สังเวชนียสถาน พุทธคยา พาราณสี 8วัน 7คืน
สักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์..สถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชมวัดเวฬุวัน..วัดแห่งแรกในพุทธศาสนาชมเมืองพาราณสี..นครศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู อายุกว่า 4,000 ปีกราบสักการะสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ เมืองลุมพินี

สังเวชนียสถาน พุทธคยา พาราณสี 8วัน 7คืน

วันที่หนึ่งของการเดินทาง กรุงเทพฯ – พุทธคยา
09.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เจตอร์ D สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารการเดินทางและติดป้ายกระเป๋าเช็คสัมภาระ
12.10 น. ออกเดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG8820 มุ่งสู่เมืองคยา (GAYA)
14.00 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองคยา หรือ พุทธคยา เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุด 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน และถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเวลากว่าสองพันห้าร้อยปีที่สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของจุดหมายแสวงบุญของชาวพุทธผู้มีศรัทธาทั่วโลก ปัจจุบันพุทธคยามีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดมหาโพธิ์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา 350 เมตร อดีตตำบลที่ตั้งพุทธคยาชื่อว่า อุรุเวลาเสนานิคม ปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น อุเรล ในปัจจุบันพุทธคยาอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการร่วม พุทธ-ฮินดู และพุทธคยาได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2545
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก LOTUS NIKKO HOTEL หรือเทียบเท่า
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก
หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สองของการเดินทาง พุทธคยา – ต้นพระศรีมหาโพธิ์ –วัดไทยพุทธคยา – วัดพุทธนานาชาติ – บ้านนางสุชาดา
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านสวดมนต์นั่งสมาธิ องค์พระมหาเจดีย์พุทธคยา อันเป็นสถานที่ตรัสรู้ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นมัสการพระแท่นวัชรอาสน์ด้านในประดิษ ฐาน พระพุทธเมตตา สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ มีอายุกว่า 1400 ปี และสัตตมหาสถานที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับเสวยวิมุตติสุขหลังตรัสรู้ 7 แห่งคือ โพธิบัลลังก์, อนิมิสเจดีย์, รัตนจงกรมเจดีย์, รัตนฆรเจดีย์, อชปาสนิโครธ (ต้นไทร), ต้นมุจลินท์ (ต้นจิก) และต้นราชายตนะ (ต้นเกด)... นำท่าน นมัสการ พระศรีมหาโพธิ์ เป็นที่ซึ่งเจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้ ณ ใต้ต้นโพธิ์แห่งนี้ โดยที่ต้นปัจจุบันนี้เป็นต้นที่ 4 ที่แตกหน่อมาจากต้นแรกที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งก่อนตรัสรู้ นายพลเซอร์คันนิ่งแฮม นักโบราณคดีชาวอังกฤษได้ปลูกขึ้นแทนต้นที่ 3 เมื่อปีพ.ศ. 2423 ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 128 ปี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านไปยัง วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา อยู่ห่างจากองค์เจดีย์พุทธคยาประมาณ 500 เมตร เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลและอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทย ปัจจุบันมีพระเทพโพธิวิเทศเป็นเจ้าอาวาส พระอุโบสถของวัดไทยพุทธคยาจำลองแบบมาจากวัดเบญจมบพิตรที่กรุงเทพซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมของสมัยรัตนโกสินทร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งการจำลองแบบจนดูเหมือนนี้ไม่ใช่เฉพาะภายนอก แต่ยังมีภายในที่เหมือนกันด้วย และนำท่านไปยัง วัดนานาชาติ ที่อยู่รอบๆ ในเขตปริมณฑลพุทธคยา เป็นเหมือนมหาสังฆาราม ที่รวมวัดเล็กวัดน้อยเข้าไว้ในอาณาบริเวณเดียวกัน โดยประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา ทั้งสายมหายานและเถรวาท ต่างก็มีศรัทธามาสร้างวัดขึ้น ด้วยมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมของประเทศของตน จะเรียกว่าเป็นอาณาจักรแห่งพุทธศาสนิกชนนานาชาติก็ได้ ประกอบไปด้วยวัดต่างๆ สายเถรวาท มี วัดไทย วัดพม่า วัดลังกา วัดสงฆ์อินเดีย วัดโพธิ์คำอัสสัม วัดสงฆ์บังคลาเทศ สายมหายานมี วัดจีน วัดธิเบต วัดญี่ปุ่น วัดเวียตนาม วัดเกาหลี วัดภูฏาน วัดสิกขิม เป็นต้น … จากนั้นนำท่านชมบริเวณ บ้านนางสุชาดา ชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่ง แม่น้ำเนรัญชรา สถานที่สำคัญอีกแห่งในคยา ที่ผู้จาริกแสวงบุญจะต้องไปเยี่ยมชม บ้านนางสุชาดา และสถานที่ลอยถาดซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา นางสุชาดา เป็นลูกสาวของเศรษฐีแห่งตำบลอุรุกเวลาเสนานิคม นางสุชาดาเป็นคนที่นำถาดทองใส่ข้าวมธุปายาส (ข้าวที่หุงกวนด้วยน้ำผึ้งและน้ำนม) ถวายแด่เจ้าชายสิทธัต ด้วยเข้าใจว่าเจ้าชายสิทธัตถะที่นั่งสงบอยู่ใต้ต้นไม้ คือรุกขเทวดาที่ช่วยให้นางได้ลูกชายสมปรารถนาซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ท่านได้ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า หลังจากที่เสวยข้าวมธุปายาสเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ทำการเสี่ยงทายโดยตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าหากท่านได้ตรัสรู้แจ้งเห็นจริง ขอให้ถาดทองลอยทวนน้ำ ซึ่งปรากฏว่า ถาดทองได้ลอยทวนน้ำ ตามคำที่ท่านได้อธิษฐานไว้จริงๆ
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก LOTUS NIKKO HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สามของการเดินทาง พุทธคยา – ราชคฤห์ – เขาคิชกูฏ – วัดเวฬุวัน – มหาวิทยาลัยนาลันทา – พุทธคยา
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
07.00 น. นำท่านเดินทางสู่ RAJGIR (ระหว่างทางสวดมนต์ทำวัตรเช้า) เพื่อขึ้นชม เขาคิชกูฎ นมัสการและทำสมาธิภาวนา ณ มูลคันธกุฏิ (กุฏิพระพุทธองค์), กุฎิพระอานนท์, ถ้ำสุกรขาตา สถานที่ที่พระสารีบุตรบรรลุเป็นพระอรหันต์ และที่พระเทวทัตกลิ้งก้อนหินใส่พระพุทธองค์ ชมทิวทัศน์ของเมืองราชคฤห์จากพื้นสูง ( การขึ้นเขาคิชกูฏ ซึ่งเป็นการเดินขึ้นที่สูง ลาดชันพอประมาณ ระยะทางโดยรวมประมาณ 750 เมตร ทุกท่านจะต้องเดินขึ้น รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปถึงได้ ผู้ที่แข็งแรงสามารถเดินขึ้นได้ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีก็ถึง สำหรับท่านที่คิดว่าเดินไม่ไหว ก็สามารถขึ้นได้โดยวิธีการนั่งเสลี่ยง คนหามขึ้น-ลงได้ แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน ค่าใช้จ่ายท่านละ 700 รูปี ) ... จากนั้นนำท่านชมวัดเวฬุวัน หรือวัดป่าไผ่ เป็นวัดที่พระเจ้าพิมพิสารถวายให้พระพุทธเจ้า จัดเป็นวัดแรกในพุทธศาสนา ที่แห่งนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เป็นที่เกิดวันมาฆบูชามีพระอรหันต์มาประชุมโดยไม่ได้นัดหมาย 1250 รูปก็บริเวณนี้
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองนาลันทา กรุงราชคฤห์ นำคณะชม มหาวิทยาลัยนาลันทา ซากมหาวิทยาลัยในพระพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองโด่งดังที่สุดในโลก มีนักศึกษาที่เป็น พระภิกษุจำนวนกว่าหมื่นคน ซึ่งได้ถูกทำลายโดยชาวมุสลิม และได้ฆ่า คณาจารย์และพระนักศึกษาจนหมดสิ้นแถมยังเผาอาคารทั้งหมด เหลือไว้แต่ซากปรักหักพังปรากฏเป็นรูปฐานและผนังของอาคารยาวเหยียด ในบริเวณอันกว้างขวาง และยังเป็นบ้านเกิดของ พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร ที่นี่ยังมีพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตร ปรากฏอยู่ และศาสนวัตถุสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งซึ่งประดิษฐานอยู่นอกเขตรั้วของมหาวิทยาลัยสงฆ์ ทางด้านทิศตะวันตก นามว่า “หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ” หรือ “หลวงพ่อองค์ดำ” พระพุทธรูปที่สำคัญและเลื่องชื่อที่สุดในประเทศอินเดีย เพราะเป็นพระพุทธรูปเพียงองค์เดียวที่หลุดรอดจากการถูกทำลายของกองทัพมุสลิมในปี พ.ศ. ๑๗๖๖ โดยเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินแกรนิตสีดำ ขนาดหน้าตักกว้าง ๖๐ นิ้วฟุต ความสูงนับจากพระเพลาถึงยอดพระเกตุ ๖๙ นิ้วฟุต พระเกตุทรงดอกบัวตูม ปางนั่งขัดสมาธิ องคุลีของพระหัตถ์ขวาทั้งหมดชี้แม่พระธรณีเป็นพยาน ตามที่คนไทยนิยมเรียกว่า “ปางมารวิชัย” มีอายุ ๑,๐๐๐ กว่าปี แม้บางองคุลีของพระหัตถ์และพระนาสิกจะหักบิ่นไปเล็กน้อย แต่ก็ยังทรงความสมบูรณ์งดงามอยู่มิได้จืดจาง... ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองคยา
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก LOTUS NIKKO HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทาง พุทธคยา – ไวสาลี – กุสินารา
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา (ระยะทาง 254 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชม สวดมนต์ทำวัตรเช้าระหว่างทาง) ระหว่างทางนำท่านชม เมืองไวสาลี หรือ เมืองเวสาลี เมืองหลวงของแคว้นวัชชี เป็นเมืองใหญ่หนึ่งในเจ็ดของอินเดียโบราณ เมืองเวสาลีเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าจำพรรษาสุดท้าย ตอนพระพุทธองค์เสด็จผ่านมายังเมืองนี้ ได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า “อีกสามเดือนจากนี้ไป ตถาคตจะดับขันธ์ปรินิพพาน” หลังจากนั้นพระพุทธองค์ได้เสด็จไปเมืองกุสินาราซึ่งเป็นสถานที่เสด็จปรินิพพานชม สระน้ำราชาภิเษก ถือเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ สำหรับราชตระกูลกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองไวสาลีเท่านั้น
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองกุสินารา เป็นชื่อเก่าสมัยพุทธกาล ปัจจุบันเรียกว่า “กาเซีย” เป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธองค์หลายกรณี เสด็จปรินิพพาน, ได้ปัจฉิมสาวก, ประทานปัจฉิมโอวาท และอื่นๆ ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ แจกพระบรมสารีริกธาตุ ก็ทำที่เมืองกุสินารานี้ทั้งสิ้น เมืองกุสินารา เป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมืองปาวา เป็นที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก LOTUS NIKKO KUSINAGAR HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ห้าของการเดินทาง กุสินารา – ลุมพินี
**(โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตราออกจากประเทศอินเดีย เข้าสู่ประเทศเนปาล)**
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านไปยังอนุสรณ์สถานที่สำคัญคือ วิหารปรินิพพาน สถูปใหญ่ ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารปรินิพพานซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพาน พระพุทธรูปปางอนุฏฐิตไสยาสน์ มีพุทธลักษณะคือพระพุทธรูปนอนบรรทมตะแคงเบื้องขวา ศิลปะมถุรา มีอายุกว่า 1,500 ปี ในจารึกระบุผู้สร้างคือ หริพละสวามี โดยนายช่างชื่อ ทินะ ชาวเมืองมถุรา ในปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดหมายสำคัญที่ชาวพุทธจะมาสักการะเพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะอันพิเศษคือเหมือนคนนอนหลับธรรมดาแสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานจากไปอย่างผู้หมด กังวลในโลก จากนั้นนมัสการ มกุฎพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้า ซึ่งปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ มกุฏพันธนเจดีย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง ห่างจากวิหารปรินิพพาน 1.61 กิโลเมตร เมื่อเจ้ามัลละกษัตริย์อัญเชิญพระบรมศพจากอุทยานสาลวันเข้าไปทางทิศเหนือของเมืองแล้ว ขบวนก็ผ่านไปทางประตูเมืองด้านตะวันออก เลยไปถึงมกุฏพันธนเจดีย์ที่ปรากฏอยู่วันนี้ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นภายหลังการถวายพระเพลิง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหาร นำท่านออกเดินโดยรถโค้ช สู่เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) ถึงชายแดนประเทศอินเดีย-เนปาล ประทับตราหนังสือเดินทางเพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก NEW CRYSTAL HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่หกของการเดินทาง สวนลุมพินี – สารวัตถี
**(โปรดเตรียมหนังสือเดินทางไว้กับตัวเพื่อประทับตราออกจากประเทศอินเดีย เข้าสู่ประเทศเนปาล)**
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางไปยัง สวนลุมพินี เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล เป็นพุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบลเพียงแห่งเดียวที่อยู่นอกประเทศอินเดีย ลุมพินีวัน เดิมเป็นสวนป่าสาธารณะหรือวโนทยานที่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ในสมัยพุทธกาลลุมพินีวันตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมือง กบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ ในแคว้นสักกะ บนฝั่งแม่น้ำโรหิณี หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่มาปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่า เสาอโศก ที่จารึกข้อความเป็นอักษรพราหมีว่าพระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชข้ามผ่านชายแดนประเทศเนปาล-อินเดีย มุ่งหน้าสู่เมือง สารวัตถี (SRAVASTI) (ระยะทางประมาณ 180 ก.ม.) สารวัตถี เป็นเมืองโบราณในสมัยพุทธกาลมีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน แคว้นมหาอำนาจใน 16 มหาชนบทในสมัยพุทธกาล จากนี้เมืองสาวัตถีนับว่าเป็นเมืองสำคัญในการเป็นฐานในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าที่สำคัญ เพราะเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา เป็นที่ตรัสพระสูตรมากมายและเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันยังมีซากโบราณสถานที่สำคัญปรากฏร่องรอยอยู่ คือวัดเชตวันมหาวิหาร(ซึ่งพระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ถึง 19 พรรษา), บริเวณวังของพระเจ้าปเสนทิโกศล, บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐี(สถูป), บ้านบิดาขององคุลีมาล(สถูป), สถานที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ (หน้าวัดพระเชตุวันมหาวิหาร) ที่แสดงยมกปาฏิหาริย์ รวมถึงต้นอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ซึ่งชาวพุทธนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับสองรองจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาวัดเชตวันมหาวิหาร เป็นต้น
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก LOTUS NIKKO SRAVASTI HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ดของการเดินทาง สารวัตถี – วัดเชตวันวิหาร – กุฏิพระพุทธเจ้า – ต้นอานันทโพธิ์ – พาราณสี
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านชมสถานที่สำคัญอื่นๆเช่น บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี, บ้านพ่อขององคุลีมา, เนินดินที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ จากนั้นนำท่านกราบนมัสการพระพุทธเจ้าที่ วัดเชตวันวิหาร เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่พระพุทธเจ้ารวมทั้งพระอรหันต์ได้จำพรรษาอยู่นานที่สุดถึง 19 พรรษา สร้างโดยอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี กล่าวกันว่าต้องขนเงินมาปูพื้นที่ให้เต็มสวนจึงจะซื้อที่ดินมาสร้างวัดถวายแด่พระพุทธเจ้าได้ เพราะในสมัยนั้นดินแดนทุกแห่งเป็นของผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์ นำท่านนมัสการ กุฎิพระพุทธเจ้า กุฎิพระโมคคัลลา กุฎิพระสารีบุตร กุฎิพระสิวลี กุฎิพระอานนท์ และสถูปที่บรรจุสารีริกธาตุของพระอรหันต์ ชมบ่อน้ำที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นที่สรงน้ำตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่ รวมถึงต้นอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ซึ่งชาวพุทธนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับสองรองจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาวัดเชตวันมหาวิหาร เป็นต้นโพธิ์ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารนำท่านเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองพาราณสี “พาราณสี” เป็นทางผ่านของ “แม่น้ำคงคา” อันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศอินเดีย และแม่น้ำคงคาตอนที่ผ่านเมืองพาราณสีนั้น ถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสามารถใช้ล้างบาปมนุษย์ได้ แม่น้ำคงคาตอนที่ไหลผ่านเมืองพาราณสีนั้น ไหลจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ ซึ่งไม่ปรากฏในแห่งอื่นๆของประเทศอินเดีย “พาราณสี” เป็นเมืองที่มีท่าน้ำลงสู่แม่น้ำคงคามากที่สุดและเก่าแก่ที่สุดสร้างโดยกษัตริย์และมหาเศรษฐีในอดีตหลายยุคหลายสมัยด้วยกัน
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก IDEAL TOWER HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่แปดของการเดินทาง พาราณสี – ล่องเรือแม่น้ำคงคา – สารนาถ – พาราณสี – กรุงเทพฯ
05.00 น. นำท่านล่องเรือในแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากมวยผมขององค์พระศิวะ (แม่น้ำนี้ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตเทือกเขาหิมาลัย ประเทศจีนและเนปาล) ให้ทุกท่านได้ลอยกระทง ในแม่น้ำคงคา ชม พิธีบูชาไฟ มหาศิวะราตรี และ การเผาศพ ของชาวฮินดูที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน รวมทั้งเป็นสถานที่คนนับล้านมุ่งหน้ามาเพื่อชมพิธีกรรมริมฝั่งแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ (พิธีเผาศพริมแม่น้ำคงคาของศาสนาฮินดู) จากนั้นเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนกันตามอัธยาศัย
08.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาท นำท่านสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่แสดงปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตร โปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษี นักบวชและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อของพรามหณ์) ทำให้ปัจจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะมาบำเพ็ญตบะที่นี่ นำท่านชม มูลคันธกุฏี สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่ 12 ชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ชม ยสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตร ชม ธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน ... สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองพาราณสี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
14.00 น. ออกเดินทางสู่สนามพาราณสีเพื่อเตรียมตัวบินกลับกรุงเทพฯ
16.30 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 8821
21.15 น. ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ พร้อมใจที่อิ่มบุญ

ตาราง วันเดินทาง ราคา สังเวชนียสถาน พุทธคยา พาราณสี 8วัน 7คืน
เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง จำนวนที่รับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดียว สถานะ


เงื่อนไข

อัตรานี้รวม
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (ชั้นประหยัด) และค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง ค่าน้ำมันและการประกันภัยทาง อากาศ เช็ค ณ วันที่ 10 ต.ค. 54 และค่าขนกระเป๋า ท่านละ 1 ใบ (น้ำหนักไม่เกิน 30 กก.)
ค่าโรงแรมห้องพัก 2 ท่าน /1 ห้อง ที่ระบุในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่าอาหารและค่าบัตรผ่านประตูเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่ามัคคุเทศก์อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุในวงเงินท่านละ 1,000,000.-บาท
ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศอินเดียและเนปาล (สำหรับพาสปอร์ตไทย)
อัตรานี้ไม่รวม
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากค่าบริการ
ค่าทิปคนขับรถและผู้ช่วย 100 รูปี / วัน / ต่อท่าน (หรือแล้วแต่ความพึงพอใจในการให้บริการ)
หมายเหตุ
บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสม เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ / บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน / ขอสงวนสิทธิ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีที่มีการขึ้นลงของเงินตราต่างประเทศ / การไม่รับประทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย



เยือนฝรั่งเศส-ท่องโมนาโค-และนีซ-คานส์ -- แผนที่แหล่งท่องท่องเที่ยว ในเกาะบาหลี (Bali) -- เส้นทางมรดกโลกอินเดีย มุมไบ อารังกาบัด ถ้ำอาจันตา ถ้ำอารังกาบัด ตอนที่1 -- อาหาร -- อาหารอร่อยเกาหลี -- ไปเกาหลี ต้องขอวีซ๋าหรือไม่ -- EXPO 2012 YEOSU KOREA - งาน ยอซู เอ็กซ์โป 2012 -- อาหารอร่อยตาม ย่านต่างๆของฮ่องกง -- อาหารมงคล ฮ่องกง -- เมือง ซัวเถา --