เจาะลึกแบบไม่พลาดทุกเสน่ห์แห่งเนปาล
- ชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ "ยอดเขาซารังโก๊ด" จุดชมวิวเทือกเขาหิมาลัยที่ใกล้ที่สุด
- หลับตาพักผ่อนที่ "เทือกเขานากาก๊อต" ชมวิวจากจุดที่สวยที่สุด
- "ยอดเขาอันนะปุรณะ no.1" ยอดเขาที่สูงสุด 1 ใน10 ของโลก
|
| วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ – กาฐมัณฑุ |
| 17.00 น. |
พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 สายการบินโอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวก |
| 19.45 น. |
ออกเดินทางสู่ กาฐมัณฑุ โดยเที่ยวบินที่................ |
| 21.55 น. |
ถึงท่าอากาศยานตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ GRAND HOTEL KATHMANDU HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่สองของการเดินทาง พระราชวังกาฐมัณฑุ – พระราชวังหนุมานดอร์กา - เข้าเฝ้าเทพธิดากุมารี – วัดสยมภูวนาท – เทือกเขานากาก๊อต |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านชม พระราชวังกาฐมัณฑุ ซึ่งมี พระราชวังหนุมานดอร์กา (HANUMANDHOKA OR KATHMANDU DURBAR SQUARE) เป็นอาคารแบบยุโรปสีขาวมีหอสูง 9 ชั้น เรียกว่าหอพสันตปุร์เป็นพระราชวังที่ใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญในราชวงศ์และยังเป็นสถานที่กษัตริย์เนปาลประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติด้วย ชม หนุมานดอร์กา รูปปั้นหนุมานผู้ทำหน้าที่นายทวารคอยรักษาประตูเข้าพระราชวัง ชม กาฐมณฑป อาคารไม้เก่าแก่ต้นกำเนิดของชื่อเมืองกาฐมัณฑุ ซึ่งสร้างจากต้นไม้เพียงต้นเดียว และนำท่าน เข้าเฝ้าเทพธิดากุมารี ที่เชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่มีชีวิตอยู่เพียงหนึ่งเดียวในโลก (จัตุรัสแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกใน พ.ศ. 2522)
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านสักการะ วัดสวยมภูนาท หรือ วัดลิง สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้ามานะเทวะ ในปี ค.ศ. 420 องค์สถูป มีอายุกว่า 2,500 ปี และสร้างขึ้นจาก อิฐ ดินเหนียว และทองแดง ลักษณะองค์สถูปเป็นสีทองอร่ามตั้งอยู่บนฐานโอคว่ำขนาดใหญ่ที่ฉาบปูนสีขาวโพลนส่วนฐานสี่เหลี่ยมทั้งสี่ด้านมี ภาพเขียนสีรูป “ดวงตาแห่งปัญญา” และเป็นสถานที่เดียวที่พระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูสามารถอยู่คู่มานาน ... สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางขึ้นสู่ เทือกเขานากาก๊อด จุดชมวิวหิมาลัยที่อยู่ใกล้ตัวเมืองหลวงที่สุด ซึ่งตั้งอยู่บนยอดขอบกระทะของหุบเขากาฐมัณฑุ บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามโรแมนติกของเทือกเขาหิมาลัยตลอดแนวตั้งแต่ฝั่งตะวันออกจรดฝั่งตะวันตก ซึ่งมีแนวทิวเขายาวนับพันกิโลเมตร โดยในวันที่อากาศดีท่านอาจจะได้เห็นภาพ “ยอดเขาเอเวอร์เรส” ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอย่างชัดเจน นำท่านเข้าสู่ที่พักที่ |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร ... จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก
|
|
พักที่ THE FORT HOTEL หรือเทียบเท่า
(ตั้งอยู่ริมหน้าผาหันหน้าเข้าสู่แนวเทือกเขาหิมาลัย) |
| วันที่สามของการเดินทาง เทือกเขานากาก๊อต - ปัคตาปูร์ – เดอร์บาสแควร์ – พระราชวังปัคตาปูร์ – พระราชวัง 55 - พระเกล – วัดเนียตาโปลา – เมืองโภครา |
| 05.00 น. |
เก็บภาพบรรยากาศประทับใจยามพระอาทิตย์ขึ้นที่เทือกเขานากาก๊อต
ให้ท่านได้สูดอากาศยามเช้าตรู่และเก็บภาพความสวยงามของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องตัดกับหิมะขาวนวลที่ปกคลุมเทือกเขาหิมาลัยทอดตัวยาวละเลียด บ่งบอกถึงเส้นขอบฟ้าและพื้นดินของยอดเขาเอเวอร์เรสท์ เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากจนไม่อาจจะกระพริบตาได้ “เทือกเขานากาก๊อต” อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,164 เมตร จากทิศตะวันออกของหุบเขานี้จะ สามารถมองเห็นภูเขาหิมาลัยโดยรอบซึ่งประกอบด้วยยอดเขา 5 ยอด จากจำนวนยอดเขา 10 ยอดที่สูงที่ในโลกได้แก่ ภูเขาเอเวอร์เรสท์ (EVEREST), โลดเส (LHOTSE), โชยู (CHO YU), มาลาคู ( MAKALA) และ มานาสรู (MAMASLU) |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม...
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เมืองปัคตาปูร์ (Bhaktapur) เมืองมรดกโลก นครแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 โดยพระเจ้าอานนท์ มัลละ ในอดีตเคยเป็นราชธานีในหุบเขา เป็นเมืองที่เจริญบนเส้นทางการค้าสู่ธิเบต ชม ย่านเดอร์บาสแควร์ หรือย่านพระราชวังบักตาปูร์ อันเป็นที่ตั้งของวัง ชมพระราชวัง 55 พระแกล (หน้าต่าง), ประตูทองคำ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันงดงาม ชมลานสรงน้ำ หรือซุนดารี (Sundari) นำท่านเข้าชม วัดเนียตาโปลา (Nyatapola) เป็นศาสนสถานที่สูงที่สุดในเนปาล มีด้วยกัน 5 ชั้น สูง 98 ฟุต สองข้างบันไดทางขึ้นมีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ สลักเป็นรูปสัตว์ และเทพอารักขา เชื่อกันว่าปั้นแต่ละคู่มีอำนาจหยุดสิ่งชั่วร้ายที่เมารุกราน วัดนี้สร้างขึ้นถวายแด่เทพแห่งเนียตะโปลา ผู้ที่มีพลังสูงสุดหรือสิทธิลักษมี (Siddhi Lakshmi) ซึ่งเป็นเทวี ลัทธิตันตระ พระเจ้าภูปฏินทรา มัลละ สร้างวัดนี้ในปี ค.ศ. 1702
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร...
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโภครา เมืองท่องเที่ยวสำคัญอันดับสองของเนปาล เป็นจุดที่ชมความงามของเทือกเขาหิมาลัยได้ใกล้ที่สุด เนื่องจากห่างจากบริเวณเทือกเขาหิมาลัยแค่ 30 ก.ม. มียอดเขาสวยที่สูงที่สุดของเทือกเขาหิมาลัยที่มองเห็นได้ชัดถึงสามยอดด้วยกัน คือ อันนาปูร์ณา 1 , อันนาปูร์ณา 2 และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยอดเขามัจฉาปูชเลหรือเขาหางปลา ที่ดูสวยงามที่สุด(สูงจากระดับน้ำทะเล 6,994 เมตร)
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ POKHRA GRANDE HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่สี่ของการเดินทาง โภครา – ยอดเขาซารังโก๊ด – ทะเลสาบฟีวา – วัดบาลาฮี – น้ำตกเดวี่ – ถ้ำมหาเทพ – ศูนย์อพยพชาวธิเบต |
| 05.00 น. |
นำท่านชมวิวชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ณ ยอดเขาซารังโก๊ด (Sarangkot) สูง 1,592 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับการยกย่องว่า "สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก" สัมผัสประสบการณ์ขุนเขาเปลี่ยนสียามพระอาทิตย์ขึ้นอันน่าประทับใจ จากยอดเขา ณ จุดนี้ ท่านสามารถมองเห็น เขามัจฉาปูชาเร, เขาอันนะปุรณะ 1, อันนะปรณะ 2 และแนวเทือกเขาหิมาลัย ทอดตัวเป็นแนวยาวตัดกับขอบฟ้ากว้างสะอาดตา แนวเทือกเขาจะเปลี่ยนความงามตามความสว่างของพระอาทิตย์ ที่จะค่อย ๆ ฉายสีทองอาบแนวเขาทีละเล็กทีละน้อย ที่ละยอด ที่ละลูก จากฝั่งตะวันออก ยังฝั่งตะวันออก นับเป็นประสบการณ์และความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน…เทือกเขาอันนะปุรณะ (Annapurna Massif) เป็นส่วนหนึ่งของ เทือกเขาหิมาลัยด้านตะวันตก ในประเทศเนปาล ซึ่งประกอบด้วยยอดเขาสูงเกินกว่า 7,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลถึง 6 ยอด ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ยอดเขาอันนะปุรณะ 1 (Annapurna I) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงอันดับ 10 ของโลก |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม...
จากนั้นนำท่าน ล่องเรือในทะเลสาบฟีวา ที่มีน้ำใสราวหับแผ่นกระจก สงบนิ่ง จนสามารถมองเห็นใบหน้า และรูปร่างของท่านเอง สะท้อนอยู่ในน้ำ ทาบกับเงาของป่าหิมาลัย น้ำในทะเลสาบสวยใสจนสามารถเห็นยอดมัจฉาปูชาเร ที่มีหิมะคลุมตลอดทั้งปี ... นำท่านสักการะ วัดบาลาฮี ตั้งอยู่บนเกาะเล็กกลางทะเลสาบ เป็นวัดที่สร้างถวายแด่เทพอจิมา เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ท้องถิ่นแห่งเมืองโภครา นอกจากนี้นี้แล้วภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์ทรงสองชั้นซึ่งสร้างถวายพระวิษณุในปางที่พระ องค์อวตารเป็นหมูป่า (Ajima) เพื่อมาช่วยเหลือชาวโลกโดยผู้คนนิยมมาสักการะทุกเช้า ในทุกวันเสาร์ที่วัดแห่งนี้ยังจะมีการบูชายัญสัตว์แด่เทพธิดาอจิมา เทพธิดาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเมืองโภคราอีกด้วย ตัววัดตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเล สาบเฟวา ซึ่งสามารถมองเห็นยอดเขาหางปลาหรือมัจฉาปูชเรย์ได้อย่างงดงามรวมถึงบริเวณรอบๆยังมีบริการล่องเรือรอบทะเลสาบอีกด้วย ทะเลสาบเฟวามีเนื้อที่ 4.4 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ นำท่านนั่งเรือกลับสู่ฝั่ง ชมสินค้าพื้นเมืองที่ตามร้านค้าริมฝั่งน้ำ เช่น เครื่องเงิน, เครื่องหนัง, พรม, ไม้แกะสลักภาพวาดพุทธประวัติ ที่เรียกว่า ทังกะ(Tanka) ฯลฯ
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร...
จากนั้นนำท่านไปชมความงดงามของ น้ำตกเดวี่ (Devis Falls) โดยน้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองโภครา ไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เป็นที่รู้จักกันในเรื่องของความงามและความเงียบสงบของธรรมชาติโดย รอบ ... ต่อมาเดินทางไปยัง ถ้ำมหาเทพ (Gupteswar Mahadev Cave) อีกหนึ่งถ้ำที่มีชื่อเสียงของเมือง โดยถ้ำแห่งนี้มีความสำคัญทางศาสนาเป็นอย่างมาก เนื่องจากถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ที่นิยมมาสักการะบูชาเหล่าทวยเทพนั่นเอง นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมี พระวิษณุ ที่ใช้สัญลักษณ์แห่งศิวลึงค์ไว้ให้ชาวฮินดูสักการะบูชาด้วย ... นำท่านชมศูนย์อพยพชาวทิเบต ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากยูเนสโก สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวทิเบตที่พำนักอยู่ที่นี่ นอกจากนี้ท่านยังจะได้ชมการทอพรมด้วยมืออิสระให้ท่านได้ชมวิวเมืองโภคราและช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ POKHRA GRANDE HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่ห้าของการเดินทาง โภครา – กาฐมัณฑุ – ย่านทาเมล |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม...
นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองกาฐมัณฑุ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง)
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ระหว่างการเดินทาง) |
| 16.00 น. |
เดินทางถึงกรุงกาฐมัณฑุ ... ให้ท่าน อิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ย่านทาเมล ซึ่งเป็นแหล่งรวมของสินค้าต่างๆ อาทิ ผ้าพาสมีน่า กระเป๋า เสื้อผ้า และของที่ระลึกอีกมากมาย ต่อรองราคาตามความพอใจ และความสามารถส่วนบุคคล |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ GRAND HOTEL KATHMANDU HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่หกของการเดินทาง กาฐมัณฑุ - โพธินาถ – นครปาทัน – วิหารทองคำ – วัดตะเลจูบาวานี – วัดกฤษณะ – ชมการแสดงพื้นเมือง |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม วัดโบะนาท (Bodhnath) หรือ โพธินาถ ชมสถูปหรือเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ใหญ่ที่สุดในกลางนครกาฐมัณฑุ วัดแห่งนี้เป็นชุมชนชาวทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล และเป็นศูนย์กลางศาสนาแห่งธิเบตที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ท่านจะยังคงได้เห็น พุทธศาสนิกชนชาวทิเบต และชาวเนปาลมาสักการะเพื่อเป็นศิริมงคลยังสถานที่แห่งนี้ บ้างก็ทำทักษิณาวัตรรอบเจดีย์ บ้างก็หมุนกงล้อภาวนา(Prayer Wheel) ที่มีอักษร โอม มณี ปัตเม หุม กำกับ บ้างก็ก้มลงกราบแบบอัษฏางคประดิษฐ์ หรือกราร่างกายแปดส่วนจรดพื้น / จากนั้นนำท่านสู่ยานถนนทาเมล แหล่งช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น ที่มีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกมากมายเรียงรายตลอดสองข้างทาง
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| บ่าย |
นำท่านเดินทางเข้าชม นครปาทัน (Patan city) นครแห่งนี้ขึ้นชื่อได้ว่า เป็นศูนย์กลางงานวิจิตรศิลป์ หรือหัตศิลป์ชั้นเยี่ยม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าลาลิตปูร์ แปลว่า เมืองแห่งความสวยงาม นำท่านชมรูปปั้นของพระเจ้าภูปฏินทรา มัลละ, ชมวิหารทองคำ และชมพระราชวังเก่าที่เป็นที่ทำพิธีเถลิงราชสมบัติย์ของกษัตริย์ในอดีต นำท่านถ่ายรูปกับ วัดตะเลจูบาวานี (Teleju Bhawani) สร้างขี้นในปี ค.ศ. 1666 อุทิศให้กับเทพประจำราชวงศ์ มีเทวรูปศิวะ และพระนางปารวตีประดับอยู่บนยอดทวารทอง (ปัจจุบันถูกพวกฮิปปี้ขโมยออกนอกประเทศไปแล้ว) ชม วัดกฤษณะ(Krishna Tempel) ตัววัดเป็นหินสร้างแบบซิกขาร์ (Shikhara/ศิขร) มีเวลาให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกจากเนปาลตามอัธยาศัย |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร *** พิเศษ!! อาหารจานเด็ดพื้นเมือง พร้อมชมการแสดงท้องถิ่น...
เชิญลิ้มรส Rice Wine เครื่องดื่มท้องถิ่นรสจัดจ้านและ MOMO อาหารจานเด็ดของคนเนปาล
|
|
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ GRAND HOTEL KATHMANDU HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่เจ็ดของการเดินทาง กาฐมัณฑุ – วัดปศุปฏินาถ – กรุงเทพฯ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเยี่ยมชม “วัดปศุปฏินาถ” เป็นวัดสำคัญทางศาสนาฮินดู ที่มีชื่อเสียงด้านงานสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และยังมีหลังคาสีทองสองชั้นสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าภูบาลสิงห์แห่งราชวงศ์มัลละตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ภัคมาติ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางของการแสวงบุญประจำปีของมหาศิวะราตรี…
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ |
| 18.10 น. |
เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯโดยสายการบินโอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ ............... |
| 22.50 น. |
ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ |
|
หากท่านที่ต้องออกตั๋วภายใน (เครื่องบิน ,รถทัวร์ ,รถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกคร้งก่อนทำการ
ออกตั๋วเนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
|