พุกาม-มัณฑเลย์-หงสา-อินทร์แขวน 5 วัน |
| วันแรก กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง-สิเรียม-เจดีย์เยเลพญา - เจดีย์โปตาทาวน์-เทพทันใจ-เทพกระซิบ-เจดีย์ชเวดากอง-โชว์พื้นเมือง |
| 06.00 น. |
พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสายขาออก ชั้น 4 (ประตู 3-4 ) เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน
*
|
| 08.00 น. |
ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ TG 303 (เวลาที่พม่าช้ากว่าเมืองไทย 30 นาที) **บริการอาหารบนเครื่อง* |
| 08.45 น. |
เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ เม็งกะลาดง เมืองย่างกุ้ง หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า ท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 45 กิโลเมตร ชมความสวยงามแปลกตาของเมือง ซึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสในสมัยโบราณ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้ง ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี นำท่านชม พระเจดีย์เยเลพญา บนเกาะกลางน้ำ ที่เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม นำท่านไหว้สักการะเพื่อขอ พรพระจกบาตร หรือ พระอุปคุป ที่เป็นที่นับถือของชาวพม่า ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อย ๆ ตัว สามารถซื้ออาหารที่ว่ายวนเวียนให้ท่านได้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อย ๆตัวที่ว่ายวนเวียนให้ท่านได้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ ย่างกุ้ง
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชม เจดีย์โปตาทาวน์ ตามตำนานเล่าขานว่าเมื่อราว 2000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์ มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิง หรือดากอง ณ บริเวณนี้จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ก่อนนำไปบรรจุในมหาเจดีย์เวดากองและเจดีย์สำคัญอื่น ๆเจดีย์โบดาทาวน์ จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้งทำให้เจดีย์โบดาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศ แต่ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุครั้นเมื่อเจดีย์โบดาทาวน์องค์ใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่นาชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบดาทาวน์คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมาวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนักตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ใน พระราชวังมัณฑะเลย์ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดียทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ตนอกจากพระพุทธรูปทองคำ จากนั้นนำท่านนมัสการ พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า และชาวไทยที่นิยมมากราบไหว้ขอพรและเพื่อความเป็นสิริมงคล และไม่พลาดที่จะขอพร เทพกระซิบ เทพศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าอยู่ภายในอาคารตรงข้ามกับ เจดีย์โปตาทาวน์ โดยการขอพรต้องเข้าไปกระซิบที่ข้างหู จากนั้นนำชม เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ทองแห่งเมืองดากองหรือตะเกิง (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) แห่งลุ่มน้ำอิระวดี มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า มีความสูงถึง 326 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าโอกะลาปะ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มหาเจดีย์ ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม ยอดฉัตรประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่ากว่า 5,548 เม็ด รวมถึงทับทิม ขนาดเท่าไข่ไก่รอบๆ องค์พระเจดีย์ชเวดากองเป็นลานกว้างรองรับแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนได้จำนวนมาก บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศจะมีวิหารโถง สร้างด้วยเครื่องไม้หลังคาทรงปราสาท ปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองเป็นนิตย์ จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนานับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์ จากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น |
| 19.00 น. |
บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์ นานาชนิดให้ท่านได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองแบบพม่า พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ของพม่า อันงดงามอ่อนช้อย ณ ภัตตาคารการะเวก บนทะเลสาบหลวง ภัตตาคารนี้สร้างในปีที่ 2513 เลียนแบบเรือกัญญาหัวเรือเป็นรูปนกการะเวก สัตว์ในวรรณคดีป่าหิมพานต์ ท่านสามารถเห็นทิวทัศน์ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้งดงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง
พักที่ PARK ROYAL HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว)
|
| วันที่สอง ย่างกุ้ง-พุกาม-เจดีย์ชเวสิกอง-กะยันสิททาอูมิน-วิหารโลเมงโล-วิหารอานันทา-วิหารธรรมมายันจี-วัดกุโสดอ |
| 06.30 น. |
เดินทางสู่ พุกาม โดยสายการบินแอร์บะกัน เที่ยวบินที่ W9009 (บริการอาหารกล่อง)
|
| 07.50 น. |
เดินทางถึง เมืองพุกาม เมืองแห่งโบราณสถาน ท่านจะได้ชมสถูปเจดีย์ และวิหาร ส่วนที่รอดพ้นจากภัยแผ่นดินไหว และการกัดเซาะของแม่น้ำอิระวดีมีอยู่ไม่น้อยกว่า 2,000 แห่ง ถูกขนานนามว่าเป็น"ดินแดนแห่งป่าพระเจดีย์" นำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีอายุกว่า 900 ปีขึ้นไป ภายในเชื่อว่าประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากพระสรีระหลายส่วน ทั้งที่เป็นธาตุจากไหปลาร้า พระนลาฎ ตลอดจนพระเขี้ยวแก้วของพระเจ้าอโนรธา ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรพุกาม ชมระฆังใหญ่ ซึ่งพระเจ้าบุเรงนองโปรดให้หล่อขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระเจดีย์ชเวสิกอง เมื่อคราวยกทัพมาตีพุกามได้ นอกจากนั้นเราจะได้ชม ผีนัด หรือผีบ้านผีเมือง ซึ่งเป็นความเชื่อและนับถือของชาวพม่า รวมจนถึงอาณาจักรล้านนาด้วย จากนั้นชมวัดกะยันสิททาอูมิน ซึ่งมีลักษณะเป็นถ้ำสำหรับการจำศีลภาวนา ชมจิตรกรรมฝาผนังภายในถ้ำ ซึ่งภาพของพระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงส์ เพื่อเสด็จไปเทศน์โปรดพระพุทธมารดา นอกจากนี้ที่เพดานเหนือประตูทางออกมีลวดลายพระพุทธบาทที่สวยงามมากอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดมนูหะ สร้างโดยพระเจ้ากษัตริย์มอญที่ถูกจับตัวมาเป็นเชลยศักดิ์อยู่ที่พุกามพร้อมมเหสี และพลเมืองมอญอีกว่า 30,000 คน ที่ถูกกวาดต้อน มาเมื่อครั้งที่พระเจ้าอโนรธาตีเมืองสะเทิมได้ใน ปี พ.ศ. 1600 และยึดพระไตรปิฎก 30 ชุดมาไว้ที่พุกาม การที่พระเจ้ามนูหะทรงสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นก็เพื่อเป็นการถ่ายทอด และระบายให้ได้รับรู้ถึงความอึดอัดใจ และความไม่สบายใจที่พระองค์มีต่อการต้องตกเป็นเชลยเช่นนี้ ภายในวิหาร ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ 3 องค์ ซึ่งองค์ประธานนั้นมีขนาดมโหฬารบริเวณพระอุระของพระพุทธรูปมีขนาดโตพองจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ทับถมในจิตใจของพระองค์ หากเดินเข้าไปตามช่องว่างระหว่างวิหารกับพระพุทธรูป จะพบกับพระพุทธรูปปางไสยาสน์อีก 2 องค์ ซึ่งก็ขนาดใหญ่โตจนทำให้วิหารคับแคบลงไปถนัดตาเช่นกัน
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| บ่าย |
ชม วัดอานันทาวิหาร เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อได้รับการยกย่องว่าเป็น “เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม” เป็นที่รู้จักเหนือวิหารทั้งหลาย สร้างโดยพระเจ้าจานสิตา เมื่อก่อนยอดพระเจดีย์ยังเป็นสีขาวเหมือนกับพระเจดีย์องค์อื่นๆ ของพุกาม แต่รัฐบาลพม่าได้มาทาสีทองทับเมื่อปี พ.ศ. 2533 เพื่อสมโภชการสร้างอานันทวิหารครบรอบ 900 ปี ตัววิหารเป็นทรงสี่เหลี่ยม มียอดเป็นฉัตรทอง มีมุขเด็ด ยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนไม้ปิดทอง สี่ทิศ มีลักษณะเดียวกัน ขนาดสูงถึง 31 ฟุต ประกอบด้วย พระกกุสันโธพุทธเจ้า ซึ่งเดิมทีประจำอยู่ทิศตะวันออก แต่ได้ถูกย้ายมาประจำทิศเหนือ, พระโกนาคมนพุทธเจ้า สร้างขึ้นใหม่ ประจำทิศตะวันออก, พระกัสสปพุทธเจ้า ประจำทิศใต้, พระโคดมพุทธเจ้า ประจำทิศตะวันตก จากนั้นชม วิหารธรรมมายันจี วิหารที่วัดนี้ได้ชื่อว่าใช้ความหนาแน่น ความละเอียดพิถีพิถันในการสร้างมากที่สุดในพม่าก็ว่าได้ จากนั้นให้ท่านได้เลือกซื้อ เครื่องเขิน เป็นสินค้าพื้นเมืองของพุกามที่ขึ้นชื่อ ข้อเด่นของเครื่องเขินคือ ความประณีตและลวดลายที่วิจิตรบรรจง จากนั้นชมเจดีย์ชเวสันดอ เชื่อกันว่าภายในบรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า และยังมีรูปปั้นเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดูตั้งอยู่บริเวณลานของวิหาร จึงมีชื่อเรียกแบบฮินดูว่าเจดีย์กาเนซา จากบริเวณนี้ท่านสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า และเจดีย์น้อยใหญ่ ที่ตั้งอยู่รายรอบ จนได้สมญานามว่า “ป่าทะเลเจดีย์”
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอกที่หาชมได้ยาก อันเป็นศิลปะที่งดงามอ่อนประดุจมีชีวิต พร้อมให้ท่านได้ทดลองลิ้มรสอาหารพื้นเมืองของคนพม่า
พักที่ MYANMAR TREASURE HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว) |
| วันที่สาม พุกาม-มัณฑเลย์-สะพานไม้อูเบง-วัดกุโทดอ-วัดชเวนันดอ-พระราชวังมัณฑเลย์-ชมวิวมัณฑเลย์ฮิล |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
| 08.15 น. |
เดินทางสู่ มัณฑเลย์ โดย สายการบินแอร์บะกัน เที่ยวบินที่ W9009 |
| 08.45 น. |
ถึง มัณฑเลย์ เมืองหลวงเก่าของพม่าอีกแห่งหนึ่ง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอมรปุระ ซึ่งเป็นเมืองหลวงก่อนที่จะย้ายไปเมืองมัณฑเลย์ นำท่าน ชมสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ชมวัดกุโทดอ ซึ่งพระเจ้ามินดงทรงใช้เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฎก ที่วัดนี้จึงเป็นที่เก็บพระไตรปิฎกที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระไตรปิฎกนี้สลักลายบนแผ่นหินขนาดใหญ่ถึง 729 แผ่น แต่ละแผ่นตั้งอยู่โดยมีศาลาคลุม ตั้งเรียงรายเป็นแถวแนวในวัด |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านชมวัดชเวนันดอ ชมอาคารไม้สักทองสลักเสลาด้วยลวดลายที่งามวิจิตร อาคารนี้เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระเจ้า มินดง เมื่อสิ้นพระชนม์ลงแล้ว พระเจ้าทีบอ (กษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า) ได้รื้อมาถวายวัดภายในอาคารยังตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเล่าเรื่องมหาชาดก 10 ชาติ ที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุดจากนั้นผ่านชมวัดอตุมาชิ สร้างโดยพระเจ้ามินดง เป็นอาคารไม้ตกแต่งด้วยปูนปั้นมีระเบียงรอบถึง 5 ชั้น แตกต่างจากวัดอื่นๆ ต่อมาถูกไฟไหม้หมด ขณะนี้ทางการพม่าได้ก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในรูปแบบเดิม ชมพระราชวังมัณฑเลย์ สร้างขึ้นเมื่อย้ายราชธานีมาจากอมรปุระ เป็นพระราชวังขนาดใหญ่มีประตูเข้าถึง 12 ประตู ตัวพระราชวังเป็นหมู่อาคารไม้และตึก ประกอบด้วยท้องพระโรง พระที่นั่ง และตำหนักต่างๆ ทั้งหมดถูกไฟไหม้เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันทางการพม่าได้จำลองขึ้นใหม่อีกครั้งบนฐานเดิม นำท่านชมวิธีการทอผ้าพื้นเมืองของพม่า ให้ท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝาก ของที่ระลึกสมควรแก่เวลานำท่านชมทัศนียภาพของเมืองหลวงเก่าของพม่าที่ภูเขามัณฑเลย์
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ MADALAY HILL RESORT & HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว ) |
| วันที่สี่ พระมหามัยมุนี-ย่างกุ้ง- หงสาวดี – พระธาตุมุเตา – พระธาตุอินทร์แขวน |
| 04.00 น |
นำท่านร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมล้างหน้า พระพักตร์พระมหามัยมุนี และร่วมกันถวายผ้าจีวรแด่พระมหามัยมุนี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 เชิญทุกท่านร่วมทำบุญบูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ปางปรินิพพาน สวยงามมาก
|
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 08.50 น. |
เดินทางสู่ ย่างกุ้ง โดยสายการบินย่างกุ้ง แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ HK722
.)
|
| 10.15 น. |
เดินทางถึง ย่างกุ้ง เดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองหงสาวดี (บะโค) ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และอายุมากกว่า 400 ปี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพิเศษ กุ้งแม่น้ำ ชม เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือพระธาตุมุเตา (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในหงสาวดี สัญลักษณ์ยืนยันความ เจริญรุ่งเรือง อีกทั้งยังเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของกรุงหงสาวดีมาช้านาน นำเชิญท่านนมัสการ ยอดเจดีย์หัก ซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่พระธาตุอินทร์แขวน ระหว่างทางผ่านชมแม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่ สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตามซึ่งนำทัพโดย สุรกรรมาเป็นกองหน้า พระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมา กองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว พระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพ กลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภคยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที (ต้องเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่นและเปลี่ยนเป็นนั่งเสลี่ยง) เมื่อถึงยอดดอยแล้วพาท่านเดินต่อไปยังองค์พระธาตุอินทร์แขวนชมทัศนียภาพอันสวยงามของสองข้างทางพร้อมสัมผัสความเย็นซึ่งจะค่อย ๆ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ เดินทางจนถึงที่พัก
|
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม หลังอาหารค่ำที่โรงแรม เชิญท่านไปนมัสการพระธาตุ ตามอัธยาศัยบริเวณ พระธาตุอินทร์แขวน หรือก้อนหินทอง ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ปิดทอง ที่วางหมิ่นเหม่ อยู่บนหน้าผ้า ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ สามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืนสำหรับท่านที่ต้องการนมัสการกลางแจ้งเป็นเวลานาน ที่บริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้เที่ยว พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 22.00 น.
พักที่ KYAIKHTO HOTEL หรือ MOUNTAIN TOP HOTEL |
| วันที่ห้า อินทร์แขวน - ย่างกุ้ง-ตลาดสก็อต-วัดพระหินอ่อน-ช้างเผือก-กรุงเทพฯ |
| 05.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และจัดเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางกลับ
|
| 06.00 น. |
ออกเดินทางกลับ (เปลี่ยนนั่งเสลี่ยง) ถึงคิมปุนแค้มป์ พร้อมนำท่านเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเลือกซื้อสินค้าที่ ตลาดสก๊อต ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ท่านจะสามารถซื้อหาของที่ระลึกพื้นเมืองได้มากมายในราคาถูก เช่น ไม้ และงาช้างแกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมืองและเครื่องเงิน นำท่านชม วัดพระหินอ่อน ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปทำจากหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนำท่านชมความน่ารัก แสนรู้ของ ช้างเผือก ที่มีลักษณะทั้ง 9ประการตรงตามตำราโบราณ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติเม็งกะลาดง |
| 19.40 น |
. ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 306
|
| 21.35 น. |
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม |
| หมายเหตุ |
|
บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสมบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน / ขอสงวนการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า / การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
|
|
|