|
| วันแรก กรุงเทพฯ |
| 23.00 น. |
พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ส่วนผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก ประตู 9-10 เคาน์เตอร์ U สายการบิน แอร์ ไชน่า (AIR CHINA) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารก่อนขึ้นเครื่อง
|
|
|
| วันที่สอง ปักกิ่ง- ชิโตเซ่- ซัปโปโร- โรงงานช็อกโกแลต-พิพิธภัณฑ์เบียร์-หอนาฬิกา |
| 00.55 น. |
เดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบิน แอร์ ไชน่า เที่ยวบินที่ CA980
(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินปักกิ่ง)
|
| 06.30 น. |
เดินทางถึงสนามบินนครปักกิ่ง (รอต่อเครื่องไปยังสนามบินชิโตเซ่ ประเทศญี่ปุ่น)
|
| 08.00 น. |
ออกเดินทางสู่ “สนามบินชิโตเซ่ เกาะฮอกไกโด” ประเทศญี่ปุ่น โดยเที่ยวบินที่ CA 169
|
| 12.50 น. |
เดินทางถึงสนามบินชิโตเซ่ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร เมืองหลวงของเกาะฮอกไกโด ที่เติบโตและกลายเป็นศูนย์กลางความเจริญ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศญี่ปุ่น ผังเมืองซัปโปโรมีลักษณะคล้ายตารางหมากรุก ซึ่งแตกต่างจากบรรดาหมู่บ้าน และเมืองทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น การจัดการและการพัฒนาได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันผังเมืองจึงถูกออกแบบ เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามพื้นฐานการวางผังเมืองของอเมริกาเมื่อได้เวลา นำท่านเดินทางสู่ “โรงงานช็อกโกแล็ต” ที่หมู่บ้านอิชิยะ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ท่านสามารถเลือกซื้อช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่ได้นั้นคือ “ช็อกโกแลตสีขาวแด่คนรัก” (Shiroi Koibito) หรือเดินถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับบรรยากาศโดยรอบที่ตกแต่งด้วยสวนดอกไม้สวยงามสไตล์ยุโรปจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร เพื่อให้ท่านทราบถึงกระบวนการการผลิตเบียร์ในขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การนำวัตถุดิบมาผ่านขั้นตอนการผลิต การบ่ม การกลั่น จนกระทั่งสำเร็จรูปออกมาเป็นเครื่องดื่มพรายฟองสีทองชั้นดีจำหน่าย ท่านยังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำมาจากเบียร์ได้อีกด้วย เมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้ว จากนั้นนำท่านเที่ยวชม หอนาฬิกา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง โดยนอกจากจะใช้บอกเวลาที่เที่ยงตรงแล้ว ยังเปรียบเสมือนสถานที่บอกเล่าเรื่องราวและวัฒนธรรมจากอดีตจนถึงปัจจุบันรวมเวลากว่า 100 ปี หอนาฬิกาแห่งนี้สร้างขึ้นเมืองปี ค.ศ. 1878 ซึ่งเป็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
|
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม Sapporo Grand Hotel หรือเทียบเท่า
|
| วันที่สาม ซัปโปโร-ตึกรัฐบาลเก่า-โอตารุ–พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี-โซอุนเคียว |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านชมตึกรัฐบาลเก่า ของเมืองซัปโปโร ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นกองอำนวยการ ของข้าหลวงใหญ่และเป็นตึกที่สูงที่สุดของเมือง โดยตัวอาคารภายนอกนั้น ได้ใช้อิฐแดงเป็นวัสดุในการก่อสร้างซึ่งดูแล้วสวยแปลกตา ปัจจุบันภายในตึกได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวมรวบเรื่องราวประวัติความเป็นมาต่างๆ ของเมืองซัปโปโรรวมไปถึงเมืองต่างๆบนเกาะฮอกไกโดอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ ซึ่งถือเป็นเมืองท่าที่มีบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกด้วยบรรยากาศโดยรอบรวมถึงการตกแต่งของบ้านเรือนนั้นส่วนใหญ่ได้ถูกออกแบบเป็นตะวันตกเนื่องจากในอดีตเมืองโอตารุได้รับอิทธิพลมาจากการทำการค้าระหว่างประเทศญี่ปุ่นเองและ ประเทศในแถบยุโรปหลายประเทศ จากนั้นชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซึ่งมีอายุเกือบร้อยปี ท่านสามารถชมกล่องดนตรีในรูปแบบต่างๆ สวยงามมากมายที่ถูกสะสมมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกคิดแบบทำกล่องดนตรีในสไตล์ของตัวเองขึ้นมาเป็นที่ระลึกหรือเป็นของฝากให้คนที่รักได้อีกด้วย จากนั้นชมกรรมวิธีการเป่าเครื่องแก้วที่ พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว โดยการเป่าแก้วด้วยเทคนิคในแบบต่างๆนั้นก็จะได้เครื่องแก้วที่ออกมาในรูปแบบและสีที่แตกต่างกัน
|
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ หุบผาโซอุนเคียว หรือที่ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า“ช่องเขาก้าวสู่เมฆ”เมืองตากอากาศเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซังหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ซ่อนเสน่ห์และสีสันความงามตามธรรมชาติด้วยความยาวกว่า 24 กิโลเมตรและสูงเสียดฟ้ากว่า 150 เมตร จากนั้นนำท่าน ชมเทศกาลไม้ดอกไม้ประดับที่โซอุนเคียว (Sounkyo Hana Monogatari) มีดอกไม้นานาชนิดสวยงามตระการตาให้ท่านได้เพลิดเพลิน กับการชมสีสันของไม้ดอกไม้ประดับ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ที่พัก
|
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารเชิญท่านลองอาบน้ำแร่เพื่อความผ่อนคลาย เพราะชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าในน้ำแร่นั้นมีแร่ธาตุซึ่งช่วยให้ผิวพรรณและระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
|
|
พักโรงแรม Sounkyo Grand หรือเทียบเท่า (ห้องพักแบบญี่ปุ่น)
|
| วันที่สี่ น้ำตกกิงกะ-คามิกาว่า- ฟูราโน่- ชมทุ่งดอกไม้บาน-ยูบาริ |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านชมน้ำตกที่มีชื่อเสียงสองแห่ง คือ น้ำตกกิงกะ หรือ น้ำตกแม่น้ำสีเงิน ที่ในฤดูร้อนจะไหลเป็นเส้นขาวเล็กๆ ไขว้ไปมาคล้ายเส้นด้าย และ น้ำตกริวเซย์ หรือ น้ำตกดาวตก ที่ไหลบ่าเป็นเส้นใหญ่ออกมาจากซอกผาดูคล้ายดาวตก ในฤดูหนาวน้ำตกทั้งสองจะแข็งตัว เป็นทัศนียภาพที่แปลกตาอีกแบบหนึ่ง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คามิกาว่า (Kamikawa) เมืองเล็กๆ ทางตะวันออกของเมืองอาซาฮิกาว่าซึ่งอยู่ห่าง ออกมาประมาณ 54 กิโลเมตร และเป็นทางเดียวกันกับทางสู่เมืองอะบาชิริ เมืองอันหนาวเหน็บที่อยู่ทางตะวันออกสุดของเกาะฮอกไกโด จากนั้นนำ ชมถ้ำน้ำแข็งคามิกาว่า ไอซ์ พาวิเลียน ทางเดินเข้าจะถูกประดับด้วยแสงไฟหลากสีเรื่อยไปจนถึงอุโมงค์ถ้ำน้ำแข็งที่คดเคี้ยวไปมา ภายในอุโมงค์น้ำแข็งนั้น ท่านจะได้ชมความงามของหยดน้ำแข็งรูปร่างสวยงามต่างๆ ที่อุณหภูมิ -20 องศา เมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้ว
|
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ Ramen Village ให้ท่านได้เลือกชิมราเมนต้นตำรับ หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่เมือง อาซาฮิคาว่า (Asahikawa) เมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากเมืองซัปโปโรอาซาฮิคาว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์และแวดล้อมไปด้วยขุนเขา แม่น้ำกว่า 20 สาย อีกทั้งยังถือว่าเป็นเหมือนประตูสู่เมืองฟูราโน่อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟูราโน่ (Furano) อาณาจักรแห่งทุ่งดอกไม้ที่ตั้งอยู่ถัดจากเมืองบิเอะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันของต้นไม้ดอกไม้หลากสีหลายชนิดซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีแต่ในช่วงเริ่มต้นฤดูร้อนนี้ดอกไม้สีสันต่างๆก็พร้อมใจกันประชันสีสันสวยงามสดใส จากนั้นนำท่านชมทุ่งดอกไม้หลากสีที่ ฟาร์มโทมิตะ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับดอกไม้นานาชนิดหลากสีสัน และเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากดอกลาเวนเดอร์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองยูบาริ เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ ความอร่อยของผลไม้เมลอนขึ้นชื่อ และยังเป็นเมลอนอร่อยที่สุด ในประเทศญี่ปุ่น
|
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารเชิญท่านลองอาบน้ำแร่เพื่อความผ่อนคลาย เพราะชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าในน้ำแร่นั้นมีแร่ธาตุซึ่งช่วยให้ผิวพรรณและระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
|
|
พักโรงแรม Mt. Racey หรือเทียบเท่า (ห้องพักแบบญี่ปุ่น) |
| วันที่ห้า ยูบาริ- Rera Outlets Mall- ปักกิ่ง |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านช้อปปิ้งกันที่ Rera Outlets Mall ซึ่งท่านสามารถ เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ซึ่งที่นี่เป็นแหล่ง รวมรวบสินค้าหรูแบรนด์เนม จากอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น พบกับสินค้า คุณภาพในราคาที่ท่านพอใจ ได้จากที่นี่โดยสินค้าบางรุ่นนั้นถูกกว่าเมืองไทยถึง 50เปอร์เซ็นเลยทีเดียว สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน
|
| 13.50 น. |
เดินทางสู่ ปักกิ่ง โดยสายการบินแอร์ ไชน่า เที่ยวบิน CA 170
|
| 17.15 น. |
ถึงสนามบินปักกิ่ง หลังจากผ่านขั้นตอนศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
“ปักกิ่ง” หรือ เป่ย์จิง (Beijing) เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีชื่อย่อว่า จิง ตั้งอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของ ที่ราบหวาเป่ย ชื่อเดิมคือ จี่ สมัยชุนชิวจ้านกั๋วเป็นเมืองหลวงของแคว้นยัน สมัยราชวงศ์เหลียว เป็นเมืองหลวงรอง ชือยันจิง เป็นเมืองหลวงของจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิน หยวน หมิง ชิงจนถึง สาธารณรัฐจีน เคยใช้ชื่อจงตู ต้าตู เป่ยผิงและเป่ยจิง เริ่มตั้งเป็นเมืองตั้งแต่ปี 1928 ปัจจุบัน แบ่งเป็น 16 เขตและ 2 อำเภอ เป็นนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง พื้นที่ทั่วนครเป่ยจิงมีถึง 16,800 ตารางกิโลเมตร ถึงสิ้นปี 2002 ทั่วนครเป่ยจิงมีประชากร 1,136,300 คน นครเป่ยจิงเป็นศูนย์การเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษาและเขตชุมทางการคมนาคมทั่วประเทศจีนและก็เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อดังทั้งในประเทศจีนและในโลก
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
ที่พัก ณ HOLIDAY INN EXPRESS HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
|
| วันที่หก พระราชวังต้องห้าม “กู้กง” – นวดฝ่าเท้า – ตลาดรัสเซีย – กรุงเทพฯ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารทำท่านชม จัตุรัสเทียนอันเหมิน (ความหมายประตูของสันติภาพอย่างสวรรค์) เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ 880 เมตร ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 500 เมตร พื้นที่ทั้งสิ้น 440,000 ตารางเมตร สามารถจุประชากรได้ถึง 1,000,000 คน ปัจจุบันจัตุรัสเทียนอันเหมินนับเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของประเทศจีนใหม่ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีฉลองเนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆซึ่งบริเวณนั้นยังเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์วีรชนศาลาประชาคม จัตุรัสเทียนอันเหมินล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญ ได้แก่ หอประตูเทียนอันเหมินที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจัตุรัส ธงแดงดาว 5 ดวงผืนใหญ่โบกสะบัดอยู่เหนือเสาธงกลางจัตุรัส จากนั้นเที่ยวชม พระราชวังต้องห้าม สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เป็นทั้งบ้านและชีวิตของจักรพรรดิในราชวงศ์หมิงและชิงรวมทั้งสิ้น 24 พระองค์ พระราชวังเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี มีชื่อในภาษาจีนว่า ‘กู้กง’ หมายถึงพระราชวังเดิม มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘จื่อจิ้นเฉิง’ ซึ่งแปลว่า ‘พระราชวังต้องห้าม’ เหตุที่เรียกพระราชวังต้องห้าม เนื่องมาจากชาวจีนถือคติในการสร้างวังว่า จักรพรรดิเปรียบเสมือนบุตรแห่งสวรรค์ ดังนั้นวังของบุตรแห่งสวรรค์จึงต้องเป็น ‘ที่ต้องห้าม’ คนธรรมดาสามัญไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้ โบราณสถานแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร นำท่านชมอาคารเครื่องไม้ที่ประกอบด้วยห้องต่างๆ ถึง 9,999 ห้อง ชมตำหนักว่าราชการพระตำหนักชั้นใน ห้องบรรทมของจักรพรรดิ์ และห้องว่าราชการหลังมู่ลี่ไม้ไผ่ของพระนางซูสีไท่เฮา หลังจากนั้นนำท่านไปผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยการ นวดฝ่าเท้า เป็นการแช่เท้าด้วยยาสมุนไพรจีน และนวดผ่อนคลายที่ ศูนย์วิจัยทางการแพทย์แผนโบราณ ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการแพทย์โบราณตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันการส่งเสริมการใช้สมุนไพรจีนที่มีมานานนับพันปีพร้อมรับฟังการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นให้ท่านได้อิสระช้อบปิ้งที่ ตลาดรัสเซีย เพื่อเลือกซื้อสินค้าขายส่งราคาถูก อาทิเช่น ผ้าไหม ถุงเท้า รองเท้า นาฬิกา เป็นต้น....ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
|
| 19.40 น. |
เดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์ไ ชน่า (AIR CHINA) เที่ยวบินที่ CA979
|
| 23.45 น. |
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
|