ข้อมูลเที่ยวต่างประเทศ
เลือกดูตามประเทศ:
จีน
ฮ่องกง
มาเก๊า
ญี่ปุ่น
เกาหลี
บาหลี
พม่า
สิงคโปร์
ไต้หวัน
มัลดีฟส์
เวียดนาม
เนปาล

ข้อมูลเที่ยว เที่ยวบาหลีบุโรพุทโธกับไกด์เอดดี้

29-01-09 สุวรรณภูมิ - จาร์กาต้า
เกิดอาการมึนเล็กน้อยสำหรับกรุ๊ปนี้ จำวันเดินทางผิดตอนแรกคิดว่าเดินทางคืนวันศุกร์ แต่จริง ๆ แล้วเป็นวันพฤหัสบดี โชคดีที่เตรียมของต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่เกิดอาการสะอึกแต่อย่างใด จะติดก็อยู่แต่สภาพจิตใจที่ยังไม่พร้อม เกิดอาการเซ็งต่อเนื่องจากกรุ๊ปที่แล้ว ไปออกทัวร์แต่ยังไม่ได้เบี้ยเลี้ยง (ของอีกบริษัท) ลูกทัวร์มาคบก่อนกำหนดตามเคย มองไปรอบ ๆ มีกรุ๊ปอื่นเดินทางด้วยอีก 2 กรุ๊ป ก็ดี แบบนี้จะได้ไม่เหงา ไม่นานมากนัก เราก็ได้เข้าอยู่ตรงหน้าประตูขึ้น เดินไกลอีกเหมือนเดิม สังเกตจากจำนวนคน งานนี้คงไม่ได้ตีตั๋วนอนยาวแน่ แล้วก็เป็นดังคาด คนเต็มลำ จะว่างก็แค่ เบาะหน้าสุด ชั้นธุรกิจ ตูดไม่มีบุญ เลยต้องมานั่งจับเจาอยู่ทางด้านหลัง ว่าจะนอนให้สบาย ลูกทัวร์อีกกรุ๊ปหนึ่งที่นั่งข้าง ก็นอนกรน กล่อมตลอดการเดินทาง
เวรกรรมจริง ๆ - -*
30-01-09 จาการ์ต้า - ยอร์คยาการ์ต้า - วัดบรัมบานัน - บุโรพุทธโธ
หลับ ๆ ตื่น ๆ 3 ชั่วโมงครึ่ง ก็ผ่านไป จากเครื่องบินลงมาก็ให้สมาชิกได้แวะเข้าห้องน้ำกันก่อน เวลามีเยอะ แล้วก็ต้องพาลูกค้า ที่มี passport USA. ไปทำวีซ่า ส่วนของพี่ไทยนั้นไม่ต้อง ได้รับการยกเว้น ก็เป็นความรู้ใหม่สำหรับวีซ่านักท่องเที่ยว
7 วัน เสียค่าธรรมเนียม 10 USD 30 วัน 25 USD วิธี การก็ไม่ยุ่งยาก จ่ายค่าธรรมเนียมที่ช่องแรก แล้วเอาใบเสร็จไปยื่นที่ช่องสอง ให้เค้าปั้ม เท่านี้ก็เรียบร้อย
พ้นจากด่านตรวจคนเข้าเมือง เราก็ต้องมายุ่ง ยากกันเล็กน้อย เนื่องจากกระเป๋าเดินทางไม่ได้เช็คตรงไปที่ยอร์คยาการ์ต้า ต้องมาทำการเช็คใหม่อีกรอบ โดยการที่รับกระเป๋า จากสายพานรับกระเป๋า แล้วก็ลากถัดมาอีกสองสายพาน ตรงนั้นจะมีเจ้าหน้ายืนรอเช็คกระเป๋าอยู่ เมื่อนับกันเรียบร้อย ก็จะมีเจ้าหน้าที่นำขึ้นไปยังด้านบน ส่งจนถึงหน้าประตูขึ้น เครื่อง เหมือนจะบริการประทับใจ แต่ทุกอย่างจะต้องมีทิป ตั้งแต่เช็คกระเป๋า ยันคนนำทาง ก็ไม่เป็นไร ธรรมเนียมของอินโด หรือที่ไหนก็เหมือนกัน เมื่อมี การบริการก็ต้องมีสินน้ำใจ คิดซะว่าเป็นการกระจายรายได้

จากจาการ์ต้า ถึงยอร์คยาการ์ต้า ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองยอร์คยาการ์ต้า อยู่ทางตอนกลางของเกาะชวา เป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษา มหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง ๆ จะรวมกันอยู่ที่นี่ ผ่านย่านมหาลัยทีไร ใจหวิวทุกที มีตั้งแต่ผิวขาว ยันผิวดำคมขำ หน้าตาคมเข้ม แหม บาดใจดีแท้ อิอิ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาสนสถานชื่อดังอย่างบุโรพุทโธ ซึ่งเราจะได้ไปเยี่ยมชมกันในบ่ายวันนี้ ไกด์ที่ดูแลเราในเมืองยอร์คยา(ชื่อที่เรียกกันสั้น ๆ ของเมืองยอกยากาต้า) ชื่อว่าEddy ส่วนผมเอง ก็ชื่อเดิมเลยครับจำง่ายใช้คล่อง Jack Dorson ไทเทนิค ฉบับเมืองไทย แม้จะหล่อสู้ ลีโอนาโด้ไม่ได้ แต่ ความน่ารัก ค่อนไปทางน่าชัง มีอย่างเหลือเฟือ ^ ^

ลุยกันเลยสำหรับที่แรก กับวัดบรัมบานันวัดที่มีการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธ และศาสนาฮินดูโดยการสร้างจะมีทั้งเขตของสองศาสนา วัดบรัมบานัน เป็นของศาสนาฮินดู มีความเก่าแก่มาก แต่เนื่องจาก บริเวณ เกาะชวา เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตัววัดมาตลอด บริเวณโดยรอบวัดจะ เห็นว่ามีกองหิน วางอยู่เป็นระเบียบ พี่เอ็ดดี้เล่าว่า แต่ก่อนหินพวกนั้น เคยเป็นส่วนหนึ่งของวัดเล็ก ที่สร้างอยู่รายล้อม วัดบรัมบานัม มีอยู่ประมาณ 240 วัด

เป็นวัดที่สำหรับประชาชนจะมาทำพิธีทางศาสนา ส่วนวัดบรัมบานัน จะเป็นของกษัตริย์เท่านั้น ปัจจุบันที่ยังหลง เหลือ รอดจากการคุกคามของธรรมชาติได้ก็คือ
วัดบรัมบานันเท่านั้น แต่ถึงกระนั้น เมื่อปี 2006 บริเวณเกาะชวา เกิดแผ่นดินไหว วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.9 ริกเตอร์ ทำให้ส่วนของสิ่งปลูกสร้างภาพในวัดเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก พึ่งจะทำการบูรณะเสร็จไปเมื่อไม่นานมานี้เอง ภายในวัดจะประกอบ ด้วยสถูปใหญ่ (ในที่นี้ขออนุญาตเรียกว่าสถูป เพื่อง่ายแก่การเข้าใจ) 3 สถูป และสถูปเล็ก อีก 3 สถูป จากทางด้านซ้าย จะเป็น สถูปของ พระพรหม พระศิวะ พระนารายณ์ ตามลำดับ ส่วนทางด้านที่เป็นสถูปเล็ก จะเป็นพาหนะ ของเทพเจ้าทั้ง 3 ก็คือ หงส์ วัว และพญาครุฑ ตามลำดับ จะสังเกตได้ว่า สถูปองค์ใหญ่ที่สุด จะเป็นของพระศิวะ จึงแสดงได้ว่า ศาสนาฮินดูของที่นี่ เป็นฮินดู ไศวนิกาย นับถือ พระศิวะ เป็นใหญ่ อากาศร้อนแรงอย่างได้ใจ อยู่ กันได้ครู่ใหญ่ ๆ เราก็รีบจรรี กลับมาที่รถ เพื่อที่จะไปทานข้าวกัน

ยามบ่ายเราก็มาลุยกันต่อที่บุโรพุทโธ ศาสนสถานที่ใหญ่เป็นอันดับสองโลกของศาสนาพุทธ ลัทธิมหายาน รองจากนครวัด ประเทศกัมพูชา บุโรพุทโธสร้างขึ้นจากหินภูเขาไฟ หรือที่เรียกว่า หินอัคนี ณ ปัจจุบันศาสนสถานแห่งนี้ ได้กลายเป็นเพียงโบราณสถานแห่งหนึ่งของ อินโดนีเซียไปแล้ว เนื่องจากศาสนาพุทธในอินโดนีเซียมีน้อยมาก แต่เมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนา อย่างเช่นวันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั่วโลก ก็จะ มาร่วมประกอบพิธีกรรมกันที่นี่ บ่ายนี้พวกเราโชคดีทีเดียว เมื่อเรามาถึงได้เก็บภาพประทับใจอย่างอิ่มหนำ ฝนถึงค่อยเทลงมา แต่ก็ตกมาแค่ครู่เดียว ไม่ ได้สร้างความวุ่นวายให้กับพวกเรามากนัก จากบุโรพุทโธ เราก็กลับมาในเมือง เพื่อรับประทานอาหารเย็น แล้วรีบเข้าโรงแรม คืนนี้หลับเป็นตายแน่ อิอิ

31-01-09 วังสุลต่าน - บาหลี - วิหารทะนาล๊อต

เช้านี้บรรยากาศขมุกขมัวตั้งแต่เช้ารุ่ง คาดว่าคงหนีมิพ้นจากเม็ดฝนเป็นแน่ เราเหลือโปรแกรมที่ยอกยาอีกแค่สองรายการคือ วังสุลต่าน และวังน้ำพุ (Water Palace) ฝนเริ่มตกตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงแรม แต่ก็ไม่หนักมาก เมื่อเรามาถึงวังสุลต่าน ฝนก็ยังคงตกอยู่ ภายในวังก็จะมีไกด์วัง ซึ่ง อายุก็คงใกล้เคียงพอกับวังเลย ในที่นี้ขอเรียกว่าคุณปู่แล้วกัน คุณปู่นำทางพวกเราเข้าสู่วัง นำชมในส่วนต่าง ๆ แกบอกว่า วังแบ่งออกเป็นทั้งหมด 7 ส่วน ด้วยกัน แต่ที่พวกเราจะได้ชมกันก็เป็นส่วนที่ 2 หรือพระราชฐานชั้นนอก ซึ่งเป็นห้องทรงงานของสุลต่าน และเรือนรับรอง พร้อมห้องจัดแสดงข้าวของ เครื่องใช้ และบรรดา เครื่องบรรณาการจากประเทศต่าง ๆ คุณปู่ดูจะชื่นชอบองค์สุลต่านที่ 9 เป็นอย่างมากชมให้พวกเราฟังตลอด ว่าพระองค์ เป็นสุลต่าน ที่มีความสามารถ ทรงไปเสด็จไปศึกษาอยู่ที่เนเธอแลนด์ถึง 9 ปี ทรงปรีชาในหลาย ๆ ด้าน องค์สุลต่านปัจจุบันคือองค์ที่ 10 ตอนนี้อินโดนีเซีย ได้เปลี่ยน การปกครองเป็นระบบประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสุลต่านจึงถูกลดบทบาทลง แต่ก็ยังได้รับความสำคัญจากผู้คนในยอกยา

ไม่ไกลกันนักจากวังสุลต่าน ก็เป็นวังน้ำพุ ซึ่งไม่ขนาดใหญ่ไม่มาก ไว้ใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อนขององค์สุลต่านและครอบครัว ภายในก็จะ ประกอบไปด้วยสระน้ำ ซึ่งแบ่งแยกเป็นของมเหสี และของลูก ๆ ส่วนของสุลต่านจะอยู่อีกทางฟากหนึ่ง น่าเสียดายที่ฝนตกตลอด ทำให้การนำชมค่อน ข้างจะไม่สะดวก เราอยู่ที่นั่นกันไม่นาน ก็แวบมาดูเสื้อปาเต๊ะ พร้อมหาอะไรลองท้องก่อนขึ้นเครื่องนิดหน่อย

ยังเหลือเวลาอีกพอสมควรที่จะไปแอร์พอร์ต เราก็มาแวะกันที่ร้านผ้าบาติค ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเมืองยอกยา ก็ถูกใจได้ของติดไม้ติดมือ กันไปหลายคน แต่ที่เห็นถูกใจกันมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นรถขายก๋วยเตี๋ยวพื้นเมือง หรือที่เรียกว่าโซโต้ อายัม สนนราคาก็ไม่แพงเลย 5,000 รูเปีย คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 15 บาท จะแปลกกว่า ตรงที่มีข้าวใส่ลงไปกับก๋วยเตี๋ยวด้วย แต่ถ้าไม่ใส่ข้าวก็ไม่ผิดกติกา ซึ่งทุกคนเลือกที่จะไม่ใส่ เครื่องปรุง ก็จะมีเพียงพริกดอก และซีอิ้วหวาน แต่รสชาติกลมกล่อมได้ใจ

11 โมงเศษ ๆ เราก็มาถึงสนามบิน เพื่อบินต่อไปยังบาหลี ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมงนิด ๆ เมื่อเรามาถึงบาหลี ก็ต้องทำการปรับเวลา กันก่อนเพราะเวลาที่บาหลีจะไวกว่าอีก 1 ชั่วโมง ประเทศอินโดนีเซียนอกจากจะมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องเวลา ก็เหมือนกัน ถ้าไปถึงเกาะบอร์เนียว ที่นั่นเวลาก็จะต้อง + 2 ชั่วโมง

ที่แรกทีเราไปลุยกันก็คือวิหารทานาล็อท ซึ่งเป็นวิหารที่ตั้งอยู่ในทะเล แต่ก็สามารถที่จะเดินข้างไปได้ ว่ากันว่า เป็นวิหารที่ผู้เผยแพร่ ศาสนาฮินดูคนแรก เป็นผู้สร้างวิหารแห่งนี้เพื่อไว้สำหรับบูชาเทพเจ้าแห่งทะเล เมื่อเรามาถึงลานจอดรถ ก่อนลงจากรถมีเสียงสอบถามจากหลายท่านว่า ต้องเอาร่มไปไหม ดูจากสภาพการตอนนั้นแล้วคิดว่าไม่น่ามีปัญหา ก็เลยตะโกนไปด้วยความมั่นใจว่าไม่ต้อง พอเรามาถึงด้านใน ได้ถ่ายภาพกันนิด หน่อย ปรากฏฝนก็เทลง บริเวณที่ใบหน้ารู้สึกเกิดอาการมีรอยร้าว แต่ก็อย่างว่า เรื่องธรรมชาติเอาแน่เอานอนไม่ได้

หลายคนหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้ ซื้อของที่อยู่บริเวณรายทางกันซะหน่อย เมื่อเจอฝนไล่ ก็ต้องรีบกลับมาที่รถกัน แต่ไม่เป็นไรเรายังมีตลาดปราบเซียนอยู่ มื้อค่ำของเราที่ชายหาดจิมบาลัน ชายหาดแห่งนี้เป็นชายหาดที่มือชื่อเสียงของบาหลี ว่ากันว่า คู่หนุ่มสาวที่มาถึงบาหลีจะต้องมาที่ แห่งนี้ให้ได้ เพราะชายหาดที่มีความโรแมนติค จนได้ฉายาว่า ชายหาดโรมิโอกับจูเลียต มื้อค่ำของเราเป็นอาหารทะเล ซึ่งอาหารทะเลของที่นี่ เค้าจะจัด มาเป็นชุด คนละ 1 ชุด ใส่มาในกระจาดไม้ไผ่ สไตล์ชาวเกาะเก๋ไปอีกแบบ

01-02-09 ระบำบารอง - ภูเขาไฟบาตูร - วัดตัมปักซิรี - ตลาดปราบเซียน

เมื่อมาถึงบาหลี อยากจะเข้าใจเรื่องวัฒนธรรม ง่ายที่สุดที่จะซึมซับก็คือการชมระบำพื้นเมือง จริง ๆ ไม่เพียงแต่ที่บาหลี แต่เป็นสำหรับทุกที่ อยากรู้จักวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นก็ต้องไปเยี่ยมชมตลาดสด อยากรู้จักถึงวัฒนธรรมก็ต้องชมระบำพื้นเมือง ที่บาหลี มีระบำพื้นเมืองอยู่หลายแบบ แต่ที่ขึ้น ชื่อและเป็นที่รู้จักก็จะเป็นระบำบารอง

เนื้อเรื่องก็จะกล่าวถึงความดีและความเลว ความดีคือบารองใช้ตัวแสดงคือสิงโต ความเลวคือรังดาใช้ตัวแสดงเป็น แม่มด เมื่อรังดาออกมารังควานมนุษย์ ก็จะมีบารองที่คอยมาปราบ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะกันได้ หมายถึงความดี และความเลวจะต้องอยู่คู่กันไป เป็น หลักสมดุลนั่นเอง แต่เมื่อความเลวปรากฏก็จะมีความดีที่คอยกำราบ นิทานพื้นบ้านส่วนใหญ่ของบาหลี ตอนท้ายก็จะเน้นถึงหลักสัจธรรม เรื่องบารอง ก็เป็นหนึ่งในนั้น

เมื่อชมระบำพื้นเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งสู่บริเวณภูเขาคินตามนี เพื่อชมภูเขาไฟบาตูร ใช้เวลาในการเดินทางอีก ชั่วโมงนิด เมื่อเรามาถึงบนยอดเขาคินตะมนีซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร ก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยงพอดี บนยอดเขามีร้านอาหารหลายร้าน ล้วนแต่ หันหน้าเข้าภูเขาไฟบาตูร (สูงจากระดับน้ำทะเล 1,717 เมตร) ทานอาหารกลางวันไป ชมวิวภูเขาไป รสชาติอาหารอาจไม่เท่าไหร่ แต่บรรยากาศเย็น ๆ พร้อมกับวิวสวย ๆ ของภูเขาไฟบาตูร และทะเลสาปบาตูร บอกได้คำเดียวคำว่า

ช่วงบ่ายคือรายการที่ทุกคนรอคอย กับตลาดปราบเซียน แต่ก่อนจะถึงตลาดปราบเซียนนั้น เราจะต้องเข้าไปที่วัดตัมปักซิรี กันก่อน วัดแห่งนี้ เป็นวัดที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งของบาหลี เนื่องจากมีนำพุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นน้ำพุที่ผุดขึ้นมาจากดิน แต่ไม่ร้อน ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นน้ำพุที่พระอินทร์มา ทำไว้ ดังนั้นใครที่รู้สึกว่าตัวเองดวงไม่ดี หรือการงานไม่สะดวกราบรื่น ก็จะมาทำการอาบน้ำที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เมื่อก่อนจะแยกหญิง ชาย แต่ปัจจุบัน ก็ไม่ ได้มีการแยกแต่อย่างใด ใกล้ ๆ กับวัด ก็จะมีที่พำนักของประธานาธิบดีซูการ์โน ซึ่งท่านจะใช้ตอนที่ท่านมาทำพิธี ณ วัดแห่งนี้ ออกมาจากวัดเราก็มาลุยกันต่อที่ตลาดปราบเซียน เซียนต่อของเก่ง ๆ มาเจอแม่ค้าที่นี้ เป็นส่ายหน้ากันทุกราย ส่วนใหญ่เซียนจะอารมณ์เสีย ด้วยกลวิธีง่าย ๆ ทุกคนชอบของถูกดังนั้น แม่ค้าจึงตะโกนดักไว้ก่อนว่า 20 บาท เมื่อเราได้ยินกันปุ๊บก็จะหยุดกึกทันที แล้วเหมือนถูกมนต์สะกดต้องเดิน กลับไป แล้วเมื่อเข้าไปในร้านบอกตรง ๆ ครับว่ายากที่จะได้ออกมา แล้วที่บอกว่า 20 บาท จริง ๆ แล้วไม่ใช่เค้าจะบอกว่าถ้าเป็นเงินรูเปียให้เท่าไหร่ เมื่อได้ราคาของที่ต้องการแล้ว กลเม็ดของแม้ค้ายังไม่หมด ถ้าเราตกลงของได้ที่ราคา 15,000 รูเปีย แล้วให้แบงค์ 50,000 รูเปีย แม่ค้าจะยังไม่ทอน จะให้เราหาของต่อ เพื่อให้ได้ครบกับแบงค์ที่เราควักไป ยิ่งเป็นเงินจำนวนเราจะงงในการคำนวนกลับมาเป็นเงินบาท นี่คือที่มาของตลาดปราบเซียน แต่ ของที่นี่ต่อได้เยอะจริง ๆ ได้ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องดูสินค้าให้ดีก่อน ถ้าเราตรวจสินค้าเรียบร้อย และเตรียมแบงค์ย่อยไว้ซื้อของ เซียนอย่างเรา ก็จะไม่โดนปราบครับ
02-02-09 วัดเม็งวี - อิสระ shopping ที่หาดคูต้า - สุวรรณภูมิ

วันสุดท้ายของการเดินทาง ได้ตื่นสายกันนิดหน่อย ใจหายนิด ๆ วันนี้ต้องอำลาบาหลีกันแล้ว ลุยกันเลยดีกว่าที่แรกวัดเม็งวี เมื่อสมัยก่อน บริเวณเกาะบาหลีแห่งนี้แบ่งออกเป็นหลาย ๆ อาณาจักร และอาณาจักรเมงวีแห่งนี้เป็นอาณาจักรที่มีอิทธิพลมากที่สุด วัดเมงวีมีแม่น้ำล้อมรอบ เพื่อป้องกันพวกสัตว์ร้ายต่าง ๆ ที่จะเข้าไปทางด้านใน และเป็นวัดที่กษัตริย์ทรงสร้างขึ้น ภายในแบ่งออกเป็น 3 เขต เขตที่ 2 จะเป็นเขตหวงห้าม สตรีมีรอบเดือน จะไม่สามารถเข้าในบริเวณนี้ได้ ถือว่าเนื้อตัวไม่สะอาด เขตที่ 3 คือเขตในสุด จะเป็นส่วนที่ใช้ทำพิธีกรรมต่าง ๆ แต่เนื่องจากเป็นวัดหลวง จึงปิดไว้ไม่ได้ ให้เข้าไปชมทางด้านใน ได้แต่เดินดูบริเวณรอบนอก
ช่วงบ่ายเป็นอิสระshopping ที่บริเวณหาดคูต้า ก็เป็นย่านคึกคักที่สุดของบาหลี ที่นั่นมีทั้งห้างสรรพสินค้า และร้านขายที่ระลึกที่อยู่ด้านนอก ใครที่ไม่อยากเดินตากแดด ก็สามารถหลบมาเดินภายในบริเวณห้างฯ ได้ เดินกันทั้งบ่ายเลย เมื่อยเลยหลบมารอลูกค้าที่ร้าน starbuck เมื่อได้เวลานัดหมาย ก็ออกเดินทางสู่แอร์พอร์ต เรากลับถึงกรุงเทพ เวลา 00.30 น. โดยสวัสดิภาพ เป็นอีกกรุ๊ปที่ประทับใจในการเดินทาง วันแรก ๆ สมาชิกยังต่างคนต่างอยู่ แต่พอผ่านไปวันที่ 2 ทุกคนเริ่มรู้จัก มีความเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศในการท่องเที่ยวดูอบอุ่น ได้รับความร่วมมือ เป็นอย่างดี ก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ทีดี และขอขอบคุณบริษัท ไดมอนด์ไชน์ ฮอลิเดย์ เพรชแท้แห่งการเดินทาง ที่คอยเกื้อหนุนให้ได้มีงานอยู่ตลอด สวัสดีครับ ^ ^

แสดงความคิดเห็น

โพตไปยัง facebook ของคุณด้วยติดตามข่าวนี้ทาง Email

ข้อมูลเที่ยวที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวเนปาล นมัสเต..เสน่ห์แห่งเนปาล ตอนที่ 3 : เยือนลุมพินีวัน 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน ตามรอยประสูติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ลุมพินีวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน..
เปิดดู 1147 ครั้ง
4 สังเวชนียสถาน สถานที่ทางพุทธประวัติ ที่ชาวพุทธต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต
สังเวชนียสถาน หมายถึงสถานที่ที่ทำให้เกิดความรู้สึกระลึกถึงพระพุทธเจ้า เกิดความแช่มชื่น เบิกบาน เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำความดี เมื่อได้ไปพบเห็นMore colorMore colorss
เปิดดู 4363 ครั้ง
เที่ยวเนปาล นมัสเต..เสน่ห์แห่งเนปาล ตอนที่ 2 : เมืองโภครา จุดเริ่มต้นของการปีนเอเวอร์เรสต์
นมัสเต..เสน่ห์แห่งเนปาล ตอนที่ 2 : เมืองโภครา จุดเริ่มต้นของการปีนเอเวอร์เรสต์
เปิดดู 2513 ครั้ง
มัตซึยามะ เกาะชิโกกุ เมืองแห่งตำนานนกกระยางกับบ่อน้ำพุร้อน
โดโงะ ออนเซนในตำนาน และ ปราสาทเงา 5 ชั้น เมืองมัตซึยามะ
เปิดดู 1245 ครั้ง
ตั๋วรถไฟญี่ปุ่น JR RAIL PASS
ตั๋วรถไฟญี่ปุ่น JR RAIL PASS
เปิดดู 2186 ครั้ง
ดอน เดอะเวฟ ปฏิมากรรมมหัศจรรย์ อันงดงาม
“เดอะเวฟ” (The Wave) อยู่ที่รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา
เปิดดู 658 ครั้ง

วีดีโอที่เกี่ยวข้อง



เยือนฝรั่งเศส-ท่องโมนาโค-และนีซ-คานส์ -- แผนที่แหล่งท่องท่องเที่ยว ในเกาะบาหลี (Bali) -- เส้นทางมรดกโลกอินเดีย มุมไบ อารังกาบัด ถ้ำอาจันตา ถ้ำอารังกาบัด ตอนที่1 -- อาหาร -- อาหารอร่อยเกาหลี -- ไปเกาหลี ต้องขอวีซ๋าหรือไม่ -- EXPO 2012 YEOSU KOREA - งาน ยอซู เอ็กซ์โป 2012 -- อาหารอร่อยตาม ย่านต่างๆของฮ่องกง -- อาหารมงคล ฮ่องกง -- เมือง ซัวเถา --