนใหญ่ จะมีมุมของตัวเอง ไม่ฟังเพลง ก็แอบหลับเอาแรง จะมีแต่ "จุ้มทั้ง 6" ที่จับกลุ่มคุยกันอยู่หลังรถ ดูมี Enegy เต็มเปี่ยม ดีจังคึกคักแบบนี้ค่อยมีบรรยากาศในการเที่ยว แม้ไปอยู่ที่แออัดยัดเยียด ผู้ คนเบียดเสียด ตอนแรกก็นึกว่าจะไม่ไหวกัน แต่จุ้มก็ยังยิ้มกันได้ เยี่ยมเลยครับแบบนี้ ขึ้นเครื่องบิน แล้วจุ้มทั้งหลายก็แบตหมด ได้เวลาชาตแบตกัน
|
||||
![]() |
นี่แหละครับ เรื่องราว ๆ น่ารัก ๆ ของจุ้มทั้ง 6 ของผม จริง ๆ มีเยอะกว่านี้อีก แต่เดี๋ยวจุ้ม มาอ่านเจอกลัวจุ้มจะโกรธเอา ^ ^ แต่จุ้มทุกคน น่ารัก ครับ มีจุ้มอยู่ ไม่น่าเบื่อแซวกันตลอดการเดินทาง หวังว่าคงจะมีโอกาศได้เดินกับจุ้มทั้งหลายในโอกาศต่อไปนะจ๊ะ
|
|||
















































