เที่ยวเกาหลี-เกาะนามิ-โรงถ่ายแดจังกึม- DutyFree-พระราชวังเคียงบก


28-11-08 ชุลมุนที่อู่ตะเภา สะบักสะบอมจนถึงอินชอน

        หลังจากม๊อบพันธมิตร ได้เข้าปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 25 ก็ลุ้นระทึกมาตลอดว่า กรุ๊ปไปเกาหลีวันที่ 28จะไปได้ไหมหนอ เช็คข่าวอยู่เกือบทุกชั่วโมงจนหวยออกว่าได้ไปแน่นอน แต่ต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบินอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรีแทน กับสภาวะการเมืองแบบนี้ จิตใจ่ห่อ เหี่ยวแท้ แต่ the show must go on ลุยงานช้าง คิดซะว่าน้อยคนจะมีโอกาศได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้
       นัดพบกัน ทุ่มตรงที่ตึกชาญอิสระ 2 ลูกค้ามากันตรงเวลา ไม่นานเราก็ออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ อู่ตะเภา ทุกคนเตรียมอกเตรียมใจไว้แล้ว ว่าจะต้องเจอกับบรรดาเหล่านักท่องเที่ยวที่ตกค้าง สภาพความไม่พร้อมของสนามบิน แต่พอมาเจอเข้าจริง ๆ ก็อด

       ตกใจไม่ได้ ได้แต่อุทาน อุ๊ แม่จ้าววว ทำไมคนมันเยอะอย่างนี้ แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือต้องการกลับบ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง ให้เร็วที่สุด ก็คงห่วงเรื่องความปลอดภัยกัน ขนาด สนามบินนานาชาติ ยังถูกปิด ประสาไรกับสนามบินเล็ก แบบนี้จะถูกปิดไม่ได้ ความสะดวกคงไม่ต้องพูดถึง สนามบินนี้ไม่ได้ถูกออกแบบ มาให้รองรับ หลายสายการบิน สนามบินอู่ตะเภา เป็นของกองทัพ และใช้สำหรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ บินมาลงไม่กี่เที่ยวบินต่อปี ก็ชุลมุนวุ่นวายกันน่าดู สภาพคงไม่ ขอบรรยายมาก แค่นี้ภาพลักษณ์บ้านเราก็ไม่เหลืออะไรแล้ว เจ้าหน้าที่แต่ละคนก็ทำงานกันแบบไม่ได้กินข้าวกันเลยทีเดียว เห็นใจนะ มองดูชาวต่างชาติ ก็น่าสงสาร คงอยากกลับบ้านกันเต็มแก่ ไปเจอหนุ่มเกาหลี มาคนเดียว มาทำเนียนแซงคิว อยากจะตบ แล้วมันหันมาถามว่าบินสายการบินเดียวกัน หรือปล่าว ก็บอกว่าใช่ มันตามติดเลยทีนี้ ไปไหนไปด้วยตลอด เอ้ออออ เป็นสาวจะไม่ว่าเลย วัยรุ่นเซ็ง (แอบบอกมาว่ามีแฟนเป็นคนไทย และชอบกิน ส้มตำ มันว่าทดแทนการขาดกิมจิ)

       นานนับชั่วโมงในการ รอเช็คอิน รอตรวจหนังสือเดินทาง นรกแตก
สุด ๆ ก็ตรงที่ พอผ่านเข้ามาได้แล้วต้องมารอขึ้นเครื่องทางด้านใน คนแน่นมาก ประมาณว่ามดจะเดินผ่านยังต้องเต้นบัลเล่ห์ด้วยท่าสวอน เลค แล้วค่อย ๆ รอดผ่านไป รอกันอยู่ เครื่องก็ดีเลย์ ไป 3 ชั่วโมง กว่าจะได้ออก จากอู่ตะเภา ก็ 03.30 หลายคนโล่งใจเมื่อได้ขึ้นมานั่งบนเครื่องบิน ผ่านพ้นไปแล้ว ชั่วโมงวิกฤตที่อู่ตะเภา จากนี้เราจะหลบการเมืองทีแสนน่าเบื่อ ไปพัก ผ่อน ไปดูไหหมักกิมจิของแดจังกึม ไปนั่งทำหวานซึ้งที่เกานะมิ ไปนั่งกินซูชิที่พารากอน อันหลังนี้ไม่เกี่ยว ง่วง ๆ ก็เลยมั่วไปนิด ตี่สี่หล่ะ นอนรอรับเช้าวัน ใหม่ดีกว่า

      

29-11-08 แอบดูไหแดจังกึม - โต้ลมหนาวที่เกาะนามิ

       การเดินทางที่ยาวนานยังไม่สิ้นสุด หลังจากตื่นขึ้นมาด้วยเสียงกรน อาม่าชาวรัสเซียที่อยู่ข้าง ๆ ดูเวลา ก็เพิ่งจะ 6 โมงกว่า เพิ่งนอนไปได้แค่ สองชั่วโมง เหลืออีกตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง ทำไมมันยาวนานอย่างนี้หนอ ก็เลยข่มตาหลับไปอีกรอบ แต่ไม่เป็นผล ตาแข็งซะงั้น เลยนั่งฟังอาม่านอน กรน ก็เพลินไปอีกแบบ
       ถึงแล้วสนามบินอินชอน กลับมาเจอด่าน ต.ม. นรกแตก อีกแล้ว เที่ยวนี้กะไว้ว่า หวยออก 3 คน คงไม่ผ่าน จะว่าไปเราก็คงโดนด้วย ก็ซวยโดนจริง ๆ แล้วก่อนหน้าจะโดนเรียกไปห้องเย็นเนี่ย ก็มีลูกค้าเราล่วงหน้าไปก่อนแล้ว พอเข้าไปด้านใน ก็ต้องไม่จำต้องแสดงตัวว่าเป็นใคร แค่มองหนังสือเดินทางมันก็รู้แล้ว ว่าไปเป็นหัวหน้าทัวร์ เที่ยวนี้มีปัญหาพอสมควร เพราะลูกค้า เคยแอบมาอยู่ที่นี้แล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ 7 ปีก่อน แล้วจะกลับเข้ามาอีก เที่ยวนี้ทำเนียน พาลูกมาด้วย แต่ทางนี้เข้ามีการบันทึกไว้ เราก็โดนด่าด้วย หาว่าพาลูกค้าแบบนี้มาได้ยังไง เค้ามีการเข้าเมือง และแอบอยู่แบบผิดกฏหมาย อืมจ๊ะ แล้วจะรู้กันชาวบ้านเค้าไหมเนี่ย ที่บ้านไม่ได้เครื่องแสกน พาสปอร์ตนี่หว่า พักหนึ่ง ลูกค้า อีก 2 คนก็ตามเข้า อานะ จะมาทำไมเนี่ย 2 คนนี้คือลูกค้าที่ต้องการจะมาเที่ยวจริง ก็ช่วยพูดให้เค้านะ ว่าเนี่ย เค้ามากัน 7 คน เป็นเพื่อนกัน ตรงนี้ถ้าใครมาได้อ่าน ก็อยากจะแนะไว้เลยว่า ภาษาอังกฤษ พื้นฐานสำคัญมาก ยิ่งหน้าหนังสือเดินทางไม่มีการปั้มแล้วด้วย จะถูกเพ่งเล็ง ถึงแม้ไม่มีประวัติก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ ต.ม. เค้าจะถามเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ ว่ามาทำไม มากี่วัน พักอยู่โรงแรมอะไร บริษัททัวร์ ที่นี่ชื่ออะไร ถ้าตอบไปไม่ได้ ก็ห้องเย็นสถานเดียว การที่หลุด เข้าไปในห้องเย็น แล้วจะออกมาได้ โอกาศ มีแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ ในนั้นเข้าจะมีการสอบถามเพิ่มเติม ก็ใช้ภาษาอังกฤษอีกเหมือกัน ว่ามีหลักฐานทางการ เงินติดมาใหม่ เช่น บัตรเครดิต (ควรนำติดตัวทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ) เงินโชว์ในกระเป๋า หลักฐานการทำงาน หนังสือรับรองการทำงาน นามบัตร แล้วก็จะให้มีการตอบแบบสอบถาม ถ้าดูหน้าเชื่อถือ ก็จะออกมาได้ กรณีนี้โชคดี ที่ผมก็โดนด้วย เลยมีคนช่วยพูดให้ แต่จะได้เข้าหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ต.ม. ซึ่งดุมาก เกือบโดนกินหัวไปหลายรอบ บางครั้งหัวหน้าทัวร์ ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยตรงนั้นได้ เพราะเค้าไม่ให้เข้า ต้องช่วยตัวเอง ดังนั้นภาษาอังกฤษพื้นฐานจึงสำคัญมาก
       ยังช่วยพูดเรื่องพี่ 2 คนนั้น ไม่จบ ลูกค้าเราอีกคน ซึ่งเป็นเป้าหมายว่าไม่น่าจะผ่าน ก็เข้ามาในห้อง ซึ่งรายชื่อเค้าก็อยู่รวมกับ แม่ลูกคู่นั้น เจ้าหน้าถามว่า สามคนนี้มาด้วยกันหรอ เราก็อยากช่วยให้ได้เข้า ก็บอกไปว่าไม่ใช่มั้ง คงไม่รู้จัก แต่มาจากเอเจนซี่เดี่ยวกัน คงให้นอนด้วยกัน ตอนแรก เจ้าหน้าที่ไม่ยอมท่าเดียว จะส่งกลับ เราก็แอ๊บแบ้ว ทำซื่อ ตีหน้าเศร้า จนเค้าใจอ่อนว่า ง้านเอางี้ ได้ให้ลองทำแบบสอบถามดูก่อน เอาว่ะ ช่วยได้เท่านี้ ที่เหลือ ลูกค้าต้องช่วยตัวเองหล่ะ พอตอนที่แบบสอบถาม เจ้าหน้าที่ ก็ไปถามน้องผู้ชาย ที่เข้ามาหลังสุด ว่ารู้จักแม่ลูกคู่นี้ไหม น้องมันดันตอบไปว่า รู้จัก เป็นพี่สาว ซวยแล้วมึงเอ๋ย เจ้าหน้าเลยไม่ต้องตัดสินใจยากเลย ไปอยู่กับพี่สาวซะ อานะ เฮ้อออออ ผลสรุป ลูกค้าที่จะไปเที่ยวจริง ๆ 2 คน ก็ออกมาได้ เล่นให้เสียวกันนิด ๆ แต่หน้าเครียดอยู่เหมือนกัน อิอิ

        ออกมาดูเวลาอีกที ก็เกือบเที่ยง เลยกำหนดการเดิมไปมากมาย ก็ต้องรีบไป วันนี้ โปรแกรมของเราคือ โรงถ่ายละครแดจังกึม และกาะนามิ ดูจากเวลาแล้วเราต้องรีบทานข้าวที่แถวโรงถ่ายจังกึมกันก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง โรงถ่ายแดจังกึมไม่ได้มาเกือบปี มีการบูรณะซ่อมแซม ดีกว่าเดิมเยอะ สภาพทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวดูบางตา มีกันแค่ไม่กี่คน ก็ดี เวลาถ่ายรูปได้ไม่ต้องเกรงใจกัน แดจังกึม ถ้าใคร ได้ดูละครเรื่องนี้ ก็คงจะทราบเนื่อเรื่องว่าเป็นมาอย่างไร จากนางสนม มาเป็นหมอหลวง

       เส้นทางสุดแสนทรหด หญิงอึดแห่งเมืองโสม การมาที่นี่ ควรศึกษา เรื่องย่อไว้นิด ๆ เวลามาถึงที่แล้วจะได้รู้สึกดื่มด่ำกับบรรยากาศ และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายในสมัยของราชวงศ์โชซอน ไม่อย่างนั้นการมาที่นี่ จะดูน่าเบื่อ ก็แค่มาดูสิ่งปลูกสร้างแบบเกาหลีเท่านั้นเอง ถ่ายภาพกันเรียบร้อยเราก็รีบมู่งหน้าสู่ เกาะนามิกัน ใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง รถก็ติดเรื่อย ๆ สิ่งทีเรา เป็นห่วงกัน ก็เป็นจริง คือฟ้ามืด พระอาทิตย์เลิกงานไวช่วงนี้ ห้าโมงนิด ๆ ก็จะลาขอบฟ้าไปหล่ะ ก็ได้วิว แบบพลบค่ำ สวยไปอีกแบบ จากนั้นเราก็ไปกินไก่ ผัดกัน แล้วค่อยกลับโรงแรม ไปอืดอย่างจริงจัง หลังจากที่ระเห็ดระเห เร่เร่อนมาตั้งแต่เมื่อวาน (เมื่อกี้ไปแอบดูข่าว รัฐบาลยังไม่เปิดการเจรจา กับพันธ มิตร เฮ้อออ จะทำอะไรก็ไม่ทำ เซ็งจริง นอนดีกว่า)

30-11-08 ป้อมฮวาซอง - วัดวาโวจุงซา - แอฟเวอร์แลนด์ - ทงแดมุน

       06.30 น. เสียงโทรศัพท์ดัง เป็นสัญญาณเตือนว่า อีก 1 ชั่วโมงหลังจากนี้ เราต้องไปเจอกันที่ล๊อบบี้ ลุกขึ้นด้วยอาการปวดเมื่อยตามตัว ตอนแรกก็นึก ว่าเกิดจากการนอนเตียงแบบอุนดน (นอนบนฟูกบาง ๆ ที่ปูอยู่บนพื้น เนื่องจากเครื่องทำความร้อน เค้าปล่อยมาตามพื้น) คิดไป คิดมา คงไม่ใช่ น่าจะ เกิดจากการที่ช่วยลูกค้ายกกระเป๋า ที่สนามบิน เป็นแน่แท้ เสียดายนวดที่นี่แพงโข เลยต้องบริการนวดตัวเองไปก่อน

       หลังจากได้พักผ่อนกันเต็มที่ เช้านี้ทุกคนมีชีวิตชีวากว่าเมื่อวาน เราเริ่มต้นโปรแกรมที่ป้อมฮวาซอง เป็นป้อมปราการในสมัยโบราณ ที่ทางเกาหลียังอนุรักษ์ไว้จนถึงทุกวันนี้ และยังได้รับให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย มาถึงที่นี่ เราก็เริ่มต้นด้วยการชมห้องน้ำกันก่อน เป็นเรื่องปกติของทัวร์ไทย ไปที่ไหนก็ต้องแวะชมห้องน้ำไปที่แรก ทัวร์ไทยอะไรไม่เยอะ ฉี่เยอะที่สุด ^ ^ จากนั้นก็ได้ให้สมาชิก ได้ถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย ได้ภาพประทับใจกัน เรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง ก็คือ วัดวาโวจุงซา เมื่อเรามาถึง ก็ต้องตะลึงกับความอลังการของเศียรพระพุทธรูป เศียรใหญ่มาก ใครไป ใครมาก็ได้กราบไหว้กันก่อน และนอกจากนี้ ยังมีหมู่เจดีย์ ที่ทางพุทธศาสนิกชน นำก้อนหินมาจากที่ต่าง ๆ เอามาก่อเป็นเจดีย์ ถัดขึ้นไป ก็เป็น วิหารพระพุทธไสยาศน์ การทำบุญของที่นี่นอกจากจะบริจาคเงิน ยังมีการจุดเทียนแท่งใหญ่ (แท่งละ 3,000 วอน) และยังสามารถเขียนชื่อลงไปบนเทียน เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง และครอบครัว

        หนังท้องตึงจากมื้อกลางวัน แต่หนังตาห้ามหย่อน อีกประเดี๋ยวก็จะไปที่แอฟเวอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากร้านอาหารมากนัก แอฟเวอร์แลนด์ เป็นสวนสนุกที่ใหญ่อีกแห่งหนึ่งของเกาหลี น้อง ๆ ดีสนี่แลนด์เลยก็ว่าได้ ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย แบ่งออกเป็นหลายโซน ทั้งเครื่องเล่นที่มี ให้เล่นตั้งแต่ แบบเด็กอนุบาล จนถึงระดับเด็กมหาลัย อย่าง T-Express โซนสวนสัตว์และซาฟารี โซนถ่ายภาพ ตรงนี้จะปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละฤดู อย่าง ตอนนี้เข้าช่วงฤดูหนาว ก็ปรับให้เข้ากับเทศกาลคริสมาสต์ ดังนั้น แอฟเวอร์แลนด์จึงเที่ยวได้ทั้งปี ในส่วนของพวกเรา กรุ๊ปนี้มีแต่วัยรุ่นทุกคนจึงหมาย มั่น ปั้นมือไว้กับเครื่องเล่นชิ้นใหม่อย่าง T-Express วันนี้เป็นวันอาทิตย์คนจึงเข้าคิวยาวเป็นพิเศษ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหา อยากเล่นซะอย่าง นานแค่ไหนก็ จะรอ สรุปรอกันไป ชั่วโมงกว่า ก็ได้เล่น ก็ได้เสียวแวบ แซบท้องกันไป แต่ตัวหัวหน้าทัวร์เองขอหลบไปให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ ดีกว่า ยังเสียวตั้งแต่ครั้งที่ แล้วไม่หาย - -*

       สำหรับโปรแกรมค่ำของเราคืนนี้ก็คือ เดินช๊อปปิ้งที่ ตลาดทงแดมุน ตลาดแห่งนี้ก็เป็นตลาดค้าส่ง มีสินค้าให้เลือกหลายแบบ แต่ทุกครั้งที่ ไปไม่เคยได้ไปไหนเลย อยู่แต่ที่ร้านอีทูดี้ มีใบสั่งซื้อทุกครั้งที่มา และหลายลูกค้าหลายคนก็เป็นเช่นนั้น ก็รีบซื้อของให้เสร็จ เพราะอยากซื้อเสื้อกันหนาว ตัวใหม่ ที่นี่แบบสวย ๆ เยอะ แต่ราคาก็แพงหูฉี่ ตัวหนึ่งตกประมาณ 900 กว่าบาท ก็ได้มาตัวหนึ่ง ยังงงซื้อมาได้ไง ไม่เป็นไรไว้ใส่ตอนไปฮ่องกง วันที่ 4 ไว้ ไปเท่ที่นู่นก็ได้ อิอิ เมื่อถึงเวลานัดหมายเราก็กลับมาพร้อมกันที่กันรถ เพื่อเตรียมตัวกลับโรงแรม โรงแรมที่เราพัก เป็นย่านคึกคัก เรียกว่า อีแตวอน ก็เป็นตลาดที่ดังอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งก็อยู่ในโปรแกรมที่เราจะต้องไปเดินเหมือนกัน แต่เนื่องจากเราพักอยู่ที่นี่แล้ว ก็เป็นที่สะดวกกับทุกคน เมื่อถึงโรงแรม ก็สามารถออกไปเดินเองได้ ส่วนตัวผมขอตัวไปพักผ่อนดีกว่า เมื่อยตัวยังไม่หายเลย (โทรสอบถามข่าวกับที่บ้าน ก็ยังไม่ได้ความคืบหน้าของการเจรจา ตำรวจไม่กล้าแต่ ทหารก็ไม่ยุ่ง มุ่งแต่รอฟังคำสั่งศาลวันที่ 2 เออดี ประเทศไทยจงเจิรญ - -*)

01-12-08 ศูนย์โสม - โรงเรียนทำกิมจิ - Duty Free - พระราชวังเคียงบก - เมียงดง

       เข้าสู่เช้าวันใหม่ของเดือนสุดท้ายสำหรับปีนี้ ไวจัง แผนต่าง ๆ ที่วางไว้ยังดำเนินการไปได้ไม่ถึงและยังต้องมาติด ชะงักกับสภาพการ เมืองที่น่าเบื่อหน่าย เกิดเป็นไทย ยังไงก็ต้องอดทน คนอื่นที่แย่กว่าเรามีอีกตั้งเยอะ ตั้งสติ และเตรียมตัวให้พร้อม ใช้ชีวิตแบบพอเพียง รอทุกอย่างนิ่ง แล้วค่อยวิ่งต่อ สู้ ๆ

        โปรแกรมแรกที่เราจะไปเยี่ยมชมกันก็คือศูนย์โสมรัฐบาล ใคร ๆก็รู้ว่าของดีของเกาหลี ก็คือโสม ดังนั้นมาที่นี่จะพลาดไม่ได้ เลยกับการมา เยี่ยมศูนย์โสมแห่งนี้ แม้จะได้ไม่ได้ซื้อกลับไป แต่ก็มาศึกษา มารู้ความลับของคนเกาหลี ว่าทำไมเค้าถึงผิวดี สุขภาพดี เป็นสาเหตุมาจากอะไร จากนั้น เราก็มาเรียนรู้วิธีการทำกิมจิ กันที่โรงเรียนกิมจิ กิมจิ นั้นมีหลายหลายชนิด เรียกได้มีอยู่เป็น 100 ชนิด ก็ว่าได้ แต่ที่นิยม หรือจะเห็นกันมากที่สุด นั่นก็ คือ กิมจิผักกาดขาว วันนี้ที่เราจะทำกันก็คือกิมจิ ผักกาดขาวนั่นเอง เหมือนทุกครั้งก็จะมีวิทยากรสาวสวยมาอธิบาย (ชอบที่นี่ก็เพราะอย่างนี้แหละ) และแปล โดยพิม ไก๊ด์ผู้น่ารักของเรา วิธีการทำไม่ยุ่งยาก เพราะเค้าล้างผักให้เรียบร้อย เราเพียงแต่ทาซอสกิมจิ

       แล้วห่อให้เรียบร้อย เท่านี้ก็เสร็จ ก็เป็นที่สนุกสนาน กันถ้วนหน้า และพลาดไม่ได้เลย กับการใส่ชุดฮันบก ถ่ายรูปหมู่ กว่าจะออกจากที่นั่น ก็ใช้เวลาเยอะพอสมควร เนื่องจากสมาชิกเรา ชอบถ่ายรุปกับชุดฮัน บกมาก เพื่อไม่ให้เสียเวลา ดูเวลาแล้วก็ยังไม่ได้เวลาอาหารกลางวัน เราจึงมุ่งหน้าต่อ ไปที่ Duty Free เพื่อเป็นการดูดเงินจากนักท่องเที่ยว ทางการท่อง เที่ยวเกาหลี จึงได้ให้มี Duty Free ในเมือง ก็เหมือนกับทุกประเทศแหละ บ้านเราก็มีอยู่ตรงซอยรางน้ำ ที่นี่ของที่ถูกก็จะเป็น พวกกล้อง mp3 mp4 แล้วก็ อีทูดี้ แต่ต้องซื้อในปริมาณที่เค้ากำหนด และของมีให้เลือกไม่เยอะ เท่าshop ที่อยู่ข้างนอก เราอยู่ที่นี่กันไม่นาน ก็ต้องรีบไปทานข้าว ช่วงบ่ายยังมีโปร แกรมหนักรอเราอยู่

       พระราชวังเคียงบก คือเป้าหมายโปรแกรมช่วงบ่ายที่เรากำลังมุ่งหน้าไป แต่ก่อนหน้านั้นคณะของเราก็ได้แวะถ่ายรูปกับนกฟินิกส์ สัญญลัษณ์ของประเทศเกาหลีใต้นกฟินิกส์คือนกที่เป็นอมตะ ประเทศเกาหลี เคยผ่านศึก สงคราม มาเยอะ โดนรังแก มาก็แยะ แต่ก็ยังอยู่รอดมาได้จนถึง ทุกวันนี้เค้าจึงเปรียบตัวเองเหมือนกับนกฟินิกส์ แล้วก็ได้นั่งรถผ่านชม Blue house ทำพำนักของประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ ค่อยมาชมพระราชวังกัน ในพระราชวัง ก็เสต็ปเดิมเลย ต้องไปเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมเกาหลี ที่พิพิธภัณฑ์ กันก่อน แล้วเราค่อยเดินเข้าชมยังพระราชวังด้านในกัน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย พระราชวังของเดิมถูกเผาทำลาย ตอนที่ญี่ปุ่นเข้ามาโจมตี ตอนนี้อาคารต่าง ๆ ที่เห็น ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่บนฐานเดิม แต่ก็สวยงาม แปลกตาไปอีกแบบ

        เดินกันเมื่อยตุ้ม ก็ได้เวลากลับมาที่รถ แล้วมุ่งหน้าสู่เมียงดง สยามสแควร์เมืองเกาหลี ศูนย์รวมเสื้อผ้า แฟชั่น มาที่นี่ทีไร ยากนักที่จะอดใจ ไม่ ซื้อเสื้อผ้ากลับมา ราคาค่อนข้างแพง แต่แฟชั่นล้ำ แบบได้ใจ เหมาะกับคนที่ชอบแต่งตัวล้ำนำสมัย แต่ก็อีกเหมือนเดิม หลายคน มาที่นี่ ก็จะติดอยู่ที่ skin food กันนานพอดี ส่วนตัวเราเองขอปลีกวิเวกไปหลบมุมที่ร้าน internet ไม่อยากเดิน คาดว่าทัวร์คงเดินยกเลิกอีกหลายกรุ๊ป ต้องประหยัดไว้ก่อน มกราคม เราจะกลับมาแก้แค้น คริคริ วันนี้เดินกันเยอะมาก กลับโรงแรมพักผ่อน วันนี้ก็ถึงโรงแรมประมาณ 2 ทุ่มนิด หลายคนยังมีแรง ก็ออกไปเดินเล่นข้างนอก (เราอยู่กันที่เดิม ก็คือ ที่อีแตวอน) พรุ่งนี้กลับบ้านหล่ะ เหมือนจะดีใจ แต่จากที่ทราบข่าว สนามบินยังไม่เปิด ยังไม่มีการเจรจาใด ๆ ทุกคนรอฟัง คำตัดสินของศาลรัฐธรรม เฮ้อออออ เมืองไทย นอนดีกว่า - -*

02-12-08 วัดพระยิ้ม - อะแมทิสต์ - Super market - สนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา

       วันสุดท้ายของการเดินทาง วันนี้ วันที่ต้องกลับไปดูสถาพการเมืองร้อน ๆ ของเมืองไทย ทำไงได้ ยังไงก็ต้องกลับ ได้แตุ่ลุ้นว่าเมื่อถึงอู่ตะเภา ทุกอย่างคงจะไม่วุ่นวายเหมือนวันที่มาวันแรก

       เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา หลังจากเรียบร้อยกับมื้อเช้าแล้ว ก็มุ่งหน้าสู่วัดพระยิ้ม วัดแห่งนี้ เคยมาเมื่อเดือนพฤษภาคม ตอนนั้นมาคนเดียว ลูกทัวร์หนีหมด (อ่านได้จากบันทึก หนีเที่ยวที่เกาหลี) คราวนี้ยกพวกมากัน 17 คนเลย ก็ยังเป็นที่สนใจเหมือนเดิม กับพระพุทธรูปปางค์ยิ้มแย้ม เห็นแล้ว สุขใจ ใครผ่านไป ผ่านมาก็ต้องมาไหว้กันก่อน เพื่อเป็นศิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว เราใช้เวลาที่นี่กันนานพอดู เพราะเวลาเราเยอะมาก ได้ถ่าย ภาพกันทุกอณูของวัด พี่อ้วน แอบหนีออกไปข้างนอก ไปซื้อปลาหมึกแห้ง แต่ซื้อไม่ได้ เพราะสื่อกันไม่รู้เรื่อง มีโวยวายนิดหน่อยกับอาม่าที่ขายปลาหมึก แห้ง ร้อนถึงพิมพ์ ต้องมาไกล่เกลี่ย แล้วก็ได้ของกลับมา เป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย

      

       ต่อกันด้วยร้าน อะเมทิสต์ เป็นพลอยสีม่วง ก็มีให้ได้เลือกซื้อหากันหลายราคา แรก ๆ หลายคนก็ว่า คงไม่ซื้อ ที่ไหนได้ เดินไม่ระวัง ก็ได้มา คนละเส้น 2 เส้น อิอิ ก่อนกลับ ก็แวะที่ Super Market ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสนามบินมากนัก มีของหลายอย่างให้เราได้เลือกสรรค์ หลายคน ที่ติดใจในซอสเต้าเจี้ยว ติดใจกิมจิ อยากได้สาหร่าย ห่อเล็ก ๆ ไว้ทานเล่น หรือจะเป็นขนมต่าง ๆ อย่างข้าวพอง ก็สามารถหาซื้อที่นี่ได้ เป็นที่ละลายเงินวอน ที่สุดท้ายของทุก คณะทัวร์ เรากลับมาถึงสนามบินอู่ตะเภาล่าช้ากว่ากำหนด 1 ชั่วโมง ดูนาฬิกาก็บอกเวลา 21.30 น. เมื่อล้อแตะถึงพื้น ก็รีบโทรศัพท์ บอกที่บ้าน ว่าถึง เมืองไทยด้วยความปลอดภัย พร้อมสอบถามข่าวทางการเมือง สรุป ยุบ 3 พรรค ติดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 5 ปี หวยล๊อคไว้แล้ว เลยไม่แปลกใจ ถาม ถึงเรื่องสนาม เห็นบอกว่ากลุ่มชุมนุมประท้วง จะออกจากสนามบินวันพรุ่งนี้ 10 โมงเช้า เอาเถอะให้ออก ๆ กัน แค่นี้ประเทศชาติ คนไทยอีก 60 ล้านคน ก็ เจ็บปวดพอแล้ว ขอใหญ่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเองเลย นึกย้อนกลับไปวันที่ 28 พฤศิจกายน 2551 คงอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน และคิดว่าทุกคนในคณะ ก็คงจะไม่ลืมเหมือนกัน 00.30 เราก็กลับมาถึงตึกชาญอิสระ 2 โดยสวัสดิภาพ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องร่ำลากัน กรุ๊ปนี้เราร่วมฝันฝ่ากัน ตั้งแต่วันแรก แต่ก็มีแค่คืนแรก ที่จะไม่สะดวก ที่เหลือ ทุกคนก็เที่ยวด้วยความสุข เกือบลืมไปเลย ว่าเมืองไทย มีเหตุการณ์ร้อน ก็ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเดินทาง และหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าคงจะได้รับใช้สมาชิกทุกท่านในครั้งต่อไป ท้ายสุดก็ขอขอบคุณ บริษัทต้นสังกัด ไดมอนด์ไชน์ ฮอลิเดย์ เพชรแห่งการเดินทาง ที่ได้ให้โอกาศ ไปเจอกับกรุ๊ปที่น่ารักแบบนี้ ของคุณครับ

แอบเม้าท์ลูกทัวร์

       จบการบันทึกแต่ความประทับใจยังไม่จบ มีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอแซวตรงนี้ซักนิด ไม่กล้าแซวต่อหน้า กลัวโดนคอมเพลน อิอิ ในกลุ่มของเรา จะมีมาจากหลายที่ บ้างก็มาจากภาคใต้ บ้างก็มาจากภาคอีสาน แต่จะมีกลุ่มหนึ่ง พี่เค้ามาด้วยกัน 7 คน แอบดูจากสถานที่แจ้งเกิด มาจากทุกสารทิศเลย ประกอบด้วยชาย 1 และสาวสวย 6 ท่าน ในที่นี้ขอเรียกสาว ๆ ว่า "จุ้มทั้ง 6" จุ้มแปลว่าอะไร อ่านไปเรื่อย ๆ ครับ คำแปลอยู่ตอนท้าย ห้ามไปอ่านก่อนนะ ไปอ่านก่อนจะแช่งให้ไม่ถูกหวย หุหุ เริ่มจับตาจุ้มตั้งแต่ ออกเดินทางจากตึกชาญอิสระ ทุกคนที่อยู่บนรถส่วนใหญ่ จะมีมุมของตัวเอง ไม่ฟังเพลง ก็แอบหลับเอาแรง จะมีแต่ "จุ้มทั้ง 6" ที่จับกลุ่มคุยกันอยู่หลังรถ ดูมี Enegy เต็มเปี่ยม ดีจังคึกคักแบบนี้ค่อยมีบรรยากาศในการเที่ยว แม้ไปอยู่ที่แออัดยัดเยียด ผู้ คนเบียดเสียด ตอนแรกก็นึกว่าจะไม่ไหวกัน แต่จุ้มก็ยังยิ้มกันได้ เยี่ยมเลยครับแบบนี้ ขึ้นเครื่องบิน แล้วจุ้มทั้งหลายก็แบตหมด ได้เวลาชาตแบตกัน
       มาถึงสนามบินอินชอน 1 จุ้ม ติดที่ด่าน แต่ก็เอาตัวรอดออกมาได้ กลับไปเที่ยวนี้ จุ้มมีเรื่องเล่าเพิ่มเติมอีกหนึ่งเรื่องแน่เลย เกี่ยวกับ ประสบ การณ์ ในห้องทำงานของด้านตรวจคนเข้าเมือง จริง ๆ ดูแล้วหน้าพี่เค้าก็น่าจะผ่านนะ สอบถามได้ความว่า พี่เค้าบอก ทำหน้าสวยกว่าในหนังสือเดินทาง เลยไม่ผ่าน ออ จ๊ะ หืมน่าให้ส่งกลับนะเนี่ย เมื่อออกมาแล้ว พวกจุ้มยังทำตัวเป็นเด็กหลังห้องเหมือนเดิม แอบไปจับกลุ่มกันอยู่ท้ายรถ ท้ายรถนี้ข้าจอง ประมาณนั้น ^ ^ ตามสถานที่ท่องเที่ยว จุ้มรักการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะ จุ้ม ต. พี่เค้าจะถ่ายเยอะมาก แม้แต่ป้ายโฆษณายังไปถ่ายด้วยกัน พี่เค้า ให้เหตุผลน่าฟัง แกบอกว่า ถ่ายไว้มันมีภาษาเกาหลี เค้าจะได้รู้ว่าเรามาเกาหลี และจะถ่ายทำลายสถิติ ให้ได้ 800 ภาพ หลายคนคงงง จะถ่ายได้ไง ใครจะ ช่วย จุ้ม ต. ถ่ายได้เยอะขนาดนั้น ง่าย ๆ ครับ ใครที่เดินผ่าน หรืออยู่ไกล้ จุ้ม ต. ก็จะเป็นช่างภาพจำเป็นไปอัตโนมัติ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เห็นจะ ๆ เลย ที่โรงเรียน กิมจิ ก่อนเข้าไปข้างใน ตรงผนังอาคาร มีคำว่า Kimji School พี่เค้าก็อยากถ่าย แต่พอดีมีลุงคนเกาหลี แกยืนอยู่ ก็เห็นพี่เค้าเข้าไปคุยกับลุงคนนั้น ก็คิดว่า แกจะไปถ่ายรูปด้วย แต่ไม่ใช่ แกเดินไปบอกให้ลุงหลบไปหน่อย แต่แกนึกได้ อย่าหลบไปปล่าว ๆ ถ่ายรูปให้ด้วยเลยแล้วกัน เป็นไง จุ้มผม เจ๋งมะ เรื่องของ จุ้ม ยังไม่จบครับ ทุกครั้งที่เราไปแวะชอปปิ้ง เมื่อขึ้นมาบนรถ เราจะเห็นซาร่า จากทีวี มีเดียไดเรค มาอยู่บนรถ นำแสดงโดย จุ้มทั้ง 6 จะเป็นรายการโชว์ สินค้ากัน บางครั้งไม่โชว์ปล่าว ใส่ให้ดูอีกต่างหาก โอ้ววววว พระเจ้าจอจ มันยอด ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

     

  นี่แหละครับ เรื่องราว ๆ น่ารัก ๆ ของจุ้มทั้ง 6 ของผม จริง ๆ มีเยอะกว่านี้อีก แต่เดี๋ยวจุ้ม มาอ่านเจอกลัวจุ้มจะโกรธเอา ^ ^ แต่จุ้มทุกคน น่ารัก ครับ มีจุ้มอยู่ ไม่น่าเบื่อแซวกันตลอดการเดินทาง หวังว่าคงจะมีโอกาศได้เดินกับจุ้มทั้งหลายในโอกาศต่อไปนะจ๊ะ
       ป.ล. เกือบลืม ที่มาของคำว่า "จุ้ม" จุ้ม มีรากศัพท์มาจากภาษาเกาหลี คือ อาจูม่า แปลว่า "ป้า" ครับ ^ ^

แสดงความคิดเห็น

โพตไปยัง facebook ของคุณด้วยติดตามข่าวนี้ทาง Email
เที่ยวเนปาล นมัสเต..เสน่ห์แห่งเนปาล ตอนที่ 3 : เยือนลุมพินีวัน 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน ตามรอยประสูติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ลุมพินีวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน..
เปิดดู 1166 ครั้ง
4 สังเวชนียสถาน สถานที่ทางพุทธประวัติ ที่ชาวพุทธต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต
สังเวชนียสถาน หมายถึงสถานที่ที่ทำให้เกิดความรู้สึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า เกิดความแช่มชื่น เบิกบาน เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำความดี เมื่อได้ไปพบเห็นMore colorMore colorss
เปิดดู 4405 ครั้ง
เที่ยวเนปาล นมัสเต..เสน่ห์แห่งเนปาล ตอนที่ 2 : เมืองโภครา จุดเริ่มต้นของการปีนเอเวอร์เรสต์
นมัสเต..เสน่ห์แห่งเนปาล ตอนที่ 2 : เมืองโภครา จุดเริ่มต้นของการปีนเอเวอร์เรสต์
เปิดดู 2524 ครั้ง
มัตซึยามะ เกาะชิโกกุ เมืองแห่งตำนานนกกระยางกับบ่อน้ำพุร้อน
โดโงะ ออนเซนในตำนาน และ ปราสาทเงา 5 ชั้น เมืองมัตซึยามะ
เปิดดู 1252 ครั้ง
ตั๋วรถไฟญี่ปุ่น JR RAIL PASS
ตั๋วรถไฟญี่ปุ่น JR RAIL PASS
เปิดดู 2192 ครั้ง
ดอน เดอะเวฟ ปฏิมากรรมมหัศจรรย์ อันงดงาม
“เดอะเวฟ” (The Wave) อยู่ที่รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา
เปิดดู 662 ครั้ง
โรแมนติกที่เกาะนามิ
โรแมนติกที่เกาะนามิ
เปิดดู 695 ครั้ง
clip video วีดีโอคลิปความหลากหลายของเกาหลี
ทัวร์เกาหลีเที่ยวเกาหลี เติมสีสันให้กับชีวิตด้วยความหลากหลาย
เปิดดู 507 ครั้ง
clip video วีดีโอแหล่งท่องเที่ยวเกาหลี
clip video วีดีโอแหล่งท่องเที่ยวเกาหลี เพิ่มความหลากหลายในกับชีวิต
เปิดดู 700 ครั้ง
video วีดีโอสถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี
video วีดีโอสถานที่ท่องเที่ยวเกาหลี ตื่นตาตื่นใจกับบรรยกาศในเกาหลี
เปิดดู 1065 ครั้ง
วีดีโอเที่ยวเกาหลี
video วีดีโอแหล่งท่องเที่ยวเกาหลี สัมผัสบรรยากาศกับสถานที่เที่ยวต่างๆในเกาหลี
เปิดดู 783 ครั้ง
เยือนฝรั่งเศส-ท่องโมนาโค-และนีซ-คานส์ -- แผนที่แหล่งท่องท่องเที่ยว ในเกาะบาหลี (Bali) -- เส้นทางมรดกโลกอินเดีย มุมไบ อารังกาบัด ถ้ำอาจันตา ถ้ำอารังกาบัด ตอนที่1 -- อาหาร -- อาหารอร่อยเกาหลี -- ไปเกาหลี ต้องขอวีซ๋าหรือไม่ -- EXPO 2012 YEOSU KOREA - งาน ยอซู เอ็กซ์โป 2012 -- อาหารอร่อยตาม ย่านต่างๆของฮ่องกง -- อาหารมงคล ฮ่องกง -- เมือง ซัวเถา --